Pets

แนะนำ 9 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี 2020 ที่ได้ผลจริง บอกลาปัญหาเห็บหมัด

แนะนำ 9 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี 2020 ที่ได้ผลจริง บอกลาปัญหาเห็บหมัด

ต่อให้สุนัขของคุณจะน่ารักน่าชังแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าพวกเค้ามีเห็บหมัดนอนเล่นตามตัวอยู่ตลอดเวลาล่ะก็ เราเชื่อว่าปัญหานี้คงสร้างความกังวลใจให้กับคุณทุกครั้งที่จะกอดหรือจะเข้าใกล้ โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน หรือในบ้านมีเด็กเล็ก ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งอาจทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเข้าไปกันใหญ่ และปัญหา เห็บหมัด นี้ ไม่เพียงแค่เจ้าของอย่างคุณที่ต้องการจะกำจัดเท่านั้น ตัวสุนัขเองก็ได้ยังส่ายหน้าไม่เอาด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญใจทุกครั้งที่โดนกัด โดนดูดเลือดแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ตามมา หรืออาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังอักเสบ บวมแดงได้อีกด้วย

แน่นอนค่ะว่า ปัญหาเห็บหมัดเป็นเรื่องที่ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราคงไม่สามารถนั่งแกะเห็บหมัดออกทีละตัวเหมือนกับการนั่งบีบสิวได้นะคะ แต่เราต้องอาศัยผู้ช่วยมาปราบศัตรูร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก ซึ่งผู้ช่วยที่ว่านี้ ก็คือ การใช้ ‘ยากำจัดเห็บหมัด’ ที่มีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ วันนี้ เราจึงตั้งใจนำข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดมาแชร์ให้คนรักสุนัขทุกคนโดยเฉพาะ เนื่องจากมีสุนัขบางรายที่ได้ลองใช้ยาแล้ว แต่ยังกำจัดได้ไม่หมดสักที หรือกลับมาเป็นซ้ำ ๆ อยู่ตลอด นั่นอาจเป็นเพราะการใช้ยาที่ผิดขนาด หรือการใช้ยาตัวเดิมจนเกิดการดื้อยาก็เป็นได้

….

ทำความรู้จักเห็บ-หมัดกันก่อน

ทำความรู้จักเห็บ-หมัดกันก่อน

เห็บและหมัด คือ เชื้อปรสิต (Parasite) ที่มักพบตามภายนอกร่างกายของสัตว์เลี้ยง อาศัยอยู่ตามผิวหนังและคอยดูดเลือดเป็นอาหาร สิ่งที่แตกต่างระหว่างเห็บกับหมัดก็คือ ‘เห็บ’ เป็นปรสิตมี 8 ขา บินหรือกระโดดไม่ได้ เคลื่อนไหวด้วยการคลานเท่านั้น มีทั้งตัวผู้-ตัวเมีย วางไข่เพียงครั้งเดียว แต่จำนวนเยอะมากถึงมากที่สุด และมีวงจรชีวิตของมัน จึงค่อนข้างเป็นอะไรที่ปราบยากมาก เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที นอกจากนี้ เห็บจะชอบอาศัยอยู่ในซอกหลืบหรือในที่อับชื้น จึงพบได้มากกว่าปกติในช่วงฤดูฝน

ส่วนหมัดนั้น เป็นปรสิต 4 ขา ไม่มีปีก และอาศัยการดำรงชีวิตด้วยการกินเลือดเช่นกัน โดยจะมีความสามารถพิเศษที่ล้ำกว่าเห็บตรงที่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วและกระโดดได้สูงมาก ซึ่งหมัดเองก็จะมีวงจรชีวิตของมันเช่นเดียวกับเห็บ แต่จะมีการวางไข่ที่น้อยกว่าเห็บ และชอบอาศัยอยู่ตามซอกหลืบ ในที่อับชื้น จึงพบได้มากในช่วงฤดูฝน หรือในสภาพแวดล้อมที่อุ่นและมีความชื้นสูง

….

ปัญหาจากเห็บ-หมัด

ปัญหาจากเห็บ-หมัด

ปัญหาที่กวนใจจากเห็บหมัดอันดับแรกเลย คือ เรื่องผิวหนัง นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดและอาการคันให้กับน้องหมาทุกครั้งที่โดนดูดเลือดแล้ว ยังสร้างบาดแผลตามผิวหนังอีกด้วย และเมื่อเกิดการคันมาก ๆ ก็จะยิ่งทำให้น้องหมาเกาจนก่อให้เกิดการอักเสบหรืออาการแพ้ทางเพิ่มขึ้นได้

แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เห็บหมัดสามารถนำโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงมาสู่สุนัขได้ด้วย อย่างเช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือดที่มาจากเห็บ ไม่ว่าจะเป็นพยาธิ Ehrlichiosis,  Babesiosis หรือ Hepatozoonosis ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร เพราะเชื้อเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในเม็ดเลือด หากปล่อยไว้อาจทำให้สุนัขถึงขั้นเสียชีวิตได้ หรือหากได้รับเชื้อจากเห็บที่เป็นพิษ อาจทำให้เป็นอัมพาตได้เช่นกัน

ส่วนอันตรายจากหมัดก็จะมีโรคพยาธิตัวตืด โดยจะมีเชื้อเข้าไปอาศัยอยู่ในลำไส้ ทำให้เกิดการท้องเสีย น้ำหนักลด ลำไส้แปรปรวน และยังมีโรคภูมิแพ้น้ำลายหมัดที่จะทำให้เกิดการแพ้ตามผิวหนัง เกิดการคันอย่างรุนแรง บางรายก็จะขนร่วงและผิวหนังอักเสบร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของไม่รีบจัดการปัญหานี้หรือปล่อยปละละเลยล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นเห็บหรือหมัดก็จะส่งผลต่อเรื่องโลหิตจางของสุนัขตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากทั้งสองวายร้ายนี้จะค่อย ๆ สูบเลือดจากสุนัขไปเรื่อย ๆ และลองนึกภาพดูสิคะว่า มีเจ้าพวกนี้อยู่ทั้งหมดกี่ตัว!

……

ตารางสรุปข้อมูลยากำจัดเห็บหมัดแบบรวบรัด….

123456789
แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบหยอด

แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบสเปรย์

แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบกิน

ยากำจัดเห็บหมัด

FRONTLINE Plus For Dogs

Revolution For Dogs

FRONTGUARD Plus

Bayticol 6%

FRONTLINE Spray

BEARING Tick & Flea Dog Spray

Heartgard Plus

NexGard SPECTRA

BRAVECTO

ช่วงราคา500 - 1,000 บาท499 - 899 บาท499 - 899 บาท199 - 699 บาท350 - 790 บาท139 - 159 บาท499 - 699 บาท999 - 1,499 บาท650 - 950 บาท
ประเภทยาหยอดยาหยอดยาหยอดสเปรย์พ่นสเปรย์พ่นสเปรย์พ่นยากินยากินยากิน
ปริมาณบรรจุ3 หลอด/กล่อง3 หลอด/กล่อง1 หลอด/กล่อง10 cc/ 100 cc100 ml/ 250 ml250 ml6 เม็ด / กล่อง3 เม็ด / กล่อง1 เม็ด / กล่อง
ส่วนผสมสำคัญFipronil‎ ‎9.8%/(S)-methoprene‎ ‎8.8%Selamectin 12%Fipronil‎ 10%/(S)-methoprene‎ ‎9%Flumethrin 6%Fipronil 0.29%ไม่ระบุIvermectin / PyrantelAfoxalaner/Milbemycin OximeFluralaner
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัดควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / รักษาไรในหู / ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ / ป้องกันพยาธิตัวกลม / รักษาขี้เรื้อนแห้งควบคุมและกำจัดเห็บหมัดควบคุมและกำจัดเห็บหมัดควบคุมและกำจัดเห็บหมัดควบคุมและกำจัดเห็บหมัดควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / กำจัดไรเรื้อน / ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ / ป้องกันพยาธิในทางเดินอาหารควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / กำจัดไรเรื้อน / ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ / ป้องกันพยาธิตัวกลมควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / กำจัดไรเรื้อนเปียก และไรเรื้อนแห้ง
เหมาะสำหรับสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไปอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไปอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไปทุกช่วงวัยทุกช่วงวัยอายุ 3 เดือนขึ้นไปอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไปอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไปอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

…..

แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบหยอด ที่ได้ผลจริง บอกลาปัญหาเห็บหมัด

ในช่วงแรก เรามาเริ่มกันที่ยาหยอดก่อน ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ที่เราหยิบยกมาแชร์กันในวันนี้ ถือเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมและได้รับความเชื่อถือมายาวนานทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงหายห่วงในเรื่องความปลอดภัยได้เลยค่ะ
.

▼▼ FRONTLINE Plus For Dogs ▲▲

▼▼ FRONTLINE Plus For Dogs ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

Frontline ผลิตจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยี่ห้อดังที่รู้จักกันดีในหมู่เจ้าของสุนัขและได้รับความไว้วางใจมายาวนาน ผลิตภัณฑ์นี้ใน 1 กล่องจะบรรจุตัวยา 3 หลอด โดย 1 หลอด จะสามารถควบคุมเห็บหมัดได้นาน 1 เดือน และจะต้องมีการใช้ต่อเนื่องให้ครบทั้ง 3 หลอด ยาหยอดของ Frontline นี้จะแบ่งการใช้งานตามเกณฑ์น้ำหนักของสุนัขให้ถึง 5 ช่วงด้วยกันเลย คือ น้ำหนักน้อยกว่า 5 kg, น้ำหนักน้อยกว่า 10 kg, น้ำหนัก 10 – 20 kg, น้ำหนัก 20 – 40 kg และน้ำหนัก 40 – 60 kg.

สำหรับจุดเด่นของยาตัวนี้ก็คือ กำจัดไข่หมัด ตัวอ่อนของหมัดและเห็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการทำลายวงจรชีวิตของเห็บและหมัด ทั้งยังสามารถกำจัดเห็บหมัดแบบโตเต็มวัยได้ผลภายใน 24 ชั่วโมง แต่เนื่องจากตัวยาจะทำงานอยู่ตามไขมันบนผิวหนัง ฉะนั้น จึงห้ามอาบน้ำให้น้องหมาหลังจากหยดยาประมาณ 48 ชั่วโมง แม้ผลิตภัณฑ์นี้จะไม่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันหรือรักษาโรคอื่น ๆ ด้วย แต่จะเน้นตอบโจทย์เรื่องเห็บหมัดเยอะได้เป็นอย่างดีค่ะ

ช่วงราคา 500 – 1,000 บาท
ประเภท ยาหยอด
ปริมาณบรรจุ 3 หลอด/กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Fipronil‎ ‎9.8%/(S)-methoprene‎ ‎8.8%
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป

.

สำหรับน้องหมาบ้านไหนที่ไม่ได้มีแค่ปัญหาเห็บหมัดกวนใจอย่างเดียว แต่มีปัญหาเรื่องไรในหูที่เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบในช่องหูด้วย ตัวยาของ Revolution สามารถครอบคลุมทั้งสองปัญหาให้คุณได้ เพราะมีคุณสมบัติทั้งการควบคุมและกำจัดเห็บหมัด, รักษาปัญหาไรในหู, ป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจและพยาธิตัวกลมในสุนัข รวมไปถึงการรักษาโรคขี้เรื้อนแห้งซึ่งมีสาเหตุมาจากตัวไรนั่นเอง

ยาหยอดของ Revolution ก็จะแบ่งการใช้งานตามเกณฑ์น้ำหนักของสุนัขเช่นเดียวกัน คือ น้ำหนัก 2.6 – 5 kg, น้ำหนัก 5 – 10 kg, น้ำหนัก 11 – 20 kg และ น้ำหนัก 20 – 40 kg นอกจากนี้ ยังมีรุ่นเฉพาะสำหรับลูกสุนัขวางจำหน่าย และสามารถใช้ในสุนัขที่กำลังตั้งท้องหรือให้นมลูกได้อีกด้วย ข้อดีอีกประการของผลิตภัณฑ์นี้ก็คือ ตัวยาซึมไว จึงอาบน้ำให้สุนัขได้ หลังจากหยอดยาไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ

ช่วงราคา 499 – 899 บาท
ประเภท ยาหยอด
ปริมาณบรรจุ 3 หลอด/กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Selamectin 12%
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด/รักษาไรในหู/ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ/ป้องกันพยาธิตัวกลม/รักษาขี้เรื้อนแห้ง
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป

.

▼▼ FRONTGUARD Plus ▲▲

▼▼ FRONTGUARD Plus ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมกันก็คือ Frontguard เนื่องจากมีราคาที่ย่อมเยาและมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีเช่นกัน ส่วนผสมของตัวยาจะคล้ายกับยี่ห้อ Frontline ซึ่งผลิตจากประเทศฝรั่งเศส ในขณะที่ Frontguard ผลิตจากประเทศจีน อย่างไรก็ตาม แบรนด์นี้ได้รับการรับรองเรื่องทะเบียนยาอย่างถูกต้อง จึงมีความปลอดภัยต่อการใช้งาน ยาตัวนี้จะแบ่งการใช้งานตามเกณฑ์น้ำหนักของสุนัขเป็น 3 ช่วง คือ 2 – 10 kg, น้ำหนัก 10 – 20 kg และ น้ำหนัก 20 – 40 kg โดยจะไม่สามารถใช้กับสุนัขที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2 kg ได้

สำหรับจุดเด่นของตัวยานี้ก็คือ จะออกฤทธิ์รวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าไปช่วยกำจัดไข่หมัด ตัวอ่อนของหมัดและเห็บอย่างครบวงจร จึงป้องกันการแพร่ของเห็บหมัดซ้ำได้ดี และจะควบคุมได้นานถึง 1 เดือน แต่เนื่องจากราคาที่ย่อมเยากว่ายี่ห้ออื่น ใน 1 บรรจุภัณฑ์จึงมีแค่ 1 หลอดเท่านั้น เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าของควรซื้อมาใช้ให้ต่อเนื่องจนกว่าปัญหาเห็บหมัดของน้องหมาจะหมดไป

ช่วงราคา 499 – 899 บาท
ประเภท ยาหยอด
ปริมาณบรรจุ 1 หลอด/กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Fipronil‎ 10%/(S)-methoprene‎ ‎9%
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป
.….

แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบสเปรย์ ที่ได้ผลจริง บอกลาปัญหาเห็บหมัด

มาดูแบบสเปรย์กันบ้าง อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วในตอนต้นว่า สเปรย์เป็นอีกหนึ่งประเภทที่นิยมใช้กัน เพราะสะดวกต่อการใช้งาน เหมาะกับเจ้าของที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุนัข และยังตอบโจทย์ได้ดีกับสุนัขที่ทานยายากอีกด้วย จะมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย!
.

▼▼ Bayticol 6% ▲▲

▼▼ Bayticol 6% ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

Bayticol เป็นยี่ห้อยอดฮิตสำหรับคนที่เลือกใช้สเปรย์เลย เพราะสามารถใช้ได้กับสุนัขทุกช่วงวัย รวมไปถึงสุนัขที่ตั้งท้องหรือกำลังให้นมลูกก็ได้เช่นกัน มีการใช้งานโดยนำตัวยา 1 ซีซี. ไปผสมกับน้ำ 1.5 ลิตร ในขวดสเปรย์ แล้วใช้ฉีดพ่นตามตัวสุนัขและถูให้ทั่วตัว โดยเฉพาะบริเวณหลังหูและอุ้งเท้า สามารถใช้งานได้เลยหลังจากอาบน้ำให้สุนัขและหลังจากฉีดสเปรย์แล้วก็รอให้แห้งได้เลย ไม่จำเป็นต้องล้างออก

คุณสมบัติเด่นของตัวยานี้ คือ ช่วยกำจัดเห็บหมัด ตั้งแต่ระยะตัวอ่อนไปจนระยะโตเต็มวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังป้องกันการวางไข่ของเห็บหมัดตัวเมียด้วย เป็นการตัดวงจรชีวิตเพื่อลดการเกิดปัญหาซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม เจ้าของควรใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2 สัปดาห์จนแน่ใจว่ากำจัดได้หมดแล้ว ข้อดีอีกประการก็คือ สามารถใช้ Bayticol ไปฉีดพ่นตามกรง ที่นอน หรือบริเวณที่สุนัขชอบไปนอนเล่นเป็นประจำ ซึ่งมักจะเป็นที่วางไข่ของเห็บหมัดตัวเมีย จึงถือว่าตอบโจทย์เจ้าของที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดกรงหรือที่นอนได้ดีทีเดียว

ช่วงราคา 199 – 699 บาท
ประเภท สเปรย์พ่น
ปริมาณบรรจุ 10 cc/ 100 cc
ส่วนผสมสำคัญ Flumethrin 6%
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับสุนัข ทุกช่วงวัย

.

▼▼ FRONTLINE Spray ▲▲

▼▼ FRONTLINE Spray ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

แน่นอนว่า หนึ่งในสเปรย์ติดอันดับก็ต้องมีแบรนด์ FRONTLINE อีกเช่นกัน แม้แบบสเปรย์นี้จะมีตัวยาไม่เข้มข้นเท่ากับแบบยาหยอด แต่ก็ยังสามารถกำจัดเห็บหมัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตัวยาจะ​​​​​​ออกฤทธิ์ทันที โดยเฉพาะบริเวณที่ฉีด สำหรับปริมาณในการใช้งานนั้น จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของสุนัข โดยใช้ 6 – 12 ปั๊ม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สามารถฉีดก่อนพาสุนัขออกไปนอกบ้านได้อย่างสบาย ๆ

จุดเด่นอีกอย่างของสเปรย์ตัวนี้ คือ กันน้ำได้ในระดับนึง ซึ่งก็หมายถึง ตัวยาจะติดทนบนผิวหนังได้ในระดับดี ทนต่อการชะล้าง จึงหายห่วงหากสุนัขโดนละอองฝนหรือชอบเล่นน้ำ อย่างไรก็ดี สเปรย์นี้เป็นสูตรสำหรับใช้ได้ทั้งลูกแมวและลูกสุนัข จึงผสมตัวยาในระดับอ่อน หากสุนัขของคุณมีปัญหาเห็บหมัดค่อนข้างมาก แนะนำให้ใช้ร่วมกับยาหยอดหรือการทานยาจึงจะได้ป้องกันได้ดีที่สุด

ช่วงราคา 350 – 790 บาท
ประเภท สเปรย์พ่น
ปริมาณบรรจุ 100 ml/ 250 ml
ส่วนผสมสำคัญ Fipronil 0.29%
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับสุนัข ทุกช่วงวัย

.

▼▼ BEARING Tick & Flea Dog Spray ▲▲

▼▼ BEARING Tick & Flea Dog Spray ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

สเปรย์จาก Bearing ที่แม้จะเป็นแบรนด์ไทย แต่ได้รับความนิยมเพราะเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ดูแลเรื่องสัตว์เลี้ยงครบวงจรมายาวนานกว่า 40 ปี ซึ่งความพิเศษของสเปรย์ตัวนี้ คือ มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ จึงช่วยให้สุนัขผ่อนคลายได้ดี ทั้งยังถูกใจเจ้าของเวลาใช้งานอีกด้วย การใช้งานก็สะดวกสบาย สามารถฉีดพ่นบนตัวสุนัขได้เลยโดยไม่ต้องผสมกับน้ำ หรืออาจจะใช้ร่วมกับแชมพูแบบอาบแห้งไปเลยก็ได้

นอกจากนี้ ยังใช้ฉีดตามบริเวณกรง ที่นอน หรือที่นั่งประจำของสุนัขได้ตามต้องการ ถือเป็นการขจัดกลิ่นอับไปด้วยในตัว ในเรื่องคุณสมบัตินั้น ก็ถือว่าตอบโจทย์การกำจัดและควบคุมเห็บหมัดได้ดีในระดับนึง แต่เนื่องจากเป็นสูตรอ่อนโยนที่เน้นความปลอดภัยทั้งตัวสุนัขและเจ้าของ จึงมีฤทธิ์ของตัวยาที่ไม่เข้มข้นเท่ายี่ห้ออื่น หากสุนัขของคุณมีปัญหาเห็บหมัดเยอะล่ะก็ อาจจะต้องใช้สเปรย์ตัวนี้ร่วมกับยากินหรือยาหยอดจึงจะมีประสิทธิภาพ

ช่วงราคา 139 – 159 บาท
ประเภท สเปรย์พ่น
ปริมาณบรรจุ 250 ml
ส่วนผสมสำคัญ ไม่ระบุ
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 3 เดือนขึ้นไป

.

แนะนำ 3 อันดับ ยากำจัดเห็บหมัด แบบกิน ที่ได้ผลจริง บอกลาปัญหาเห็บหมัด

สำหรับน้องหมาบ้านไหนที่มีปัญหาเรื่องเห็บหมัดค่อนข้างเยอะ ถึงระดับที่รุนแรง การรักษาโดยใช้ยาแบบกินอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากกว่าใช้ยาแบบภายนอก เพราะตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันทีและออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.

▼▼ Heartgard Plus ▲▲

▼▼ Heartgard Plus ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

ที่ต้องยกให้ยี่ห้อนี้เป็นที่ 1 ก็เพราะความพิเศษที่ทำตัวยามาเป็นแบบเคี้ยว พร้อมด้วยการผสมกลิ่นรสเนื้อวัวที่น่าดึงดูดใจลงไปด้วย จึงช่วยตัดปัญหาน้องหมาไม่ยอมทานยาออกไปได้เลย ทางด้านคุณสมบัติก็ครบครัน เพราะยากินของ Heartgard Plus ตัวนี้สามารถดูแลได้ครอบคลุมเกือบทุกด้าน ทั้งช่วยควบคุมและกำจัดเห็บหมัด, กำจัดโรคไรขี้เรื้อนเปียกหรือไรขี้เรื้อนขุมขน, ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ และป้องกันพยาธิในทางเดินอาหารชนิดต่าง ๆ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ หรือพยาธิตัวตืด เป็นต้น

และจุดเด่นอีกด้านที่เหนือยี่ห้ออื่น ๆ ก็คือ สามารถใช้ได้กับแม่สุนัขที่ตั้งท้องหรืออยู่ในช่วงกำลังให้นม ทั้งยังใช้ได้กับสุนัขเกือบทุกสายพันธุ์ ยกเว้นในกลุ่มที่มียีน MDR1 อย่างเช่น คอลลี่, บอร์เดอร์คอลลี่, เชทแลนด์ชีพด๊อก หรือ เยอรมันเชฟเพิร์ด ซึ่งจัดว่าเป็นพันธุ์ที่แพ้ยาได้ง่ายและร่างกายไม่สามารถดูดซึมยาไปใช้ประโยขน์ได้ดีเท่าที่ควร แม้ Heartgard Plus จะมีตัวยาในปริมาณที่พอเหมาะ แต่เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อนจะดีที่สุด

ในส่วนของเรื่องราคาก็ถือว่าย่อมเยา โดยใน 1 บรรจุภัณฑ์จะมีทั้งหมด 6 เม็ด และตัวยา 1 เม็ด จะควบคุมเรื่องเห็บหมัดได้เป็นเวลานาน 1 เดือน และต้องทานต่อเนื่องกันเดือนละเม็ดให้ครบทั้ง 6 เดือน จึงจะมีประสิทธิภาพ สำหรับการใช้ยากินก็ยังคงต้องคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักเป็นสำคัญ ผลิตภัณฑ์นี้ก็มีการแบ่งตามเกณฑ์น้ำหนักของสุนัขเช่นกัน โดยจะมี 3 ช่วง คือ น้ำหนักไม่เกิน 11 kg,  น้ำหนัก 12 – 22 kg และ น้ำหนัก 23 – 45 kg.

ช่วงราคา 499 – 699 บาท
ประเภท ยากิน
ปริมาณบรรจุ 6 เม็ด / กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Ivermectin / Pyrantel
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด/กำจัดไรเรื้อน/ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ/ป้องกันพยาธิในทางเดินอาหาร
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป
.

▼▼ NexGard SPECTRA ▲▲

▼▼ NexGard SPECTRA ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

อีกหนึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะมีคุณสมบัติของตัวยาที่ใกล้เคียงกับ Heartgard Plus มาก โดยเฉพาะความโดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพการดูแลโรคที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการป้องกันและกำจัดเห็บหมัด, กำจัดโรคไรขี้เรื้อนเปียก, ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจและพยาธิในทางเดินอาหารชนิดต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน โดยตัวยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็วและออกฤทธิ์ให้ทันทีเมื่อเห็บหมัดที่อยู่บนตัวสุนัขดูดเลือดไป จากนั้นเห็บหมัดทั้งหลายก็จะค่อย ๆ แห้งตายและหลุดออกจากผิวหนังไปเอง

NexGard SPECTRA ตัวนี้เป็นชนิดเคี้ยว ซึ่งมีการแต่งกลิ่นรสไว้แล้ว แม้จะไม่ใช่รสเนื้อวัวหอมอร่อย แต่ก็ช่วยให้สุนัขยอมทานง่ายขึ้นเยอะเช่นกัน สำหรับจุดเด่นของยี่ห้อนี้ที่เจ้าของสุนัขหลายคนเลือกใช้ คือ เรื่องส่วนผสมในตัวยา (Afoxolaner และ Milbemycin Oxime) ที่สามารถแก้ปัญหาการดื้อยาได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม ยาตัวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันให้ใช้ กับสุนัขที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมได้ และไม่สามารถใช้ในสายพันธุ์ที่มียีน MDR1 อย่างคอลลี่ได้ แต่หากสุนัขบ้านไหนที่มีปัญหาเรื่องเห็บหมัดเยอะจริง ๆ และดื้อยายี่ห้ออื่น ๆ แนะนำให้ลองปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาแนวทางในการใช้ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

การใช้งานของ NexGard SPECTRA  ก็แบ่งตามน้ำหนักออกเป็น 5 ช่วง คือ น้ำหนัก 2 – 3.5 kg,  น้ำหนัก 3.5 – 7.5 kg, น้ำหนัก 7.5 –  15 kg,  น้ำหนัก 15 –  30 kg และ น้ำหนัก 30 – 60 kg. จึงไม่สามารถใช้ในลูกสุนัขหรือพันธุ์เล็กที่น้ำหนักไม่ถึง 2 kg. ใน 1 กล่องบรรจุภัณฑ์จะมียาทั้งหมด 3 เม็ด และตัวยา 1 เม็ด จะควบคุมเรื่องเห็บหมัดได้เป็นเวลานาน 1 เดือน ซึ่งข้อเสียเล็กน้อยของยี่ห้อนี้ก็คือ ราคาค่อนข้างแพงทีเดียว หากใครที่มีงบประมาณจำกัด แนะนำให้เลือกใช้ยี่ห้ออื่น เนื่องจากการใช้ยารักษาประเภทนี้จะต้องทำต่อเนื่องจึงจะมีประสิทธิภาพ

ช่วงราคา 999 – 1,499 บาท
ประเภท ยากิน
ปริมาณบรรจุ 3 เม็ด / กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Afoxalaner/Milbemycin Oxime
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด/กำจัดไรเรื้อน/ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ/ป้องกันพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป
.

▼▼ BRAVECTO ▲▲

▼▼ BRAVECTO ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

มาถึงผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่เราจะแนะนำกันในวันนี้ก็คือ ยากินแบบเคี้ยวที่ทานง่ายเพราะมีกลิ่นรสตับที่สุนัขจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ในเรื่องคุณสมบัติของตัวยานี้จะครอบคลุมเฉพาะในเรื่องการกำจัดและป้องกันเห็บหมัด รักษาโรคไรขี้เรื้อนเปียก และขี้เรื้อนแห้งได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจและพยาธิต่าง ๆ ในทางเดินอาหารได้ เหมือนกับสองยี่ห้อที่ได้แนะนำไป

อย่างไรก็ตาม BRAVECTO ถือว่าเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อได้รับการการันตีว่าช่วยเห็บหมัดได้ดีเยี่ยม ทั้งยังควบคุมโรค Flea Allergy Dermatitis หรือภาวะแพ้น้ำลายหมัดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ทันทีหลังทานภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อไปกำจัดเห็บให้ตายภายใน 12 ชั่วโมง และหมัดภายใน 8 ชั่วโมง และที่สำคัญ BRAVECTO ยังได้รับการเคลมว่ามีความปลอดภัยกับสุนัขที่ตั้งท้องหรือกำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก รวมไปถึงสุนัขในกลุ่มที่มียีน MDR1 ได้อีกด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยแล้ว ขอแนะนำให้ปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง

และแน่นอนว่า การใช้งานก็จะแบ่งตามเกณฑ์เรื่องน้ำหนักเช่นเดียวกับยี่ห้ออื่น ๆ โดยจะแบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ น้ำหนัก 2 – 4.5 kg,  น้ำหนัก 4.5 – 10 kg, น้ำหนัก 10 –  20 kg และ น้ำหนัก 20 –  40 kg. ในเรื่องของประสิทธิภาพการป้องกัน ตัวยา 1 เม็ด จะควบคุมเรื่องเห็บหมัดได้ยาวนานถึง 3 เดือน ซึ่งจัดว่าคุ้มค่า มีความเหมาะสมกับระดับราคา ฉะนั้น หากใครที่ต้องการเน้นเฉพาะเรื่องกำจัดเห็บหมัด เพราะมีการฉีดยาพยาธิหนอนหัวใจหรือควบคุมเรื่องพยาธิไว้อยู่แล้ว BRAVECTO ก็ตอบโจทย์ได้ดีค่ะ

ช่วงราคา 650 – 950 บาท
ประเภท ยากิน
ปริมาณบรรจุ 1 เม็ด / กล่อง
ส่วนผสมสำคัญ Fluralaner
คุณสมบัติ ควบคุมและกำจัดเห็บหมัด/กำจัดไรเรื้อนเปียกและไรเรื้อนแห้ง
เหมาะสำหรับสุนัข อายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป

…..

เลือกยากำจัดเห็บหมัด ยังไงให้ได้ผล?

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าคนรักสุนัขทั้งหลายคงรู้สึกกังวลใจและอดห่วงน้องหมาที่บ้านไม่ได้อย่างแน่นอน ฉะนั้น เรามาดูเคล็ดลับในการเลือกผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดเพื่อเอาไว้ไปดูแลพวกเค้ากันดีกว่าค่ะ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่า หลายคนเผชิญปัญหาใช้ยาไปแล้ว แต่ปราบได้ไม่หมดสักที นั่นอาจเป็นเพราะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เหมาะสม ใช้ผิดขนาด หรือใช้ยาตัวเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดการดื้อยาได้ การศึกษาข้อมูลในการเลือกยาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

.

1. เลือกตามประเภทของผลิตภัณฑ์.

1. เลือกตามประเภทของผลิตภัณฑ์

ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้กำจัดเห็บหมัดในสุนัขวางขายอยู่หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบยาหยอด, แบบสเปรย์พ่น, ยาเม็ดแบบทาน, แชมพูอาบน้ำสูตรกำจัดเห็บหมัดที่มีตัวยาผสมไว้ หรือแม้แต่แบบปลอกคอและหวี ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป และจะตอบโจทย์เรื่องระดับความรุนแรงของปัญหาได้ต่างกันด้วย

 

แบบหยอด

แบบหยอด

ยารูปแบบหยอดนี้ ถือเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสะดวกต่อการใช้งานและมีความปลอดภัย โดยตัวยาจะมีลักษณะเป็นน้ำ ใช้หยดลงบนตัวสุนัข และตัวยาจะไปอยู่ตามไขมันบนชั้นผิว เมื่อบรรดาเหล่าเห็บหมัดมากัดก็จะได้รับฤทธิ์ยาไปทันที ซึ่งยาประเภทนี้อาจจะใช้เวลาในการออกฤทธิ์ช้าหน่อย แต่ประสิทธิภาพของยาจะอยู่ได้นานกว่าแบบสเปรย์

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการอาบน้ำเมื่อใช้ยาประเภทนี้ด้วย เพราะสารจากแชมพูที่อยู่บนผิวหนังอาจไปลดประสิทธิภาพของยาลงได้ ตัวยาก็จะไม่สามารถทำงานได้ตามหน้าที่ จึงไม่ควรอาบน้ำก่อนหยอดนั่นเอง รวมไปถึงหลังการใช้ก็ไม่ควรอาบน้ำประมาณ 2-3 วัน ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ฤทธิ์ยาไม่ถูกชำระล้างออกไป

….

แบบสเปรย์

แบบสเปรย์

ประเภทสเปรย์ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ค่อนข้างนิยมใช้กันในปัจจุบัน และมีวางจำหน่ายกันอยู่หลากหลายยี่ห้อทีเดียว ด้วยความที่ใช้งานง่าย สามารถฉีดพ่นได้หลังจากอาบน้ำและเช็ดตัวแห้งแล้ว โดยฉีดได้ทั้งบริเวณลำตัว ซอกคอ ใต้ท้อง ตามอุ้งเท้า จึงสะดวกมากกว่าแบบหยอด อีกทั้งยังสามารถนำไปฉีดในกรงสุนัข หรือตามที่นอนได้ด้วย ซึ่งแบบยาหยอดจะไม่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของสเปรย์ก็คือ ต้องคำนวณปริมาณในการฉีดแต่ละครั้งให้เหมาะสมกับน้ำหนักของสุนัขด้วย เพราะถ้าหากฉีดน้อยเกินไป อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ซึ่งการฉีดพ่นในปริมาณครั้งละมาก ๆ เช่นนี้ ทำให้เจ้าของสุนัขหลายคนไม่ค่อยถูกใจเพราะค่อนข้างสิ้นเปลืองนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ต้องคอยระวังทุกครั้งขณะฉีด อย่าให้เข้าตา ปาก และจมูก ทั้งตัวสุนัขและตัวเจ้าของเองด้วยเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายค่ะ

….

แบบยากิน

แบบยากิน

ยากินเป็นอีกหนึ่งประเภทที่นิยมใช้กันมายาวนาน เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ด้วยประสิทธิภาพของตัวยาที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที และโดยทั่วไปจะเป็นยาตัวเดียวกับที่ใช้ปกป้องโรคพยาธิหนอนหัวใจด้วย จึงทานแค่ตัวเดียวก็ครอบคลุมถึง 2 ประโยชน์เลย ที่สำคัญ มีฤทธิ์อยู่ได้ยาวนานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จนถึง 10 เดือนก็มี ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อและปริมาณโดสของตัวยา ไม่ต้องค่อยหยอดหรือพ่นกันบ่อย ๆ

ถึงแม้ว่าการให้ยากินจะฟังดูง่าย เจ้าของสามารถให้เองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ และไม่ต้องคำนวณปริมาณใด ๆ ให้ยุ่งยาก แต่ก็ยังมีหลายบ้านที่เจอปัญหาน้องหมาทานยายากอยู่เช่นกัน ยังไงก็ลองเลือกดูตามความเหมาะสมนะคะ เพราะถ้าน้องหมาไม่ชอบทานยา อาจไปบ้วนยาทิ้งทีหลังโดยที่เราไม่รู้และจะไม่เกิดผลใด ๆ ในการกำจัดเห็บหมัดเลยก็ได้ค่ะ

….

แบบแชมพูอาบน้ำ

แบบแชมพูอาบน้ำ

ปัจจุบัน มีการนำตัวยากำจัดเห็บหมัดเข้ามาเป็นส่วนผสมในแชมพูอาบน้ำสุนัขเป็นจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของ เมื่อใช้อาบน้ำทุกครั้ง ก็จะช่วยขจัดและป้องกันเห็บหมัดไปพร้อมกันทีเดียว ซึ่งการใช้งานก็ง่าย เพราะเป็นวิธีการเดียวกับการอาบน้ำให้สุนัขแบบทั่วไป ที่สำคัญ มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อที่เน้นการใช้สารสมุนไพรเข้ามาช่วย จึงเพิ่มความปลอดภัยกับน้องหมาที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการอาบแต่ละครั้ง ต้องมีการฟอกแชมพูทิ้งไว้ 10-15 นาที จึงเป็นปัญหากับเจ้าของหลาย ๆ คนที่ไม่ค่อยจะมีเวลาสักเท่าไหร่ กลายเป็นน้องหมาจะยิ่งไม่ค่อยได้รับการดูแลเรื่องเห็บหมัดเลยทีนี้ ฉะนั้น ใครที่รู้ตัวว่าไม่ค่อยเจียดเวลามาอาบน้ำให้น้องหมาได้บ่อย ๆ ล่ะก็ แนะนำให้เลือกใช้ประเภทอื่น ๆ ที่เราแนะนำไปจะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ

….

แบบปลอกคอ

แบบปลอกคอ

ด้วยความล้ำสมัยในยุคนี้ ปลอกคอสุนัขก็มีรุ่นที่สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้ว วิธีนี้จะนิยมใช้กันในหมู่เจ้าของที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะมีการใช้งานที่ง่ายมาก เพียงแค่สวมใส่ก็สามารถช่วยกำจัดเห็บหมัดได้เป็นเวลาหลายเดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ

อย่างไรก็ตาม หากสุนัขของใครที่ไม่คุ้นเคยกับการใส่ปลอกคอก็อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญหรือส่งผลต่อความเครียดได้ และหากใครที่เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว ก็ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจมีการกัดแทะปลอกคอจนทำให้ได้รับยาเข้าไปในร่างกายและเกิดอันตรายได้

….

2. เลือกตามช่วงอายุ น้ำหนักและสายพันธ์ุ.

2. เลือกตามช่วงอายุ น้ำหนักและสายพันธ์ุ

ถัดมา คือ เรื่องของช่วงอายุ ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไหนก็ตาม ก่อนซื้อทุกครั้งต้องตรวจสอบด้วยว่าสามารถใช้ได้กับช่วงวัยของสุนัขคุณหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกสุนัข ต้องควรระวังเป็นพิเศษ เพราะตัวยาบางชนิดอาจจะมีฤทธิ์ที่รุนแรงเกินไปได้

‘น้ำหนัก’ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ละเลยไม่ได้เลย เพราะการที่สุนัขได้รับปริมาณยาไม่เหมาะสมกับน้ำหนัก อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการแพ้ทางผิวหนัง, อาเจียน, ท้องเสีย หรือเบื่ออาหาร เป็นต้น สำหรับการใช้ยาแบบหยอดหรือยากิน ทางผู้ผลิตจะแยกประเภทมาให้ชัดเจนแล้วว่า รุ่นนี้สำหรับสุนัขที่มีน้ำหนักไม่เกินกี่กิโล โดยโดสยาจะมีการคำนวณไว้ให้อย่างเหมาะสมแล้ว

สำหรับรูปแบบสเปรย์ เจ้าของต้องมีการกะปริมาณในการพ่นยาให้ถูกต้องในแต่ละครั้ง โดยดูตามวิธีใช้บนกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพราะการให้ยาในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา หากพ่นยาในปริมาณที่น้อยไป ก็จะทำให้ควบคุมเห็บหมัดได้ไม่หมดนั่นเอง นอกเหนือจากเรื่องของอายุและน้ำหนักแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์แบบสเปรย์ จะต้องคำนึงถึงเรื่องสายพันธุ์สุนัขด้วย เพราะพันธุ์ขนยาวจะต้องใช้ยาปริมาณมากขึ้นเป็น 2 เท่าจึงจะเพียงพอ….

….

3. เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

3. เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

ไม่ว่าคุณจะใช้ยาตามช่วงอายุ ตามน้ำหนักหรือสายพันธ์ุอย่างถูกต้องเคร่งครัดมากแค่ไหน แต่ถ้าหากผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยแล้วล่ะก็ จะยิ่งเป็นอันตรายต่อน้องหมามากกว่าเห็บหมัดอย่างแน่นอน ฉะนั้น การซื้อยาทุกครั้งต้องตรวจสอบให้ดีว่า ยี่ห้อนั้น ๆ ได้รับการจดทะเบียนยาอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะในปัจจุบันมียาเถื่อนออกมาวางจำหน่ายค่อนข้างมาก และด้วยราคาที่ถูกแสนถูก จึงทำให้เจ้าของหลายคนหลงซื้อไปใช้งานจนเกิดอันตรายต่อสุนัขกันมากมาย

สำหรับบ้านไหนที่มีน้องหมากำลังตั้งท้องหรือเป็นคุณแม่ลูกอ่อนอยู่นั้น ยิ่งต้องระมัดระวังเพิ่มเติม เพราะตัวยาบางชนิดมีฤทธิ์ที่รุนแรง อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของทั้งลูกสุนัขและแม่สุนัขที่มีร่างกายอ่อนแออยู่ได้ ขอแนะนำให้ตรวจสอบบนบรรจุภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งว่า ผลิตภัณฑ์นั้น ‘สามารถใช้กับสุนัขตั้งครรภ์หรือสุนัขที่อยู่ในช่วงให้นม’ ได้หรือไม่

นอกจากนี้ ถ้าน้องหมาของคุณมีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคลมชัก ควรทำการปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา โดยเฉพาะยาเม็ด เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อการทานยารักษาโรคประจำตัวอยู่ก็ได้ และแม้ว่ายาประเภทสเปรย์ หรือยาหยอดจะออกฤทธิ์ทางผิวหนัง ไม่ได้มีการซึมเข้าสู่กระแสเลือดก็จริง แต่เพื่อความปลอดภัยก็ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนจะใช้ทุกครั้งค่ะ

ตอนนี้เราก็พอจะมีข้อมูลความรู้กันแล้วว่า การเลือกยากำจัดเห็บหมัดนั้นมีหลักการอะไรที่ต้องพิจารณาบ้าง แต่เพื่อเป็นไอเดียเพิ่มเติมให้กับทุกคน ทีมงานของเราจึงไปคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุนัขมาฝากกันต่อด้วยค่ะ โดยครั้งนี้ เราจะเน้นที่ผลิตภัณฑ์ 3 ประเภท คือ แบบหยอด, แบบสเปรย์ และแบบยากิน ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีตัวยาหลักและระยะเวลาในการป้องกันแตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าเรื่องประสิทธิภาพในการดูแลเห็บหมัดแล้วยอดเยี่ยมทุกตัวเลยค่ะ!

สุดท้ายแล้วส่งท้ายกันด้วย

หวังว่าข้อมูลความรู้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเจ้าของสุนัขหลาย ๆ คน และคลายความกังวลใจให้ในการดูแลน้องหมาไปได้บ้างนะคะ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะได้ตัวยาที่ดีไปรักษาและควบคุมเรื่องเห็บหมัดที่อยู่บนตัวน้องหมาได้แล้วก็ตาม ต้องอย่าลืมนะคะว่า! การรักษาความสะอาดในกรง ตามที่นอน/เบาะ หรือบริเวณที่พวกเค้าไปนอนเป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่า ทั้งเห็บและหมัดจะชอบอาศัยและวางไข่อยู่ตามซอกหลืบหรือที่อับชื้น ฉะนั้น ต่อให้เรากำจัดเห็บหมัดตามตัวออกได้ แต่วงจรของเชื้อปรสิตเหล่านี้ก็ยังไม่หมดไป หากหยุดให้ยา ก็จะสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกแน่นอน

นอกจากนี้ การให้ยากับสุนัขเป็นเวลานาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาประเภทใดก็ตาม ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของพวกเค้าในระยะยาวอย่างแน่นอน ดังนั้น การรักษาเพียงครั้งเดียว แล้วหันมารักษาเรื่องความสะอาดเพื่อกำจัดสาเหตุของเห็บหมัดได้ถึงต้นตอ นับว่าเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพของน้องหมามากที่สุดค่ะ