Travel

ล่าแสงเหนือที่ไหนดี? โอกาสเห็นเยอะที่สุด คำตอบอยู่ตรงนี้ที่ Yellowknife

ล่าแสงเหนือที่ไหนดี? โอกาสเห็นเยอะที่สุด คำตอบอยู่ตรงนี้ที่ Yellowknife

แสงเหนือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นความใฝ่ฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ต้องไปล่าให้เห็นกับตาสักครั้งในชีวิต แต่การจะได้เจอกับแสงเหนือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะแสงเหนือไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ เวลาไปล่าแล้วก็ต้องลุ้นสุด ๆ ว่าเจ้าแสงสีเขียวเนี่ย จะโผล่ฉายแสงออกมาไหม แล้วจะออกมาแบบเต้นระบำให้เราเห็นรึเปล่า วันนี้เราจะมาแนะนำจุดล่าแสงเหนือที่ไปแล้วไม่ต้องลุ้นมาก มีโอกาสเจอ 90% (อีก 10% ขอเผื่อไว้ให้คนซวยนะคะ) ถ้าไป 3 คืนนี่โอกาสเจอประมาณ 90% แต่ถ้าไป 4 คืนโอกาสเห็นแน่ ๆ 99% ถ้าทำตามคำแนะนำของเราในบทความนี้

สถานที่ว่านี้ก็คือ เมือง Yellowknife รัฐ Northern Territories ประเทศแคนาดา เมืองอะไรชื่อประหลาดใช่ไหมคะ ไม่เคยได้ยิน เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ ตอนที่เราไป เราไม่เจอคนไทยแม้แต่คนเดียว นักท่องเที่ยวส่วนมากที่ Yellowknife จะเป็นชาวญี่ปุ่น และชาวจีน ประเทศแคนาดาจริง ๆ แล้วค่อนข้างเป็นรูทนอกสายตาของคนไทย แต่สำหรับเรา เป็นประเทศที่ดีงามมากค่ะ ธรรมชาติสวยงาม อลังการไม่ด้อยไปกว่าสวิตเซอร์แลนด์เลย แต่ส่วนมากคนที่มาเที่ยวฝั่งนี้มักจะไปเที่ยวอเมริกากันซะมากกว่า

ประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปล่าแสงเหนือคือ ประเทศไอซ์แลนด์ เนื่องจากเดินทางจากไทยไม่นาน รวม ๆ แล้วเพียง 15 ชั่วโมง แต่จริง ๆ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า การเดินทางไปแคนาดาฝั่ง Vancouver หรือ Calgary ก็ใช้เวลาเดินทางไม่ต่างจากการไปไอซ์แลนด์เลย นอกจากประเทศไอซ์แลนด์แล้ว ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่คนนิยมไปล่าแสงเหนือนั้นก็คือ Murmansk ประเทศรัสเซีย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า แต่ถ้าจุดประสงค์หลักของคุณคือแสงเหนือแล้วละก็ เราแนะนำให้ไปที่เมือง Yellowknife ประเทศแคนาดา แล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

.

ทำไมต้องเป็น Yellowknife?

ตอนแรกเราก็ลังเลว่าจะไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ดีไหม แต่พอดีเราไปหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต กับอาศัยถามเหล่าผองเพื่อนที่เคยไปล่าที่ไอซ์แลนด์ พวกเขาบอกว่าถ้าไปล่าที่ไอซ์แลนด์ควรไป 10 วันขั้นต่ำ และอาจจะเห็นแค่ 1 วัน เท่านั้น หรือบางคนโชคไม่เข้าข้างไม่เจอแสงเหนือเลยก็มี

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศไอซ์แลนด์เป็นทะเลรอบล้อม ทำให้เมฆหมอกลงเยอะบดบังทัศนวิสัยของแสงเหนือ ถ้าไปเพื่อวิวภูเขา ลำธาร น้ำตก ถ้ำน้ำแข็งเป็นหลัก ไอซ์แลนด์ก็น่าสนใจดีค่ะ แต่เป้าหมายหลักของเราคือ แสงเหนือ ถ้าเราไปแล้ว เราต้องได้เห็น!!

 

ทำไมต้องเป็น Yellowknife?เราเลยบ้าคลั่งหาข้อมูลต่อว่า ไปดูแสงเหนือที่ไหนมีโอกาสเห็นมากที่สุดในโลก เราได้นั่งอ่านข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษในเว็บฝรั่งหลาย ๆ เว็บ เพราะข้อมูลภาษาไทยไม่ค่อยมีคนมารีวิวเลยว่า ประเทศไหนมีโอกาสเห็นได้ถึง 90% ขึ้นไป ส่วนมากจะเป็นรีวิวแนะนำประเทศที่มีแสงเหนือซะมากกว่า

สุดท้ายไปเจอเหล่ากูรูฝรั่งบอกว่า ถ้าไม่อยากไปเสียเที่ยว ต้องไปเมือง Yellowknife ประเทศแคนาดา เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในวงแสงเหนือ และมีวันที่ฟ้าใสมากกว่า 200 วันใน 365 วัน ถ้าคุณไปประเทศอื่นที่มีแสงเหนือเหมือนกัน แต่ฟ้าปิด มีเมฆหมอกมาก ยังไงก็อดเห็นแสงเหนือ เพราะแสงเหนือนั้นจะเกิดเหนือก้อนเมฆขึ้นไป ถึงแม้ว่าค่า Kp Index (เป็นค่าพารามิเตอร์สำหรับล่าแสงเหนือ) วันนั้นจะแรงมากก็ตาม

อีกเหตุผลหนึ่งคือ เมือง Yellowknife มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทะเลสาบล้อมเมือง ซึ่งดีกว่าเป็นทะเล เพราะทะเลมีเมฆหมอกหนากว่า กูรูฝรั่งบอกว่าเมืองนี้มีโอกาสเห็นมากกว่า 90% คือไปนอนแค่ 3-4 คืนยังไงก็เจอ ซึ่งก็เราฟันเฟิร์มว่าเป็นความจริงตามนั้นแหละค่ะ เพราะเราไปเที่ยวที่นั่นสามวันสามคืน เห็นแสงเหนือทุกคืนค่ะ!

และเมืองนี้เขาไม่ธรรมดานะคะ มีการเก็บสถิติการเกิดแสงเหนือย้อนหลังมาหลายปี จากที่เราเช็คสถิติย้อนหลังคือ เห็นแทบทุกวันจริง ๆ ค่ะ ระยะดูแสงเหนือของเมืองนี้จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมไปจนถึงกลางเมษายนของทุกปี และที่สำคัญมาก !!! ห้หลีกเลี่ยงช่วงกลางตุลาไปจนถึงปลายพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงอากาศเปลี่ยน โอกาสเห็นแสงเหนือจะน้อยมาก

 

วิธีการเดินทางไปเมือง Yellowknife

วิธีการเดินทางไปเมือง Yellowknife

พอพูดถึงแคนาดา หลาย ๆ คนอาจจะมีอิมเมจว่า อยู่ไกลไทย เพราะตั้งอยู่ใกล้อเมริกา ถ้าบินไปฝั่ง East Coast ไกลแน่ค่ะ แต่ถ้าไปฝั่ง West Coast ใช้เวลาเดินทางไม่ค่อยต่างจากบินไปไอซ์แลนด์เท่าไหร่นะคะ

ถ้าเพื่อน ๆ ตัดสินใจไปล่าแสงเหนือที่ Yellowknife เราแนะนำให้บินไปลง Calgary หรือ Vancouver ก่อนแล้วแวะเที่ยว ซึ่งเราแนะนำให้แวะ Calgary มากกว่า Vancouver เพราะสามารถขับรถไปเที่ยว Canadian Rockies (Banff National Park) ก่อน เป็นสถานที่ที่มีทะเลสาบสวยมาก น้ำสีฟ้ามรกตจนอึ้งไปเลยค่ะ

กิจกรรมพายเรือที่ Lake Louise ก็ดี ได้ดื่มด่ำกับทะเลสาปธรรมชาติ หรือสายปีนภูเขาน่าจะฟินมาก เพราะมีหลาย Trekking Route ให้เลือกเลยค่ะ หลังจากแวะเที่ยวแล้วค่อยบินไปดูแสงเหนือที่เมือง Yellowknife ที่สำคัญราคาตั๋วโปรไปแคนาดาเดี๋ยวนี้ไม่แพงแล้วค่ะ ประมาณ 20,000 ต้น ๆ มีให้เห็นทุกปีค่ะ

 

วิธีการเช็คสถิติการเกิดแสงเหนือย้อนหลัง

วิธีการเช็คสถิติการเกิดแสงเหนือย้อนหลัง

ตามที่เราได้กล่าวไปว่าเมือง Yellowknife จะมีการเก็บสถิติการเกิดแสงเหนือย้อนหลังแทบทุกปี ลิงค์นี้จะเป็นของปี 2019-2020

https://www.aurora-tour.com/aurora_info/Aurora_Infomation19.php

แต่ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะเช็คสถิตย้อนหลังให้ไปที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยจ้า ถ้าอยากดูก่อนหน้า ปี 2018 เปลี่ยนเลข 18 เป็น 17,16,15

http://www.aurora-tour.com/aurora_…/Aurora_infomation18.html

ที่เมืองนี้ เขาไม่ได้นับเลเวลความแรงของแสงเหนือตามค่า KP Index นะคะ เขานับเป็น Level 1-5 แทน วันที่เราไปมาคือ 11-13 กันยายน ปี 2018 ถ้ากดลิงค์ด้านบนเข้าไปดู จะเห็นได้ว่า วันที่ 12 กันยา 2018 ทางสถิติลงบันทึกไว้ที่ Level 2 ก็ยังเห็นแสงเหนือนะค่ะ เพียงแต่แสงมันไม่ค่อยสว่าง และน้อยไปหน่อย ส่วนวันที่ 13 จะเห็นว่าเป็นเลเวล 3 วันนี้ดีขึ้นมากเลยค่ะ เห็นแสงเหนือชัดมากกว่าวันก่อน ถ้าอยากลองเห็นภาพของแสงเหนือที่เลเวล 3 ว่าเป็นยังไง ขึ้นไปดูภาพแรกด้านบนสุดได้ค่ะ คือภาพที่ถ่ายในวันที่มีเลเวล 3 แสงจะเหนือจะเต้นระบำบนท้องฟ้าเป็นสีเขียวจาง ๆ ค่ะ นี่เรายังเสียใจไม่หายเลย ที่ไม่ได้เห็น Level 4-5 แค่ 2 กับ 3 ก็ว่าสวยแล้ว ถ้าเห็น 4-5 คงแบบตะลึง นอนตายตาหลับทันที 

หลาย ๆ เว็บแนะนำให้พยายามเลี่ยงวันที่พระจันทร์เต็มดวง แต่จากการที่เรานั่งไล่เช็คสถิติย้อนหลังเทียบกับปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมย้อนหลังแล้ว คิดว่าจริง ๆ ก็ไม่เกี่ยวกันมากนัก แต่สรุปจากการดูจากสถิติแล้ว วันที่พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวจะมีโอกาสเห็น Level 4-5 มากกว่าวันอื่น ๆ ลองไปเช็คพระจันทร์ข้างขึ้นข้างแรมได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะค่ะ

https://www.calendar-12.com/moon_calendar/2019/september

 

ไปล่าแสงเหนือช่วงไหนดี?

ไปล่าแสงเหนือช่วงไหนดี?

ต้องรู้กันก่อนนะคะว่า ระยะเวลาในการล่าแสงเหนือที่ Yellowknife จะอยู่ที่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม-ต้นเมษายนของทุกปี ไปนอกเหนือจากช่วงนี้ อดเจอแสงเหนือนะคะ

กลางเดือนสิงหาคม- ต้นตุลาคม (ประมาณวันที่ 10 ตุลาคม) สำหรับคนที่ไม่สู้ความหนาว เราแนะนำให้ไปล่าแสงเหนือช่วงกลางเดือนสิงหาคม-ต้นตุลาคม เพราะอากาศยังไม่หนาวมาก อุณหภูมิจะอยู่ที่เลขตัวเดียว หรือถ้าติดลบก็ยังไม่ติดลบมาก ช่วงนี้โอกาสเจอแสงเหนือ 90% แถมไปช่วงนี้ยังสามารถแวะเที่ยว Banff National Park ดูทะเลสาบสีฟ้าสวย ๆ ได้อีกด้วย

กลางเดือนตุลาคม – พฤศจิกาทั้งเดือน ช่วงนี้อากาศแปรปรวนเมฆเยอะ อากาศหนาวมาก ติดลบ หิมะตก ไม่ต้องไปค่ะ บางปีก็เห็นบ้าง บางทีก็ไม่เห็นเลย ฟ้าปิดทุกวัน ถ้าว่างแค่ช่วงนี้จริง ๆ แล้วยืนยันจะไปจริง ๆ โอกาสเห็นลดลงมาประมาณ 30% ค่ะ

ต้นธันวา-ต้นเมษา (ประมาณวันที่ 12 เมษา) กลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน อากาศจะหนาวมาก เตรียมรับมืออุณหภูมิ -20 ขึ้นไป อาจจะลดลงไปถึง -40 ได้ค่ะ สำหรับคนที่ไปช่วงนี้ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์กันหนาวให้มาก ๆ นะคะ ที่สำคัญถ้าใครเตรียมกล้องโปรไปถ่ายแสงเหนือ เราแนะนำให้พกไปแบตเตอรี่สำรองไปหลาย ๆ ก้อน เพราะอากาศยิ่งหนาวเท่าไหร่ แบตยิ่งหมดเร็วขึ้นเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่เตรียมอย่าหาว่าเราไม่เตือนนะคะ ระวังจะอดได้ภาพสวย ๆ

สรุปแล้ว !!! เดือนที่เจอแสงเหนือเกือบทุกวันคือ เดือนกันยายน และเป็นเดือนที่อากาศหนาวน้อยที่สุดแล้ว เหมาะแก่การไปล่าแสงเหนือ แต่ถ้าอยากสัมผัสหิมะเยอะ ๆ และอยากลองกิจกรรมหน้าหนาว เช่น สุนัขลากเลื่อน เราแนะนำให้ไปช่วงต้นเมษาค่ะ ช่วงนี้เห็นเลเวลแรง ๆ เกือบทุกวันเช่นกัน อากาศติดลบประมาณ -1 ถึง -15 และ
จากสถิติ วันที่เห็นแสงเหนือวันสุดท้ายคือ วันที่ 12 เมษายน

 

พักที่ไหนดี?

พักที่ไหนดี?

เราแนะนำให้จองที่พัก 4-5 เดือนล่วงหน้านะคะ เพราะถ้าจองช้า โรงแรมเต็มหมด ที่เหลือก็ราคาแพงมาก แม้แต่ที่พักแบบ Airbnb ก็ไม่เหลือนะคะ มีคนไปล่าแสงเหนือที่เมืองนี้เยอะจริง ๆ ถ้าจะจอง Airbnb ก็ควรเลือกโฮสที่มีรีวิวเยอะ ๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาเรื่องที่พักนะคะ 

ตอนนั้นเราจองที่พักผ่าน Airbnb ชื่อ Blue Raven B&B (เขาขายทั้งใน Airbnb และในเว็บอื่น ๆ ด้วยค่ะ) บ้านที่เราไปพักอยู่ตรง Old Town ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คอีกหนึ่งจุดของ Yellowknife ตัวที่พักห่างจากสนามบินโดยรถยนต์ประมาณ 15 นาที ถ้าวันไหนฟ้าเปิด เราสามารถเดิน 2-3 นาที ไปที่ทะเลสาบใกล้บ้าน แล้วดูแสงเหนือจากแถวนี้ได้เลย แต่ราคาแอบแพงอยู่เหมือนกัน ตอนที่เราจะจองที่พัก Airbnb และ ที่พักส่วนใหญ่แทบไม่เหลือแล้วค่ะ โรงแรมก็เต็ม เลยจำเป็นต้องเลือกที่นี่

แต่ข้อดีก็มีเยอะค่ะ จากบ้านพักเดินเท้าไปตัวเมืองประมาณ 30 นาที จริง ๆ แล้วมีป้ายบัสอยู่หน้าบ้านเลย แต่รถบัส 30 นาทีมาหนึ่งคัน และบัสจากตัวเมืองกลับมาบ้านพัก รอบสุดท้ายหมดประมาณ 18:00 ดังนั้นถ้าพักแถว Old Town ต้องซื้ออาหารเย็นจากในเมืองมาตุนไว้เลย หรือต้องเตรียมอาหารกระป๋อง หรือมาม่าไปด้วย แต่ข้อดีของแถวนี้คือ ใกล้ Bush Pilots Monument จุดชมวิวทั้งเมืองด้วย สามารถเดินจากบ้านไปได้ประมาณ 10 นาที แต่ตอนกลางคืนจะมืดมาก ถ้าจะเดินไปจุดชมวิวเพื่อดูแสงเหนือตอนกลางคืน ต้องเตรียมไฟฉายมาด้วยค่ะ

ถ้าให้เราแนะนำ เลือกพักในเมืองก็สะดวกดี ในเมืองก็เหมือนจะมีจุดที่สามารถเดินไปรอดูแสงเหนือได้เช่นกัน แต่ซื้อทัวร์รายวันก็จะชัวร์กว่าค่ะ เพราะเขาพาไปล่าแสงเหนือแถวนอกเมืองในจุดที่มืด และฟ้าเปิด แม้ว่าอากาศไม่ดี แต่เมฆเคลื่อนตัวตลอดเวลา ทัวร์จะพาขับไปหาจุดที่ไม่มีเมฆค่ะ แต่สำหรับคนที่ขับรถเองต้องระมัดระวังนะคะ เพราะเป็นชนบท ตอนกลางคืนจะมืดมาก แทบไม่มีแสงไฟ และที่สำคัญ รถที่เช่าขับฝั่งซ้าย จะกลับด้านกับบ้านเรา และต้องเลือกรถที่มี GPS นะคะ เพราะนอกเมืองไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณมือถือ ถ้าขับหลงทาง ลำบากแน่ค่ะ ยิ่งถ้าไปช่วงที่อากาศหนาว หิมะตก ให้เตรียมการให้พร้อมนะคะ

 

ขับรถไม่เป็นไปได้ไหม?

ขับรถไม่เป็นไปได้ไหมคะ?

ขับรถไม่เป็นก็ไปล่าแสงเหนือที่นี่ได้ค่ะ เหมาะสำหรับคนไม่อยากขับรถที่ต่างประเทศ  ไม่จำเป็นต้องขับรถไล่ล่าแสงเหนือเหมือนไอซ์แลนด์ Yellowknife เป็นเมืองเล็ก ๆ มีความปลอดภัยสูงมาก จริง ๆ แล้ว แบกเป้มาเที่ยวคนเดียวยังได้เลยค่ะ ที่สำคัญ สนามบินก็ใกล้เมืองมาก ๆ เดินทางเข้าเมืองเพียงแค่ 15-20 นาที มีแท็กซี่ให้บริการ แต่อาจจะต้องรอแท็กซี่สักนิด เพราะอาจจะมีจำนวนจำกัด  ค่าแท็กซี่เข้าเมืองตกประมาณ 15-20 ดอลลาร์แคนาดาต่อคัน

ตอนนั้นเราเลือกที่จะไม่เช่ารถ เน้นดูแสงเหนือจากทะเลสาบแถวบ้าน และซื้อทัวร์ค่ะ ทัวร์ตกคืนละ 100 กว่าดอลลาร์แคนาดานี่แหละ ไม่จำเป็นต้องซื้อทัวร์ล่วงหน้านะคะ ไปถึง Yellowknife แล้วค่อยซื้อก็ได้ เพราะทัวร์มีให้เลือกหลายเจ้าเลยค่ะ ตอนนั้นเราใช้ทัวร์ของ North Star Adventures  ซื้อตอนถึง Yellowknife แล้วค่ะ พอดีเรารอดูพยากรณ์อากาศก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อทัวร์ แต่ถ้าไม่สบายใจ กลัวทัวร์เต็มจะจองล่วงหน้าก็ได้นะคะ ถ้าพยากรณ์อากาศมีเมฆมาก เราสามารถเปลี่ยนวันไปล่าแสงเหนือได้ก่อนบ่ายสามของวันนั้น ถ้าวันอื่นว่างก็ย้ายไปลงได้ค่ะ

วันที่เราจองทัวร์ ในเมืองและแถวที่พักของเรามีเมฆมาก เจ้าของบ้าน Airbnb บอกว่า ถ้าวันไหนท้องฟ้ามีเมฆมาก ให้ไปทัวร์ดีกว่า เพราะแถวบ้านจะมองไม่เห็นแน่ ๆ ทัวร์เขาจะพาขับรถออกไปจุดที่ไม่มีเมฆ แต่เราว่าวันที่ฟ้าใสก็ควรซื้อทัวร์ค่ะ เพราะทัวร์เขาพาไปที่โล่ง ไม่มีแสงรบกวน ถ่ายรูปสวยกว่าในเมือง เพราะในเมืองบางจุดยังมีแสงรบกวนค่ะ

 

นอกจากแสงเหนือแล้ว Yellowknife มีอะไรเที่ยวบ้าง?

นอกจากแสงเหนือแล้ว Yellowknife มีอะไรเที่ยวบ้าง?

ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็ไม่ค่อยมีค่ะ ส่วนมากจุดประสงค์หลักของนักท่องเที่ยวที่มาเมืองนี้คือ แสงเหนือ ตอนกลางวันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ก็จะนอนเก็บแรงกันเพื่อรอล่าแสงเหนือตอนกลางคืนค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นจุดชมวิวค่ะ และถ้ามาช่วงเดือนกันยายน ก็สามารถเดินถ่ายรูปใบไม้สีเหลือง และมีทัวร์ไปเดินป่า ดูน้ำตก ตกปลา ดูควายป่าที่เรียกว่า Bison อีกด้วย เนื่องจากควายบ้านเราก็มี เราเลยไม่ได้ไปดูค่ะ และราคาทัวร์ก็แอบโหดอยู่ แต่ถ้ามาเที่ยวหน้าหนาว จะมีทัวร์สุนัขลากเลื่อนท่ามกลางหิมะ ก็น่าสนใจนะคะ แต่ก็ต้องแลกกับความหนาวสุดโหด ใครทนได้เชิญเลยค่ะ

 

Bush Pilots Monument

Bush Pilots Monument จุดนี้ตั้งอยู่ที่ Old Town ถือเป็นจุดสำหรับชมวิวทั้งเมืองค่ะ มองเห็นทะเลสาบและเมืองแบบพาโนราม่า เป็นจุดที่ทุกคนต้องมาค่ะ ถ้าไม่มาก็เหมือนมาไม่ถึง Yellowknife  นอกจากวิวเมืองในช่วงกลางวันแล้ว กลางคืนก็สามารถแวะมาชมแสงเหนือที่นี่ได้ แต่อากาศจะหนาวมาก เพราะอยู่ในที่สูงและเปิดโล่ง ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีร้านอาหาร คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ให้บริการในตอนกลางวันอยู่อีกสองสามแห่งค่ะ มาเดินเล่นดูวิวแล้วก็ลองมานั่งพักผ่อนใน Old Town ได้นะคะ บรรยากาศแบบง่าย ๆ คนเป็นกันเองตามสไตล์เมืองชนบทค่ะ ฟีลกู๊ดจริง ๆ

 

Bullock Bristro Yellowknife อยู่ที่ Old Town ร้านอาหารเก่าแก่ใน Yellowknife ชื่อดัง ถ้าไป Yellowknife ไม่มาร้านนี้เหมือนมาไม่ถึง Yellowknife ค่ะ ร้านนี้จะดังในเรื่องของเมนูปลาค่ะ เป็นปลาที่ร้านจับมาจากทะเลสาบของเมือง ขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ แนะนำให้ไปต่อแถวก่อนร้านเปิดสัก ครึ่ง ชม. นะคะ ร้านเปิด 11:30 ถ้าไม่ไปก่อนร้านเปิด จะรอคิวนานมากค่ะ

ราคาอาหารค่อนข้างแพงตกคนละประมาณ 40-50 ดอลลาร์แคนาดาค่ะ เมนูแนะนำ ให้สั่ง Pickerel เพราะเป็นปลาที่หาได้จำนวนจำกัดต่อวัน หมดแล้วหมดเลย นุ่มอร่อยมาก ส่วนปลาอีกชนิดที่เป็น Signature ของทางร้าน คือ Arctic Char เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับแซลม่อน บอกคำเดียวว่าไม่อร่อยค่ะ อย่าสั่ง เพราะเขาย่างมาแข็ง ๆ ราคานี้กินแซลม่อนย่างที่ไทยหรือญีปุ่นอร่อยกว่ามากค่ะ ตอนนั้นเสียใจมาก คุยกับเพื่อนที่ไปด้วยกันว่า น่าจะสั่ง Pickerel มา 2 จาน ตอนแรกจะสั่งกวางเรนเดียร์ค่ะ แต่วันนั้นเขาบอกว่าไม่มีของเข้ามา เสียดายมากอยากลองกินเนื้อกวางซะหน่อย

อีกร้านที่แนะนำอยู่ในตัวเมือง เป็นร้านเวียดนามชื่อ A Taste of Saigon ใครเบื่ออาหารฝรั่ง อยากกินอาหารเอเชีย ก็แนะนำร้านนี้เลยค่ะ เฝออร่อยมากจนต้องกลับไปซ้ำรอบสอง

 

ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

ลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ดูคร่าว ๆ นะคะ

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ – Calgary หรือ Vancouver 20,000-25,000 บาท

2. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับจาก Vancouver หรือ Calgary-Yellowknife ประมาณ 300-400 USD ตีไป 9,000-12,000 บาท 

3. ค่าที่พัก Yellowknife ถ้านอนโรงแรม ตีไปคืนละ 130 USD คูณ 3 คืน เท่ากับ 400 USD/2 คน = 200 ถ้านอน Airbib น่าจะ 250 USD /2 คน = 125

4. ค่าอาหาร มื้อละประมาณ 10 USD คูณ 3 วัน 90 USD

– นอน รร. 300+200+90 = 590×31.3 = 18,500 บาท
– นอน Airbnb 300+125+90 = 515×31.3 = 16,120 บาท

รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายจะตกราว ๆ  20,000+9,000+16,120  = 45,120 -50,000 บาท สำหรับ 3 คืนต่อคน แต่ถ้าบินมาไกลขนาดนี้ก็ควรเที่ยวเมืองอื่นด้วยค่ะ ถ้าเลือกเที่ยว Canada Rockies หรือเมืองอื่นต่อสัก 3 วันก็น่าจะต้องใช้เงินเพิ่มอีก 15,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณเช่ารถขับเอง หรือซื้อทัวร์ รวม ๆ แล้วควรจะมีอย่างน้อย 60,000 บาทขึ้นไปค่ะ อาจจะรู้สึกว่าแพง แต่ถ้าเพื่อให้ได้เห็นแสงเหนือแบบชัวร์ ๆ 90% ก็ถือว่าคุ้มนะคะ

 

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับล่าแสงเหนือ

แน่นอนว่าการไปล่าแสงเหนือ การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นการลดอุปสรรคในการเที่ยวของเรา และช่วยทำให้ทริปสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

.

1. อุปกรณ์ป้องกันความหนาว

1. อุปกรณ์ป้องกันความหนาว

ถ้าคุณไปล่าแสงเหนือในช่วงที่มีอุณหภูมิติดลบ เราแนะนำว่าควรลงทุนกับอุปกรณ์ป้องกันความหนาวที่มีคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็น เสื้อขนเป็ดหนา ๆ หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ ถุงเท้า เพราะถ้าใช้ของที่ทำจากวัสดุที่คุณภาพไม่ค่อยดี อาจจะทำให้ร่างกายหนาวสั่นจนทำลายบรรยากาศในการล่าแสงเหนือได้ พาลจะสร้างความหงุดหงิดให้คนในกลุ่มอีกด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ เราแนะนำให้ลงทุนซื้ออุปกรณ์กันหนาวกับแบรนด์ดี ๆ ไปเลยค่ะ

.

2. กล้องถ่ายรูป

2. กล้องถ่ายรูป

ไปดูแสงเหนือทั้งที ถ้าขาดกล้องถ่ายรูปดี ๆ สักตัวเพื่อเก็บภาพบรรยากาศ ก็เหมือนไปไม่ถึง เราแนะนำให้ใช้กล้องถ่ายรูปที่สามารถถ่ายภาพได้คมชัด ควรจะเลือกกล้อง Mirrorless ที่มีเซนเซอร์ขนาด APS-C ขึ้นไป หากมีงบเยอะ ก็จัด Full Frame ไปเลยค่ะ แต่ APS-C จะมีข้อดีกว่า Full Frame ตรงที่น้ำหนักเบากว่า หากคุณไม่ได้ขับรถไปถ่ายแสงเหนือตามจุดต่าง ๆ ด้วยตัวเอง การแบกกล้องหนัก ๆ ก็อาจจะทำให้เคลื่อนตัวไม่สะดวกในสภาวะที่มีอากาศหนาว

และแน่นอนว่าควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับค่า ISO ที่สูง ๆ ได้ เพราะจะช่วยลดโอกาสการเกิด Noise ในภาพ สำหรับกล้องที่ใช้เซนเซอร์ M3/4 อย่าง Olympus และ Panasonic ก็สามารถถ่ายแสงเหนือได้เช่นกัน แต่อาจจะกำจัด Noise ได้ไม่ดีเท่ากล้องที่มีเซนเซอร์ใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม กล้องที่ใช้เซนเซอร์ M3/4 มีข้อดีคือ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ทำให้ใช้งานได้คล่องมือกว่า

.

3. เลนส์กล้องสำหรับถ่ายแสงเหนือ

3. เลนส์กล้องสำหรับถ่ายแสงเหนือ

เราแนะนำให้เลือกเลนส์ Wide ที่มีระยะต่ำกว่า 24mm สำหรับกล้อง APS-C นั้นมีเซนเซอร์รับภาพที่มีขนาดเล็กกว่า Full Frame ทำให้ต้องนำไปคูณ 1.4-1.5 เช่น เลนส์ระยะ 12mm คูณออกมาแล้วจะได้ระยะที่ 18mm เท่า Full Frame เป็นต้น ซึ่งเลนส์ที่มีระยะเท่านี้สามารถเก็บพื้นที่ในมุมกว้างได้ เหมาะกับการถ่ายวิว ท้องฟ้าในตอนกลางคืน และถ่ายแสงเหนือ และที่สำคัญ การเลือกเลนส์ที่มีค่า F (ค่ารูรับแสง) กว้างจะทำให้ถ่ายภาพแสงเหนือในตอนกลางคืนชัดขึ้น และลดการเกิด Noise จากการเพิ่มค่า ISO นั่นเอง

เราแนะนำให้เลือกเลนส์ที่มีค่ารูรับแสงต่ำกว่า F2.8 ยิ่งค่า F ต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีกับภาพ แต่เลนส์ที่ค่า F ต่ำก็จะมีราคาสูงมาก แต่หากคุณมีแต่เลนส์ที่ระยะ F4 ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เพียงแค่เพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้น และตั้ง Speed Shutter ที่ 5-12 วินาที แต่ภาพที่ได้ก็อาจจะมี Noise รบกวนมากขึ้นนั่นเอง

.

4. ขาตั้งกล้อง 

4. ขาตั้งกล้อง  

อีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้สำหรับการถ่ายภาพแสงเหนือคือ ขาตั้งกล้องนั่นเอง แม้ว่ามือคุณจะนิ่งแค่ไหน แต่การถ่ายภาพแสงเหนือที่ต้องเปิด Speed Shutter นาน ๆ นั้น ถ้าไม่ใช้ขาตั้งกล้อง ภาพแสงเหนือที่ถ่ายออกมาเบลอแน่นอน ที่สำคัญ ควรเลือกขาตั้งกล้องที่มีฐานมั่นคงแข็งแรง เพราะคุณไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะมีลมแรงในวันที่ไปล่าแสงเหนือหรือไม่ ส่วนใหญ่ในที่ที่มีอากาศหนาวก็มักจะมีลมแรง หากขาตั้งกล้องไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ก็อาจจะทำให้ภาพเบลอ หรือล้มกระแทกพื้นจนทำให้กล้องพังก็เป็นได้ ที่สำคัญควรจะหัดใช้งานขาตั้งกล้องให้ชิน เพื่อการปรับระยะ มุม ในการถ่ายภาพหน้างานได้อย่างสะดวก

.

5. สายลั่นชัตเตอร์

5. สายลั่นชัตเตอร์

เนื่องจากการถ่ายภาพแสงเหนือต้องเปิด Speed Shutter หลายวินาที ถ้าใช้มือกดชัตเตอร์อาจจะมีโอกาสทำให้ภาพเบลอได้ ดังนั้นควรซื้อสายลั่นชัตเตอร์เป็นอุปกรณ์เสริม แต่หากกล้องของคุณสามารถตั้งเวลากดชัตเตอร์อัตโนมัติ ก็จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้

.

6. แบตเตอรี่สำรอง

6. แบตเตอรี่สำรอง

ในสภาวะที่หิมะตกและอากาศหนาวมาก ๆ จะมีผลทำให้แบตเตอรี่ของกล้องและสมาร์ทโฟนใช้งานได้สั้นลง หากคุณต้องการเก็บภาพจำนวนมาก เราแนะนำให้พกแบตเตอรี่สำรองสัก 3 ก้อน เพื่ออรรถรสในการถ่ายภาพเก็บโมเมนท์ครั้งหนึ่งในชีวิต หรือหากคุณต้องการอัพโหลดรูปลงสมาร์ทโฟนของคุณทันที การพกแบตเตอรี่สำรองสำหรับมือถือก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

.

7. ไฟฉาย

 

7. ไฟฉาย

อีกไอเทมหนึ่งที่เราแนะนำให้พกไปคือ ไฟฉาย เนื่องจากการล่าแสงเหนือต้องออกไปนอกเมืองในแหล่งที่ไกลแสงไฟ เพราะหากมีแสงไฟรบกวน จะทำให้เห็นแสงเหนือไม่ชัด การพกไฟฉายไปด้วย จะเป็นตัวช่วยในการเดินหาจุดดูแสงเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย ซึ่งบางครั้งต้องเข้าไปในป่า หรือทะเลสาบ ส่วนใหญ่จะเป็นจุดที่ไม่มีแสงไฟเข้าถึง หรือการใช้ไฟฉายเพื่อส่องหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกระเป๋า

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่คุณใช้งานไฟฉาย เราแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการสาดไฟสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากคุณไปล่าแสงเหนือกับกรุ๊ปทัวร์ หรือมีกลุ่มอื่น ๆ กำลังถ่ายภาพแสงเหนืออยู่ แสงไฟจากไฟฉายของคุณ อาจจะไปรบกวนการถ่ายภาพของคนอื่น ๆ ได้ ควรใช้ไฟฉายเมื่อจำเป็นเท่านั้น

 

ส่งท้ายด้วยแสงเหนือจากบนเครื่องบิน.

ส่งท้ายด้วยแสงเหนือจากบนเครื่องบิน

ก่อนจากกันในวันนี้ หลังจากอ่านจบแล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ คงได้ข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกประเทศ ที่จะไปล่าแสงเหนือ เราเข้าใจว่าสำหรับบางคนอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวบ่อยนัก เนื่องจากติดภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจครอบครัว หน้าที่การงาน ดังนั้น ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ถ้าจะไปล่าแสงเหนือทั้งที ก็ควรจะไปที่ที่มีโอกาสได้เจอแสงเหนือมากที่สุด หากไปล่าแสงเหนือแล้วไม่เจอ ก็คงเสียเวลาแย่ เราหวังว่าข้อมูลที่เราแนะนำไป จะช่วยให้เพื่อน ๆ ทุกคนไปแล้วไม่พลาดกับแสงเหนือ ไม่ต้องลุ้น ไปแล้วได้เจอสมใจแน่ ๆ

และหากคุณได้เจอกับแสงเหนือสมใจแล้ว การเลือกบินกลับไฟลท์เย็นหรือไฟลท์ดึกก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะทำให้คุณได้เห็นแสงเหนืออีกครั้ง ถ้าเครื่องบินอยู่เหนือเมฆแล้ว เราแนะนำให้ปิดไฟเหนือศีรษะ และมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงเหนืออาจจะโผล่มาบอกลาคุณ เพราะเราก็เจอมาแล้วค่ะ ตามรูปประกอบด้านบน สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนสนุกกับการล่าแสงเหนือนะคะ

13 Comments

  • KittyKat

    น่าจะใส่แผนที่ด้วย อยากเห็นว่า Yellowknife อยู่ตรงไหนของแคนนาดา

  • admin

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ทางเว็บไซต์จะทำการเพิ่มเติมแผนที่ให้ในภายหลังนะคะ

  • Dnuch

    รีวิวให้ครบจบในบทความเดียว เที่ยว แชะ ชิล ชิม คำนวณค่าใช้จ่ายให้พร้อม น่ารักมาก

    ไปชมเสงเหนือ มีแลนมาร์กที่สามารถชมแสงเหนือที่เป็นที่นิยมบ้างไหม

    แล้วก็ไม่อยากดวงซวย อาจจะไปไม่ตรงจังหวะฟังดูดีกว่า

  • T

    ถ้าไม่เช่ารถแนะนำให้พักแถวแล้ว old town แล้วเดินไปชมตรง Bush Pilot Monument แต่ยังไงควรซื้อทัวร์สัก 1 คืนดีกว่า เพราะทัวร์จะพาไปในที่ไกลแสงไฟ จะสวยกว่าดูจากในเมืองครับ เรื่องดวงซวย คืออยากเขียนให้เห็นภาพจริง ๆ ว่า มันมีโอกาสไม่เจอแสงเหนือได้อ่ะครับ

  • Admin

    ไปไม่ยากเท่าที่คิดค่ะ ได้แวะเที่ยวแคนาดารูทอื่นด้วยก็คุ้มแล้ว

  • istanbul psikolog

    İstanbul psikolog ihtiyaçlarınız için en iyi çözüm Bahçeşehir Psikoloji Danışmanlık Merkezi!
    Artık sorunlarınıza çözüm bulmak vakti gelmedi mi?
    Bahçeşehir psikoloji ile alanında uzman psikolog arkadaşlarımız ile sorunlarınızı çözüme kavuşturabilirsiniz.

  • yerden ısıtma

    Yerden ısıtma ve alttan ısıtma sistemleri ile sizlere ısı kaybı olmadan en büyük konfor
    imkanını sunuyoruz. SALT Mühendislik olarak, profesyonel kadromuz ve uzman ekibimiz ile yerden ısıtma sistemleri uygulamalarını gerçekleştiriyoruz.
    Yerden ısıtma işlemleriniz için hemen destek ekibimiz ile iletişime geçebilirsiniz.

  • vrf klima

    SALT Mühendislik olarak, merkezi klima sistemleri olan vrf
    klima sistemlerinde siz değerli müşterilerimize en profesyonel şekilde hizmet veriyoruz.
    Çevre dostu ve ekonomik olan vrf klima sistemleri ile havalandırma sistemleriniz artık daha verimlik
    şekilde çalışacak. Sizlere hizmet vermekten mutluluk duyuyoruz.

  • Ankara web tasarım

    SEO Firması İle Çalışmak Neden Önemli?

    Günümüzde birçok birey çalışıp para kazanmak için çabalıyor.
    Yoğun iş hayatı olanların yanı sıra hafif işleri olan bireylerde oldukça
    fazladır. İş bulmak son zamanlarda sıkıntılı durumlar içerisinde bulunuyor.
    Seo firması ile çalışarak kendi kazancınızı kolaylıkla sağlayabilirsiniz.
    Dijital pazarlama ajansı olarak çalışabileceğiniz
    seo firması tarafından işinizi zamanla büyütebilirsiniz.
    Bütçenizi daha doğru bir şekilde yönetmenize yardımcı
    olur.

    Kendi markanızı daha büyük kitlelere dijital pazarlama ajansı ile
    ulaştırabilirsiniz. Daha düşük maliyetli bir şekilde web sitenize müşteri
    kazandırabilirsiniz. Tecrübe sahibi ajanslar arasında yer alan seo firması ile çalışmalarınızı
    devam ettirebilirsiniz. Zaman içerisinde hedef kitleye de ulaşımı sağlayabilirsiniz.

    Seo Firması İle Çalışmanın Avantajları

    Dijital ortamda pazarlama firması olan seo firması ile çalışarak dilediğiniz kazançlara
    ulaşabilirsiniz. Ankara web tasarım internet sitesi üzerinden grafik ve
    metin çalışmaları yapabilirsiniz. Dikkat çekici görseller ile birlikte web sitesinin kalitesini daha
    fazla yükseltebilirsiniz. Firma ile çalışmanın avantajları arasında içeriklerinizin size özgün olması yer alır.

    Kendinize özgün olan tasarımlarınız ile hedef kitleye ulaşabilirsiniz.
    En kolay kazanç elde etme yöntemleri arasında olan web
    tasarımını seo firması ile çalışarak gerçekleştirebilirsiniz.
    Markanızı daha büyük kitlelere ulaştırarak daha fazla
    kazanç elde edebilirsiniz. Seo firması ile çalışarak
    bütçenizi koruyabilirsiniz. Yüksek verimler elde ederek performansınızı arttırabilmeniz de mümkündür.

    Web Tasarımının Fiyatları Nasıldır?

    En yenilikçi olan çözümler, doğru ve kaliteli tasarımları faaliyete geçirmek için seo firması ile çalışabilirsiniz.
    Günümüzde firmalar için gerekli olan web tasarımını sizler gerçekleştirebilirsiniz.
    Size özel olan tasarımlar sayesinde markanızı büyük kitlelere ulaştırabilirsiniz.

    Ankara web tasarımı fiyatları da oldukça uygun fiyatlardadır.

    Firma hakkında gerekli olan malzemeleri toplamak ve bir grafik ortaya çıkarmak oldukça zevkli işlemlerden biridir.
    Markanızın grafiğini seo firması ile çalışarak mükemmel bir şekilde dizayn edebilirsiniz.
    Web sitenizin arama motorlarında daha iyi sıralamalara gelmesi için seo ile çalışabilirsiniz.
    Bu sayede performansınız daha fazla artar ve hedef kitledeki ziyaretçi sayılarına ulaşabilirsiniz.

  • cami halısı

    Cami Halısı Seçerken Nelere Dikkat Edilmeli?

    Camiler günde 5 vakit insanlar tarafından uğrandığı ve ibadet edildiği yer olduğu için, cami halısı seçerken de dikkat edilmesi gereken bazı hususlar vardır.

    Zira birçok yerden gelen insanlar tarafından bazen ibadet için, bazen de ziyaret için uğranılan yer olan camilerin halılarında aranacak en önemli özellik,
    naylon olmayan ve kir tutmayan cinse sahip olmasıdır.
    Bilindiği üzere naylon halılara üzerindeki kir yapışır ve çıkması da çok
    kolay olmayacaktır. Aynı zamanda naylon halılar da ibadet etmek de rahat olmayıp, meşakkat vereceği
    için tercih edilmemesi daha faydalı olur.

    Cami İçin Verilen İzlenimde Halının Rolü

    Camiler sadece ibadethane olarak kullanılmayıp bazen turistler
    tarafından da merakla ziyaret edilen yerlerdir.

    Bu sebeple camileri sevdirmek adına caminin iç dizaynı
    hatta dış mimariliği dahi oldukça önemlidir. Osmanlı zamanında
    hassasiyet isteyen konulardan birisi olan cami yapımı ve içerisinin donatılması,
    sadece o zaman da değil son zamanlarda da çok fazla turistin ziyaret ettiği yerlerden olduğu için, verilen izlenim açısından ve İslam’ın temsil
    edildiği yer olması açısından büyük bir önem taşır.
    Bu sebeple cami halıları da basite alınmamalı ve caminin yapısına
    ve mimarlığına uygun olan yanı sıra da son derece kaliteli olan halılar
    arasından seçilmesi gerekir. Böyle olunca gelen turistlere güzel bir izlenim verilmiş olacak ve camilerin ne kadar önemsendiği de gösterilmiş olacaktır.

    Cami Halısında Türkiye’nin En İyileri

    Cami halısı fiyatları günde bir çok kez insanlar tarafından yapılan ibadetler ve alınacak ecirler düşünüldüğünde, aslında pek fazla ücret sayılmaz.
    Yapılan ibadetler beden ile yapıldığı için halıların yumuşak bir dokuya sahip olup, ciltte herhangi bir kızarıklık veya tahrişe
    yol açmayacak kadar kaliteli olması gerekir. Bu sebeple
    birçok farklı kişi tarafından sürekli uğranan, ayrıca sevap almak umuduyla
    ibadet edilen camilere sahip çıkılması ve önemsendiğini gösterilmesi açısından kaliteli halılar almak ve
    yanı sıra sağlık açısından da uygun olan, konforlu halıların alınması her yönden daha güzel
    sonuçlara yol açacaktır.

Leave a Reply

Your email address will not be published.