Lifestyle

ทำเงินได้ 4,000$ จากการเปิดบัญชีที่อเมริกาภายใน 2 ปี อยากรู้วิธีต้องอ่าน!

สองปี ทำเงินได้ 4,000$ อยากรู้ต้องอ่าน!

เพื่อน ๆ รู้ไหมครับว่า เมื่อเปิดบัญชีกับแบงก์ในอเมริกา สามารถทำเงินได้ด้วยนะ ตัวผมเองก็ได้ทำการเปิดบัญชีเพื่อเอาโบนัส ภายในสองปี ผมสามารถทำเงินได้ประมาณ 4,000$ กันเลยทีเดียวครับ น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ไปอ่านกันดูครับ

เนื่องจากแบงก์ที่อเมริกามีหลายเจ้ามาก ไม่ว่าจะเป็น Chase ที่เป็นแบงก์ใหญ่มากมีเกือบทุกรัฐ, Bank of America (BOA)ก็มีเยอะเช่นกัน, Well Fargos เป็นแบงก์ที่ดังมากทาง West Coast แต่ก็มีสาขาอยู่บ้างในฝั่ง East Coast และก็มีแบงก์เล็ก ๆ อีกหลายเจ้าตามรัฐต่าง ๆ เช่น  Investor Bank, Apple Bank ไม่ใช่แบงก์ของแบรนด์มือถือ Apple ที่เราคุ้นเคยกันนะครับ

และเนื่องจากการแข่งขันระหว่างแบงก์ในอเมริกาสูงมาก แบงก์แต่ละแบงก์จึงต้องออกผลิตภัณฑ์เพื่อจูงใจให้คนมาเปิดบัญชีกับทางแบงก์ จะมีดอกเบี้ยที่เรียกว่า Welcome Bonus เพื่อจูงใจคนมาเปิดบัญชี โดยที่ Welcome Bonus คือ เมื่อทำการเปิดบัญชีใหม่กับทางแบงก์ และสามารถทำตามเงื่อนไขที่แบงก์กำหนดไว้ได้ จะได้รับ Welcome Bonus แน่นอน ส่วนเงื่อนไขในการที่จะได้นั้นก็จะแตกต่างกันตามแบงก์และจำนวนเงินที่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เปิดบัญชี Checking กับ Chase จะได้โบนัส 300$ เมื่อมี Direct deposit เป็นต้น โดยที่แบงก์ต่าง ๆ เสนอโบนัสมาให้ เพราะเขาอยากให้คุณได้ใช้บัญชีที่เปิดใหม่นี้เป็นบัญชีหลัก และมีโอกาสเสนอขายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น เงินกู้ บัตรเครดิต เป็นต้น

.

ประเภทของบัญชีที่อเมริกา

ประเภทของบัญชีที่อเมริกา

หลัก ๆ เลยคือ บัญชีส่วนบุคคล และ บัญชีสำหรับธุรกิจ ในที่นี้เราจะพูดกันแต่บัญชีส่วนบุคคลนะครับ ส่วนบัญชีธุรกิจเอาไว้คราวต่อไป เพราะค่อนข้าง Advance กว่าส่วนบุคคล โดยที่บัญชีส่วนบุคคลแยกได้สองประเภทหลัก ๆ นั่นก็คือ Checking Account และ Savings Account
.
Checking Account หรือบัญชีกระแสรายวัน เป็นบัญชีที่เอาไว้รับเงินเดือน ถอนเงิน หมุนเงินซะส่วนใหญ่ เอาไว้จ่ายค่าบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งเป็นบัญชีหลัก ๆ ที่ทุกคนที่อยู่ในอเมริกาต้องมี
.
Savings Account หรือบัญชีเงินฝาก เป็นบัญชีที่เปิดมาเพื่อฝากเงินไว้ ส่วนใหญ่จะฝากเงินไว้ในปริมาณที่มากกว่า Checking Account เพื่อเอาดอกเบี้ย หรือเป็นเงินเก็บฉุกเฉิน Savings Account จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าตัว Checking
.
คนที่อยู่ในอเมริกาไม่นิยมที่จะฝากเงินก้อนทั้งหมดไว้ในบัญชี Checking Account บัญชีเดียว เพราะตัวบัญชีนี้ปกติจะมาพร้อมกับบัตรเดบิตการ์ด ที่สามารถเอาไปใช้ซื้อของที่ร้านค้าหรือทางออนไลน์ และกดเงินสดที่ตู้ ATM ได้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงบัตรโดน Hack บัตรหาย หรือโดนขโมย เป็นต้น คนที่เก็บบัตรได้ เขาสามารถนำไปรูดซื้อของตามร้านได้เลย
.
โดน hack บัตรเดบิต แล้วได้เงินคืน
ผมเองก็เคยโดนใครไม่รู้มา Hack เงินในบัญชี Checking ไป 100$ เหมือนกัน ตอนนั้นผมงงมากว่าโดนได้ยังไง เพราะบัตรเดบิตก็อยู่กับตัวตลอด ไม่เคยบอกใครและไม่เคยใช้เลยด้วย เป็นบัญชีที่เปิดมาเพื่อเอาโบนัสเฉย ๆ โชคดีมาก ที่เงินในบัญชีมีไม่มาก ตอนนั้นมีแค่ 200$ นิดหน่อย ถ้ามีมากกว่านี้ คงจะโดนไปหลายร้อยเหรียญเลยครับ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนัก ตัวผมเองตั้งแต่อยู่มาโดนแค่ครั้งเดียว และที่อเมริกาเรื่องการโดนโกงเงินต่าง ๆ แบงก์ของอเมริกาเขาดูแลได้ดีมาก ค่อนข้างปลอดภัยเลยแหละครับ ตอนนั้นที่ผมโดนไป 100$ ผมรีบโทรหาเข้าแบงก์เลย ละอธิบายไปว่าไม่ได้ใช้ยอดนี้แน่นอน เขาก็รับฟัง และอธิบายว่าบัตรอาจจะโดนโจรกรรมได้ ทางแบงก์จะอายัดบัตรใบนี้แล้วส่งบัตรเดบิตใบใหม่มาให้ และจะทำการคืนเงิน 100$ เข้าสู่บัญชี ก็ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันก็ได้เงินคืน
.
ถึงแม้ว่าทางแบงก์ที่อเมริกา เขาคุ้มครองผู้บริโภคได้ดี แต่ทางที่ดีเราก็ควรกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ อย่าเงินเก็บเยอะ ๆ ไว้ในบัญชีเดียวครับ ควรจะเก็บเงินส่วนใหญ่ฝากไว้ในบัญชี Savings Account มากกว่า เพื่อน ๆ สามารถฝากเงินเข้า Checking Account ก่อนแล้วค่อยโอนเข้า Savings Account ได้ หรือจะฝากเข้า Savings Account โดยตรงก็ได้ ถ้าคิดว่าเป็นเงินเย็นและไม่คิดจะใช้เป็นเวลานาน และไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่สามารถถอนเงินได้นะครับ Savings Account สามารถถอนเงินได้ตลอดเวลา เพียงแต่ตามกฏหมายที่เมกา จะสามารถถอนได้เพียงแค่ 6 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ถ้ามากกว่านั้นต้องจ่ายค่า Fee นะครับ
.

ใครจะเปิดบัญชีเพื่อเอาโบนัสได้บ้าง

ใครจะเปิดบัญชีเพื่อเอาโบนัสได้บ้าง

ทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถเปิดบัญชีทั้งแบบที่สาขาและแบบออนไลน์เพื่อเอาโบนัสได้ โดยเอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีต้องใช้ SSN (Social Sercurity Number),ใบขับขี่, State ID, และ  Passport ถ้าเป็นคนไทยที่มีกรีนการ์ดหรือเป็นซิติเซ่นอยู่แล้ว สามารถทำการเปิดบัญชีได้ง่ายมาก แต่ถ้าเป็นนักเรียนจะยุ่งยากหน่อย ส่วนใหญ่ถ้าอยากจะเปิดบัญชีต้องไปที่สาขาธนาคารครับ ไม่สามารถเปิดออนไลน์ได้ แต่รับรองว่าสามารถเปิดบัญชีเพื่อเอาโบนัสได้แน่นอนครับ มีเพื่อนผมที่เป็นนักเรียนทำมาแล้ว แต่อาจจะเปิดได้แค่แบงก์ใหญ่ ๆ เท่านั้น แบงก์เล็ก ๆ ไม่สามารถเปิดบัญชีได้
.

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการผ่านเงื่อนไขเพื่อเอาโบนัสของแบงก์ส่วนใหญ่

การที่จะผ่านเงื่อนไขในการได้โบนัสได้นั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า หลัก ๆ เลยคือ Direct Deposit ครับ ไปทำความเข้าใจในเรื่องนี้กันครับ

อะไรคือ Direct Deposit?

อะไรคือ Direct Deposit?

พูดง่าย ๆ ก็คือ รายได้ที่ได้มาจากการทำงาน โดยที่บริษัทจะทำการโอนเงินเข้าสู่บัญชีของคุณโดยตรง ตัว Direct Deposit นี่เอง เป็นหัวใจสำคัญอย่างมากในการที่จะผ่านเงื่อนไขในการได้ Welcome Bonus ของแบงก์ส่วนใหญ่

แล้วถ้าไม่มี Direct Deposit จะทำยังไง?

แล้วถ้าไม่มี Direct Deposit จะทำยังไง?

ถ้าไม่ได้ทำงาน หรือทำงานแล้วได้รับเงินเป็นเงินสด หรือ Check พวกนี้ไม่ถือว่าเป็น Direct Deposit เพราะฉะนั้น แบงก์ที่มีเงื่อนไขว่าต้องมี Direct Deposit อาจจะไม่สามารถทำการเปิดบัญชีเพื่อเอาเงินโบนัสได้ ผมแนะนำให้หาแบงก์อื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้ Direct Deposit ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้เงินฝากจำนวนเยอะมากถึงจะผ่านเงื่อนไขในการได้โบนัส และมีจำนวนแบงก์ค่อนข้างน้อยที่ยอมให้เปิดบัญชีแบบไม่มี Direct Deposit แล้วได้โบนัส หรือมีอีกวิธีก็คือการทำ Fake Direct Deposit

อะไรคือ Fake Direct Deposit?

อะไรคือ Fake Direct Deposit?

Fake Direct Deposit คือ การโอนเงินของบัญชีตัวเองจากแบงก์หนึ่ง โอนไปอีกแบงก์หนึ่ง อธิบายให้เห็นภาพก็คือ คุณมีบัญชีกับแบงก์ Chase จากนั้นก็เปิดบัญชีของ BOA เพื่อที่จะเอาโบนัส คุณก็ทำการโอนเงินจากแบงก์ Chase ไป BOA แค่นั้นแหละครับ คือการทำ Fake Direct Deposit แต่การทำแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ตัว Transaction นั้น ๆ จะ Trigger (ทำให้เข้าสู่เงื่อนไข) โบนัสได้นะครับ เพราะช่วงหลังมานี้ มีคนทำแบบนี้กันเยอะมาก แบงก์เริ่มตรวจจับได้แล้วว่า มันไม่ได้เป็น Real Direct Deposit จากการทำงาน แบงก์ก็จะปฏิเสธการให้โบนัสได้ ต้องดูเป็น case by case ไป
.
ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงทำการเปิดหลายบัญชี เพื่อที่จะทำ Fake Direct Deposit หลายๆ Transactions เข้าสู่บัญชีที่เปิดมาเพื่อเอาโบนัส ตัวผมเองตอนอยู่อเมริกา ก็มีบัญชีทั้ง Checking และ Savings กับแบงก์หลายบัญชี ตอนที่ทำการล่าเอาโบนัสของแบงก์ ผมโอนเงินของตัวเองไปมา จนเงินมันลอยอยู่ในอากาศหลายวันเลยครับ สนุกมาก ๆ ตอนนั้น
.
และส่วนใหญ่ผมหาข้อมูลการทำ Fake Direct Deposit ที่ เว็บ Doctor of credit เขามีการเก็บข้อมูลในเรื่องการทำ Fake Direct Deposit ทุกคนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่า ต้องโอนเงินจากแบงก์ไหน เข้าสู่แบงก์ไหน ถึงจะ Trigger Bonus ได้บ้าง
.
ข้อควรระวัง ถ้าคุณทำ Fake Direct Deposit แล้วมันยังไม่ Trigger โบนัส ไม่ควรโทรหาแบงก์โดยเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้เข้าตามเงื่อนไขของแบงก์ จริง ๆ แล้วแบงก์อาจจะทำการ Red flag บัญชีของคุณได้ ถ้าโดน Red Flag ก็คงต้องยอมรับสภาพอดโบนัสไปครับ และทางแบงค์จะเพ่งเล็งบัญชีคุณเป็นพิเศษอีกด้วย ทางที่ดีที่สุดคือ การมี Real Direct Deposit ที่มาจากการทำงานจริง ๆ ถ้าใช้ Real Direct Deposit แล้วไม่ได้โบนัส คุณสามารถโทรหาแบงก์ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงไม่ได้โบนัส แล้วทางแบงก์ก็จะให้เหตุผลตอบมาครับ
.
ตอนผมทำงานอยู่ที่อเมริกา เวลาล่าโบนัสพวกนี้ ผมใช้ทั้ง Real Direct Deposit และ Fake Direct Deposit แต่ตัว Real Direct Deposit ของผมมันไม่ได้มีจำนวนเยอะมากประมาณแค่ อาทิตย์ละ 300-400$ ผมก็จะใช้ Real Direct Deposit กับแบงก์ที่มีเงื่อนไข Direct Deposit น้อยๆ ส่วนตัว Fake Direct Deposit ก็จะใช้กับแบงก์ที่มันต้องการจำนวนเงิน Direct Deposit เยอะ ๆ เช่น ระดับ 1,000$ ขึ้นไป ผมเคยกังวลเหมือนกันครับว่า ทำไมไม่ได้โบนัสสักที ทำไมมันช้าขนาดนี้ แล้วทำการโทรหาแบงก์เหมือนกัน ก็ได้ทราบว่ามันดีเลย์ เพราะระบบเงินโบนัสน่าจะเข้าภายในสองอาทิตย์ ที่ผมกล้าโทรถามเพราะแบงก์นี้ผมใช้ Real Direct Deposit ครับ ถ้าใช้ Fake Direct Deposit ไม่เคยโทรถามเลยครับ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหา เงินโบนัสได้รับหมดทุกแบงก์ที่เปิดครับ
.
และบ้างแบงก์อาจจะมีเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น ต้องใช้บัตรเดบิตการ์ดจำนวน 10 ครั้งต่อเดือน หรือต้องใช้บริการ Bill Payment อย่างน้อยสามครั้งต่อเดือน วิธีการพวกนี้ไม่ยากครับ รายละเอียดจะพบได้ตามด้านล่างครับ

อ่านเงื่อนไขในการเปิดบัญชีก่อนทุกครั้ง

อ่านเงื่อนไขในการเปิดบัญชีก่อนทุกครั้งที่จะทำการเปิด

ตัวอย่างเงื่อนไขของแบงก์ Citi
สำหรับคนที่อยากจะไล่ล่าโบนัสของแบงก์ ไม่ว่าจะเปิดบัญชีออนไลน์หรือเปิดที่สาขาต้องทำการดูเงื่อนไขดี ๆ ก่อนเปิดนะครับ เพราะถ้าไม่ตรวจสอบเงื่อนไขแล้ว อาจจะทำให้อดโบนัสได้ครับ และแบงก์แต่ละแบงก์มันจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
.
และเมื่อเปิดบัญชีใหม่ จะมีค่า Fee ในการรักษาบัญชีด้วย แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของธนาคาร ควรเช็กเงื่อนไขนี้ให้ดีนะครับ ไม่งั้นโดนค่ารักษาบัญชี 15$ ทุกเดือน ก็ไม่คุ้มแน่ ๆ กับโบนัสที่ได้ คุณต้องทำตามเงื่อนไขของธนาคารเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายค่า Fee นะครับ ส่วนใหญ่เงื่อนไขมันจะไม่ยากเกินไปนัก เช่น ฝากเงินอย่างน้อย $1500 ทุกวัน หรือบางแบงก์ฝากแค่ 100$ ขึ้นต่ำ หรือบางแบงก์ไม่มีค่ารักษาบัญชีแต่ต้องเปิดออนไลน์เท่านั้น เป็นต้น
.
คำแนะนำ! ควรมี Excel! ในการจัดเก็บข้อมูลเวลาเปิดบัญชีของแบงก์ต่าง ๆ และที่สำคัญคือ Timeline ของการเปิดบัญชี เช่น วันที่นี้เปิดบัญชี Chase, ช่วงระยะเวลาในการทำตามเงื่อนไขให้ได้โบนัส, วันสุดท้ายของเงื่อนไข, วันที่ปิดบัญชี, วันที่สามารถเปิดบัญชีอีกรอบเพื่อเอาโบนัสอีกครั้ง เป็นต้น เอาข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดมาใส่ไว้ใน Excelจะง่ายต่อการช่วยเตือนความจำและไม่พลาดในการทำตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่มีอยู่ การมี Excelจะเป็นตัวช่วยอย่างมากในการเก็บข้อมูลของการไล่ล่าโบนัสครับ
….
สุดท้าย ลิงค์ที่ใส่ไว้ในบทความนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้ากดเข้าไปแล้วเจอหน้าเพจ Error หรือมันไม่โชว์โบนัสตามที่ผมเขียนไว้ แสดงว่า โปรโมชั่นมันอาจจะหมดเขตแล้ว หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโปรโมชั่นได้ครับ เพราะฉะนั้นต้องดูดี ๆ ก่อนเปิดบัญชีว่า โบนัสยังมีอยู่ไหม หรือหมดเขตไปแล้ว
.

แนะนำ 10 บัญชี Checking Account เพื่อล่า Welcome Bonus

พอจะมองเห็นภาพกันรึยังครับ กับการหาเงินเสริมแบบแปลก ๆ ในอเมริกา เอาละต่อไปนี้จะเป็นบัญชีแนะนำที่คุณสามารถเปิดเพื่อเอาโบนัสได้ และส่วนใหญ่เป็นแบงก์ที่สามารถเปิดได้ทุกรัฐ หรือเกือบทุกรัฐ ต้องดูเงื่อนไขของบัญชีด้วยว่า รัฐที่คุณอยู่นั้นเปิดได้หรือไม่ เอาละไปดูกันเลยว่า มีแบงก์อะไรน่าเปิดบัญชีเพื่อเอาโบนัสบ้าง

.

1. HSBC Advance checking – โบนัส $350

1. HSBC Advance checking - โบนัส $350
แบงก์ HSBC มี Checking Account ที่สามารถเปิดเอาโบนัสได้ 2 บัญชี นั้นคือ Premier Checking และ Advance Checking ส่วนตัว Choice Checking ไม่มีโบนัสให้แล้ว เมื่อปีก่อน ๆ ยังมีอยู่ สงสัยทางแบงก์คงตัดออกไปเพราะเห็นว่าไม่คุ้ม ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้เปิดบัญชี Premier Checking ถึงแม้ว่าเงินโบนัสจะสูงมากถึง $750 ก็ตาม แต่เงื่อนไขในการได้โบนัสนั้นยุ่งยากและใช้เงินจำนวนเยอะ

2. Wells Fargo Checking Bonus – โบนัส $400

2. Wells Fargo Checking Bonus - โบนัส $400
สำหรับแบงก์ WELLS FARGO ต้องเปิดบัญชี Everyday Checking เท่านั้น เป็นบัญชีเดียวที่จะได้โบนัส 400$ อย่าเปิดผิดบัญชีนะครับ ไม่งั้นอดได้โบนัส สามารถเปิดได้ทั้งแบบออนไลน์และเปิดที่สาขา ตอนไปเปิดที่สาขาก็บอกพนักงานหน่อยครับ ว่าจะเปิดบัญชีนี้เพื่อเอาโบนัส ทางที่ดีก็พกมือถือไปด้วย แล้วเปิดหน้าเว็บที่มีข้อความในรูปด้านซ้ายโชว์เขาเลย เงื่อนไขในการได้โบนัสนั้นจะดูยุ่งยากนิดหน่อย และที่สำคัญคือ Direct Deposit $3000 ทุกเดือน อาจจะดูยากไปสักหน่อยแต่ผมก็ใช้ Fake Direct Deposit จนได้โบนัสมาแล้วครับ เป็นบัญชีที่น่าเปิดมาก เพราะโบนัสตั้ง 400$ เช็กรายละเอียดในลิงค์กันดี ๆ ครับ

3. Chase Checking และ Savings Bonus – โบนัส 200$ + 150$

3. Chase Checking และ Saving Bonus - โบนัส 200$ + 150$
แบงก์ใหญ่ประจำประเทศอเมริกา Chase เมื่อก่อนตอนผมเปิดบัญชี ผมได้โบนัส 300$ เฉพาะแค่บัญชี Checking แต่เหมือนตอนนี้มันไม่มีแล้ว อาจจะต้องรอช่วงที่เขาจัดโปรโมชั่นอีกที ตัวโบนัส 300$ ถึงจะกลับมาอีก เงื่อนไขของเชสนั้นไม่ยุ่งยากเลย Direct Deposit ก็ไม่มีขั้นต่ำ ค่อนข้างง่ายในการทำ Transaction นี้
ตอนนี้มีโปรโมชั่นที่เมื่อเปิดพร้อม Savings account จะได้โบนัสเพิ่มอีก $150 นั้นคือ เปิดสองบัญชีรวมกัน จะได้โบนัส $350 แต่ตัว Savings จะใช้เงินฝากเยอะหน่อย ในการที่จะ Trigger โบนัส ควรรอให้มีเงินก่อนแล้วเปิดบัญชีพร้อมกัน
….

4. Citi Checking – Bonus $400 No Direct Deposit Required4. Citi Checking - Bonus $400 No Direct Deposit Required

แบงก์ Citi คงคุ้นกับแบงก์นี้กันดี เพราะมีที่ไทย โดยแบงก์นี้มีบัญชีสามระดับที่จะได้โบนัส โดยแบ่งเป็น Basic Banking Account ได้โบนัส $200, CitiBank Account ได้ $400, และตัวที่ได้มากที่สุด Citi Priority ได้ 700$ ทีเด็ดของแบงก์นี้คือ ไม่จำเป็นต้องมี Direct Deposit !!! สามารถเปิดบัญชีใหม่ แล้วเอาเงินฝากเข้าบัญชีได้เลยเพื่อรับโบนัส
.
แนะนำให้เปิดบัญชี CitiBank Account ที่ได้ $400 โบนัส เพราะแบงก์ Citi ให้โบนัสแค่ครั้งเดียวตลอดชีพ ตัวโบนัส $200 ไม่คุ้มกับการเปิด ส่วน $700 นั้นก็ใช้เงินเยอะมาก ๆ ถึง 50,000$ ในการฝาก ถ้าคิดว่ามีเงินเย็นเยอะมาก ก็เปิดตัว $700 เลยก็ได้ครับ ส่วนตัวผมคิดว่า การเปิดบัญชีที่ได้ $400 นั้นคุ้มสุด เพราะใช้เงินฝากที่ 15,000$ เท่านั้น และระยะเวลาฝากแค่ 2 เดือน ถือว่าไม่นานมาก แต่ควรจะฝากทิ้งไว้จนกว่าจะได้โบนัส พอได้แล้วค่อยถอนเงินออกมาจะดีกว่าครับ
….

5. PNC – โบนัส 300$

5. PNC - โบนัส 300$
แบงก์ PNC ไม่ได้เป็นแบงก์ใหญ่เหมือนพวก Chase หรือ BOA มีสาขาค่อนข้างน้อย ผมอยู่ใน New York City มีแค่สามสาขาใน Manhattan ละอีกไม่กี่สาขาใน Queens กับ Brooklyn แบงก์นี้ก็จะมีบัญชีที่ได้โบนัสอยู่สามระดับคล้าย ๆ Citi ตัวแรกคือ บัญชี Virtual Wallet ได้ $50, Virtual Wallet with Performance Spend ได้ 200$ และตัวสุดท้าย Virtual Wallet With Performance Select ได้ 300$ ต้องดูชื่อบัญชีดี ๆ นะครับ แบงก์นี้ชื่อแอบคล้ายกันและดูยากไปหน่อย
แนะนำให้เปิดบัญชี Virtual Wallet with Performance Select ที่ได้ 300$ จะเปิดทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม บัญชีที่ได้โบนัสแค่ $50 อย่าไปเสียเวลาเปิดเลยครับ แบงก์นี้จะพิเศษตรงที่เงื่อนไขต้องใช้บัตรเดบิตการ์ดที่มาพร้อมกับบัญชี อย่างน้อย 10 ครั้ง ไม่แน่ใจเรื่องระยะเวลาว่า ต้องใช้ภายในเมื่อไหร่ แนะนำคือ พอได้บัตรมาให้รีบใช้เลยให้ครบ 10 ครั้ง การใช้ก็แล้วแต่ว่าจะใช้ยังไง ส่วนผมนั้นไปร้านใหญ่ ๆ ที่มี เครื่อง check out ด้วยตัวเอง ผมก็ซื้อของเล็กๆน้อยๆ เช่น หมากฝรั่ง ละค่อย ๆไปจ่ายทีละชิ้น จนครบ 10 ครั้ง หรือเติมเงินออนไลน์เข้าบัญชี Amazon 10 ครั้ง ครั้งละ 0.5$ (ไม่แน่ใจว่าทาง Amazon เปลี่ยนเงื่อนไขขั้นต่ำรึยัง) แค่นี้ก็ผ่านเงื่อนไขนี้แล้วครับ
….

6. Discover Online Savings Account  โบนัส $150, $200

6. Discover Online Saving account  โบนัส $150, $200
แบงก์ตัวนี้การได้โบนัสนั้นง่ายมาก ๆ ขอแค่มีเงินเย็นจำนวนหนึ่ง โดยเมื่อเปิดบัญชีแล้วฝากเงินไว้ที่ $15,000 จะได้โบนัส $150 และถ้าฝากถึง $25,000 จะได้โบนัส $200 แค่เพียงฝากเงินเท่านั้นก็ได้โบนัสนั้นแล้ว ไม่ต้องไปยุ่งกับ Direct Deposit เลย และความพิเศษของบัญชีแบบนี้คือ นอกจากจะได้โบนัสแล้ว มันยังมีดอกเบี้ยจากเงินฝากให้ด้วย โดยที่ตอนนี้ APY อยู่ที่ 1.8% สูงกว่า Savings Account ทั่ว ๆ ไป ถ้าฝากแบงก์นี้ $25,000 ครบ 1 ปี จะได้โบนัส $200 และดอกเบี้ย $448.97 รวมเป็นเงินสุทธิ $648.97 ต่อปี คิดเป็นผลตอบแทน 2.59% ก็ยังดีกว่าฝากเงินทั่วไปนะครับ จะเห็นได้ว่าใกล้หมดระยะเวลาโปรโมชั่นแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เดี๋ยวโปรก็กลับมาอีกครับ
…..

7.  CapitalOne 360 Performance Savings™ โบนัส $200, $1000

7.  CapitalOne 360 Performance Savings™ โบนัส $200, $1000
บัญชีนี้เป็นบัญชี Savings เหมือนของ Discover พิเศษคือ มีดอกเบี้ยที่ APY 1.9% สูงกว่า Discover นิดหนึ่ง บัญชีนี้ก็ได้โบนัสง่ายๆ แค่ฝากเงินเช่นกัน แต่ระยะเวลาในการฝากหลังจากเปิดบัญชีน้อยมาก ๆ เพียงแค่ 10 วันเท่านั้น ไม่แน่ใจว่านับรวมเสาร์อาทิตย์ไหม ดังนั้น ควรจะเปิดบัญชีต่อเมื่อมีเงินพร้อมที่จะโอนเข้าบัญชีได้เลยทันที โดยที่ฝากเงิน $10,000 จะได้โบนัส $200 และถ้าฝาก $150,000 ขึ้นไป!! ใช่ครับ อ่านไม่ผิดต้องฝากแสนห้าขึ้นไป  ถึงจะได้โบนัส $1000 แนะนำว่าถ้ามีเงินถึงจะเปิดเพื่อเอา $1000 ก็ได้ครับ สำหรับตัวผมเปิดตัว $200 เองครับ และควรเปิดบัญชีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้โบนัสแล้วถึงจะถอนเงินออก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

8. TD Bank โบนัส $200, $300

8. TD Bank โบนัส $200, $300
TD bank มีสองบัญชีที่จะได้โบนัสเมื่อทำการเปิดบัญชีใหม่ นั่นคือ TD Convenience Checking Account จะได้โบนัส $200 เมื่อมี Direct Deposit $500 ภายใน 60 ตั้งแต่วันที่เปิดบัญชี และอีกบัญชีคือ TD Beyond/Relationship Checking Account จะได้โบนัส $300 เมื่อมี Direct Deposit $2500 ภายใน 60 วัน ตั้งแต่วันที่เปิดบัญชี
….
ทางผมแนะนำให้เปิดบัญชีตัว Beyond เพื่อเอาโบนัส $300 เพราะ TD bank ให้โบนัสแค่ครั้งเดียวตลอดชีวิต ไม่สามารถทำเหมือนแบงก์อื่นๆ ที่เปิดแล้วปิดแล้วรอระยะเวลา เพื่อเปิดเอาโบนัสอีกครั้ง เพราะงั้น ทำทั้งทีก็เอาโบนัส $300 ไปเลยดีกว่าครับ แต่ตัว TD bank ไม่ Nation Wide เหมือนพวกแบงก์บน ๆ ที่ผ่านมา จะเปิดได้เฉพาะคนที่อยู่ในรัฐ CT, DC, DE, FL, MD, ME, MA, NC, NH, NJ, NY, PA, RI, SC, VT, & VA เท่านั้น ผู้ที่อยู่รัฐอื่นนอกเหนือจากนี้ เสียใจด้วยนะครับ

9. Santander $225 Checking Bonus

9. Santander $225 Checking Bonus
แบงก์ Santander เปิดบัญชีแบบไหนก็ได้ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือจะไปที่สาขา แต่ต้องมี Coupon Code เวลาเปิดบัญชี ง่าย ๆ ก็กดลิงค์เข้าไปในเว็บไซต์ของ Santander แล้วกรอกรายละเอียด ก็จะได้ตัว Coupon Code มา เวลาเปิดบัญชี ถ้าไม่ใส่ Code จะอดโบนัส$225 นะครับ ระวังกันด้วย ผมแนะนำว่าให้เปิดบัญชี Simply Right Checking เพราะค่า Fee ในการรักษาบัญชีมีเงื่อนไขที่ง่าย เพียงแค่ใช้บัญชีในการโอนเงิน ถอนเงิน หรือใช้บัตรเดบิต อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อ 1 รอบบิล แค่นี้ก็ไม่ต้องจ่ายค่า Fee แล้วครับ ที่น่าเสียดายคือ แบงก์นี้ไม่ Nation wide อีกแล้ว เฉพาะคนที่อยู่ใน NH, MA, RI, CT, DE, NY, NJ & PA เท่านั้น
…..
เป็นแบงก์ที่ผมแนะนำว่าควรจะเปิดมาก เหมาะสำหรับใช้ทำ Fake Direct Deposit มากที่สุด ตัวผมเองก็ใช้แบงก์นี้โอนเงินเข้าแบงก์อื่น ๆ ที่ต้องการ Direct Deposit เสมอ ๆ ถ้าคุณอยู่ในรัฐที่สามารถเปิดได้ ควรจะเปิดบัญชีนี้เป็นอันดับต้น ๆ เลยครับ

10. Investor Bank โบนัส $250

10. Investor Bank โบนัส $250
แบงก์นี้อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่ได้โบนัสนั้นง่ายมาก แค่ต้องใช้ระยะเวลากับเงินจำนวนหนึ่ง เป็นแบงก์ที่เปิดได้แค่สองรัฐเท่านั้นคือ NY และ NJ รัฐอื่นเสียใจด้วยครับ ส่วนการเปิดบัญชี ไม่สามารถเปิดออนไลน์ได้ ต้องไปเปิดบัญชีที่สาขาเท่านั้น การได้โบนัสจะเป็นแบบแบ่งจ่ายคือ เดือนละ $25 ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 10 เดือน ถึงจะได้ครบ $250 ไม่เหมือนโบนัสแบงก์อื่น ๆ ที่ได้มาเป็นก้อนเลย
….
ส่วนเงื่อนไขในการได้โบนัสนั้นก็ไม่ยากมากนัก เพียงแค่ มี Direct Deposit $500 หรือมากกว่า ต่อรอบบิล หรือใช้บัตรเดบิตอย่างน้อย 10 ครั้ง ต่อ 1 รอบบิล สามารถเลือกได้ว่าจะทำเข้าเงื่อนไขไหนก็ได้ แนะนำให้ใช้บัตรเดบิต 10 ครั้งต่อ 1 รอบบิลนั้นจะง่ายกว่า ถ้าไม่รู้จะทำยังไงให้ใช้ครบ 10 ครั้ง แนะนำ คือไปซื้อร้านที่มี Self Check Out ละค่อย ๆ ซื้อของ 1 ชิ้นต่อ 1 บิล หรือเติมเงินเข้า Amazon Account วิธีนี้ง่ายมาก ผมก็ทำตอนเปิดบัญชีนี้ โดยเติมเงิน ทีละ 0.5$ จำนวน 10 ครั้ง แค่นี้ก็ได้แล้ว 10 Transactions ต่อรอบบิลละครับ แค่ต้องกดหลายรอบเท่านั้นเอง

สุดท้ายแล้วส่งท้ายกันด้วย

เป็นไงกันบ้างครับกับเทคนิคแปลก ๆ ในการหาเงินในอเมริกา วิธีการพวกนี้เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเท่านั้นที่สามารถทำได้ และมีโอกาสได้เงิน 100% เหมือนเป็นการลงทุนฝากเงินอีกแบบที่ไม่มีความเสี่ยงเลย แต่เงินที่ได้มาถือว่าเป็น รายได้นะครับ ต้องยื่นเสียภาษีด้วย ถ้าเปิดบัญชีตามที่ผมแนะนำด้านบน อย่างน้อยภายใน 1 ปี ก็น่าจะได้เงินถึงประมาณ $2000-$2500 แล้วนะครับ ถือว่าเป็นเงินโบนัสพิเศษ และถ้ายิ่งมีแฟนหรือเป็นครอบครัว แล้วทุกคนมาล่าโบนัสด้วยกัน เงินก็จะยิ่งคูณตามจำนวนของสมาชิกนะครับ เพราะงั้นจะมัวช้าอยู่ไย ไปล่าเงินโบนัสของแบงก์กันดีกว่าครับ

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.