Food&Drink

รีวิว ปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนอร่อย 2020 จัดหนักจัดเต็ม เปรียบเทียบ 10 ยี่ห้อปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

รีวิว ปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนอร่อย 2020 จัดหนักจัดเต็ม เปรียบเทียบ 10 ยี่ห้อปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

ปลากระป๋อง แค่ชื่อก็ไม่ต้องบอกกันแล้วครับว่า ทุกคนต้องเคยทานกันอย่างแน่นอน โดยเจ้าปลากระป๋องนี่เอง ถือว่าเป็นอาหารที่หลาย ๆ คน จะคิดถึงเวลาที่ต้องการประหยัดเงิน หรือเป็นเสบียงสำรองกันซะมากกว่า เนื่องจากปลาประป๋องนั้นสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและมีราคาที่ย่อมเยา อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายมากครับ ไม่ว่าจะตามร้านสะดวกซื้อ โลตัส หรือบิ๊กซี ก็มีขายกันเต็มไปหมด

หรือเพียงแค่คลิกสั่งซื้อทางออนไลน์ ปลากระป๋องก็จะส่งตรงถึงบ้านคุณได้เลย แต่เราแนะนำว่า ถ้าจะซื้อแบบออนไลน์ก็ซื้อแบบยกแพ็ก 6, 10, 12 กระป๋อง ไปเลยดีกว่าครับ ราคาต่อกระป๋องจะได้ถูกลงและซื้อมาทีเดียว จะได้ทานได้นานหลาย ๆ วันอีกด้วย และด้วยการที่ปลากระป๋องมีวางขายอยู่มากมายหลายยี่ห้อ วันนี้ทางทีมงานและผมจึงอยากจะขอมารีวิว ปลาประป๋องถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน ปลากระป๋องยี่ห้อไหนจะเด็ด ยี่ห้อไหนจะอร่อย ตามมาอ่านกันได้เลยครับ

มาทำความรู้จักกับปลากระป๋องกันก่อน

เห็นซื้อปลากระป๋องมาทานกัน แต่รู้กันไหมครับว่า จริง ๆ แล้ว ปลากระป๋องนั้น ก็มีความหลากหลายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของปลาที่นำมาใช้ทำปลากระป๋อง หรือรสชาติต่าง ๆ เราไปทำความรู้จักกับปลากระป๋องกันสักเล็กน้อยดีกว่าครับ

รสชาติที่หลากหลายของปลากระป๋อง

รสชาติที่หลากหลายของปลากระป๋อง

ปลากระป๋องไม่ได้มีแต่ที่เป็นซอสมะเขือเทศเท่านั้นนะครับ ยังมีรสชาติอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นรสแกงเขียวหวาน รสมัสมั่น รสปลาร้า รสซอสพริกศรีราชา หรือรสพะแนงเป็นต้น อีกทั้งยังมีการแช่ปลาในน้ำแบบอื่น ๆ อีก เช่น ปลากระป๋องในน้ำเกลือ ปลากระป๋องในน้ำมัน แต่ที่หลายคนรู้จักกันแค่ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศนั้น เป็นเพราะว่า ซอสมะเขือเทศเป็นรสชาติแรก ๆ ของปลากระป๋องที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย และเป็นรสชาติที่ถูกปากกับได้รับความนิยมทานกันมากที่สุด

ส่วนรสชาติแบบอื่น ๆ มีหลายคนได้ลองทานซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย กลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ไม่อร่อยเท่าที่ควรครับ จะมีเฉพาะบางรสเท่านั้นที่ผมให้ผ่าน เช่น รสซอสเผ็ดที่อร่อยใช้ได้เลยครับ ที่รสชาติแบบอื่น ๆ ไม่อร่อยเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะว่า ตัวเนื้อปลาไม่เข้ากับซอสอื่น ๆ แบบซอสมะเขือเทศ และคนเอเชียเองก็ไม่นิยมทานปลาแช่ในน้ำเกลือหรือในน้ำมันเหมือนต่างชาติอีกด้วย พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าจะซื้อปลากระป๋องรสชาติแบบอื่น ๆ สู้ซื้อรสซอสมะเขือเทศดีกว่าครับ อร่อย ทานง่าย เข้ากับข้าวสวยร้อน ๆ แบบสุด ๆ 

ปลาที่นำมาใช้ทำปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

ปลาที่นำมาใช้ทำปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

ถ้าลองสังเกตปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศที่วางขายในบ้านเรา เวลาที่ดูหน้ากระป๋อง หลัก ๆ จะมีปลาอยู่ 2 ชนิด ที่เอามาทำปลากระป๋องกัน นั่นคือ ปลาแมคเคอเรลและปลาซาร์ดีน สาเหตุที่ปลาทั้งสองชนิดนี้เหมาะสำหรับนำมาทำเป็นปลากระป๋อง เนื่องจากเป็นปลาที่หาได้ง่าย สามารถจับได้ทุกฤดูกาล และมีการทำประมงกันทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย อีกทั้งเวลาจับปลาเหล่านี้ในแต่ละครั้ง จะสามารถจับได้ในปริมาณมหาศาลครับ จึงทำให้มีราคาถูก และเป็นกลุ่มปลาที่มีก้างน้อย แต่มีเนื้อมากเมื่อเทียบกับขนาดปลา จึงทำให้ปลาทั้ง 2 ชนิดนี้ได้รับความนิยมในการนำมาทำปลากระป๋องมากที่สุด ไปดูความแตกต่างกันของปลาทั้งสองชนิดกันครับ

ปลาแมคเคอเรล หลาย ๆ คน อาจจะเข้าใจว่าเป็นปลานำเข้า แต่จริง ๆ แล้วปลาแมคเคอเรลถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ “ปลาทู” ครับ ไม่ว่าจะเป็น ปลาทูเตี้ย ปลาทูปากจิ้งจก ปลาทูลัง ปลาทูโม่ง ปลาทูแขก โดยในกลุ่มปลาประเภทนี้ วิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ จะไม่มีเกล็ดปลา หรือบางชนิดก็มีเกล็ดปลา แต่มีความละเอียดมาก จนแทบสังเกตไม่เห็นเลย

ปลาซาร์ดีน หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อของ “ปลาหลังเขียว” แต่เอาจริง ๆ แล้ว ในกลุ่มของปลาซาร์ดีนก็มีปลาหลายชนิดมากครับ มีทั้งปลาแมว ปลามาว ปลากล้วย ปลาหัวพูล โดยที่กลุ่มของปลาซาร์ดีนจะสังเกตได้จาก เกล็ด ของตัวปลาที่สามารถเห็นได้ชัดเจน

แล้วถ้าถามว่าปลาแมคเคอเรลและปลาซาร์ดีนอันไหนอร่อยกว่า เหมาะสำหรับทำปลากระป๋องมากกว่ากัน? อันนี้ก็บอกยากเหมือนกันครับ เพราะขึ้นชื่อว่าของกิน ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ทานมากกว่า แต่ก็มีหลาย ๆ คนอาจจะบอกว่า ปลาแมคเคอเรลนั้นมีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลาซาร์ดีน แต่จากการที่ได้ไปรวบรวมข้อมูลมา ไม่เป็นความจริงเสมอไปครับ มีหลายคนเลยที่ได้ซื้อปลากระป๋องที่ใช้ปลาแมคเคอเรลไปทาน กลับพบว่ามีกลิ่นคาวมากจนต้องหันไปทานปลาซาร์ดีนแทน ซึ่งจริง ๆ แล้ว กลิ่นปลาจะคาวไม่คาวขึ้นอยู่กับ “ความสด” ของปลาที่นำมาใช้ทำปลากระป๋อง ถ้าล็อตการผลิตนั้น ๆ ปลามีความสดมาก และมีวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลาทั้งสองชนิดจะไม่มีกลิ่นคาวปลาเลยแม้แต่น้อย กลับกันจะมีแต่กลิ่นหอมน่าทานของปลากระป๋องครับ

นอกจากเรื่องกลิ่นคาวปลา ความอร่อยของปลากระป๋องนั้น ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของปลาที่เอามาใช้ทำอีกด้วย หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า ปลากระป๋องที่วางขายนั้น จริง ๆ แล้วก็มีการแบ่งเกรดคุณภาพของปลากระป๋องด้วย ส่วนใหญ่เนื้อปลาเกรดดี ก็จะทำออกมาจำหน่ายเจาะกลุ่มตลาดบนในยี่ห้อหนึ่ง ส่วนเนื้อปลาที่ตกเกรด ก็จะทำออกมาเพื่อจำหน่ายในตลาดที่มีกำลังซื้อไม่สูง โดยทั้งสองเกรดก็ผลิตที่โรงงานเดียวกันนั่นแหละครับ แค่แบ่งไลน์การผลิตกันเท่านั้นเอง

ตารางสรุปข้อมูลปลากระป๋องแบบรวบรัด

12345678910

ปลากระป๋อง

โรซ่า ปลาแมคเคอเรล

ปุ้มปุ้ย ปลาซาร์ดีน

อะยัม ปลาแมคเคอเรล

สามแม่ครัว ปลาซาร์ดีน

ซูเปอร์ซีเชฟ ปลาซาร์ดีน

ซื่อสัตย์ ปลาแมคเคอเรล

มงกุฎทะเล ปลาแมคเคอเรล

ซื่อสัตย์ ปลาซาร์ดีน

ปุ้มปุ้ย ปลาแมคเคอเรล

สามแม่ครัว ปลาแมคเคอเรล

ราคาโดยประมาณ165 บาท160 บาท209 บาท179 บาท160 บาท143 บาท119 บาท150 บาท160 บาท215 บาท
ขนาด1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 6 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย16.5 บาท ต่อ 1 กระป๋อง16 บาท ต่อ 1 กระป๋อง34.83 บาท ต่อ 1 กระป๋อง17.9 บาท ต่อ 1 กระป๋อง16.0 บาท ต่อ 1 กระป๋อง14.3 บาท ต่อ 1 กระป๋อง11.9 บาท ต่อ 1 กระป๋อง15 บาท ต่อ 1 กระป๋อง16 บาท ต่อ 1 กระป๋อง21.5 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้แมคเคอเรลซาร์ดีนแมคเคอเรลซาร์ดีนซาร์ดีนแมคเคอเรลแมคเคอเรลซาร์ดีนแมคเคอเรลแมคเคอเรล
ภาพเนื้อปลา
จำนวนชิ้นปลา3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------3-----------------------------2-----------------------------
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ93 กรัม93 กรัม138 กรัม93 กรัม93 กรัม93 กรัม87 กรัม93 กรัม93 กรัม93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง90 กรัม88 กรัม156 กรัม94 กรัม100 กรัม82 กรัม80 กรัม95 กรัม76 กรัม92 กรัม
ภาพชั่งน้ำหนักปลา
พลังงาน (1 กระป๋อง)200 kcal180 kcal330 kcal200 kcal120 kcal140 kcal160 kcal240 kcal280 kcal180 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง)8.8 กรัม7.7 กรัม16.6 กรัม11.1 กรัม2.2 กรัม3.33 กรัม6.6 กรัม13.3 กรัม17.7 กรัม7.7 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง)24 กรัม24 กรัม33 กรัม20 กรัม16 กรัม24 กรัม18 กรัม20 กรัม26 กรัม22 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง)-2 กรัม3 กรัม4 กรัม6 กรัม2 กรัม2-3 กรัม4 กรัม2 กรัม4 กรัม
โซเดียม (1 กระป๋อง)600 มก.720 มก.990 มก.460 มก.1,080 มก.440 มก.660 มก.880 มก.740 มก.460 มก.
รสชาติออกหวานและเปรี้ยวนิด ๆกลาง ๆ เนื้อปลาแน่นดีเนื้อปลาแน่น เนียน ซอสมะเขือเทศเข้มข้นซอสอร่อย ได้รสเปรี้ยวนิด ๆ ของมะเขือเทศ เนื้อปลาแน่น ก้างก็อร่อยมากเนื้อปลาแน่น อร่อยได้รสชาติ ปลาซาร์ดีน ก้างก็อร่อยมาก ซอสเหนียวข้นค่อนข้างจืดไปนิด ซอสเหลว ไม่เข้มข้นรู้สึกว่าจืด ต้องทานพร้อมกับซอสตลอดเนื้อปลาไม่แน่นเท่าไหร่ ซอสค่อนข้างหวานรสชาติกลาง ๆ ทานกับข้าวสวยอร่อยดี แต่ได้เนื้อปลาน้อยอร่อยมาก มีรสหวานอมเปรี้ยวติดอยู่
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

แนะนำ 10 ปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนอร่อย 2020 จัดหนักจัดเต็ม เปรียบเทียบ 10 ยี่ห้อปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

เป็นยังไงกันบ้างครับ ได้ทำความรู้จักกับปลากระป๋องไปคร่าว ๆ แล้ว ต่อไปจะเป็นการแนะนำ 10 ปลากระป๋อง ที่ทางเราได้เลือก ๆ มาแล้วว่าอร่อย ได้รับความนิยมสูง ไปดูกันดีกว่าครับว่ามียี่ห้อไหนกันบ้าง

▼▼ ปลากระป๋องโรซ่า ปลาแมคเคอเรล ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องโรซ่า ปลาแมคเคอเรล ▲▲

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ปลากระป๋องยี่ห้อโรซ่า น่าจะเป็นยี่ห้อที่คนไทยหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีนะครับ ตัวกระป๋องมีขนาดเล็ก พอดีมือ มาในโทนสีแดงเขียวมีรูปปลาและมะเขือเทศโรซ่าติดอยู่ และได้ใช้ปลาแมคเคอเรลเป็นวัตถุดิบในการทำปลากระป๋องครับ

เมื่อทำการเปิดกระป๋องแล้วเทปลาลงจานแล้ว จะได้ปลาสามชิ้น ขนาดเท่า ๆ กัน แต่ผิวเนื้อปลาจะค่อนข้างเละ ผิวดูหยาบ ไม่เป็นชิ้นสวยสักเท่าไหร่ ในด้านซอสมะเขือเทศสีแดงสวยงามผสมกับน้ำมันกำลังดี และน้ำมันไม่ค่อยแยกชั้นเหมือนกับปลากระป๋องยี่ห้ออื่น ๆ ครับ เวลาดมแล้ว แทบจะไม่ได้กลิ่นออกคาวเลย ได้กลิ่นของซอสมะเขือเทศจาง ๆ มากกว่า

ส่วนเนื้อปลาก็แน่นดี ใช้ช้อนตัดได้แบบเนื้อไม่เละออกจากกัน พอทานแล้วรสชาติก็ออกรสหวานอมเปรี้ยวนิดเดียวเท่านั้น แต่ชอบก้างปลามากครับ นุ่มกรุบอร่อยเลยทีเดียว โดยรวมแล้วรสชาติกลาง ๆ ทำให้ทานง่าย ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ฟินมาก หรือจะเอาไปทำพวกยำปลากระป๋องก็แนะนำเลยครับ 

และก่อนที่จะลงมือทาน ผมก็ได้ลองทำการชั่งน้ำหนักของชิ้นปลา เพื่อจะดูว่าน้ำหนักตรงตามที่ระบุหรือไม่ โดยที่หน้ากระป๋องของโรซ่าระบุว่า น้ำหนักเนื้อปลาอยู่ที่ 93 กรัม พอเราชั่งจริงก็ได้ที่ 90 กรัม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ ขาดไปแค่ 3 กรัมเท่านั้นเอง และไปลองไปดูทางด้านโภชนาการกันบ้าง ทางโรซ่าระบุว่า เมื่อทานทั้งกระป๋อง จะได้รับพลังงานทั้งหมดที่ 200 kcal ซึ่งเป็นพลังงานจากไขมันถึง 80 kcal ครับ

ที่น่าสนใจคือ โปรตีนที่ได้รับมากถึง 24 g ! มีไอโอดีน และแคลเซียมสูง พร้อมด้วยดีเอชเอประมาณ 0.16 g และโอเมก้า-3 0.264 g ที่เขาบอกว่าทานปลาแล้วจะฉลาดน่าจะเป็นความจริงเพราะมี 2 ค่านี้สูงนั่นเอง และยังปราศจากน้ำตาล แต่โซเดียมค่อนข้างสูงอยู่ที่ 600 มก. ตอนทานก็พยายามเลี่ยง ๆ ซอสมะเขือเทศหน่อยละกันนะครับ เพื่อไม่ให้ได้รับปริมาณไขมันและโซเดียมที่มากจนเกินไป

ราคาโดยประมาณ 185 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 18.5 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 90 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 200 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 8.8 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 24 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง)  – 
โซเดียม (1 กระป๋อง)
600 มก.
รสชาติ ออกหวานและเปรี้ยวนิด ๆ 

▼▼ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลาซาร์ดีน ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลาซาร์ดีน ▲▲

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ปุ้มปุ้ยเป็นยี่ห้อที่ขึ้นชื่อเรื่องปลากระป๋อง เพราะมีรสชาติที่หลากหลายมากครับ และนอกจากปลากระป๋องแล้ว ยังมีพวกอาหารกระป๋องอื่น ๆ อีกด้วย เช่น หอยแครง หอยลายในกระป๋อง เป็นต้น โดยปลากระป๋องปุ้มปุ้ยตัวนี้ มาในโทนสีส้ม ใช้ปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบผสมกับซอสมะเขือเทศ ที่ได้ระบุว่า มีรสเข้มข้น แต่จะเข้มข้นจริงไหมนั้น ตามไปดูกันครับ

เมื่อเปิดกระป๋อง เทปลาออกมาแล้ว ก็ได้ 3 ชิ้นเช่นกันครับ และเหมือนปลาซาร์ดีน ดูชิ้นเล็กกว่า (อาจจะแค่กระป๋องนี้) แต่ผิวเนื้อปลาดูสวยกว่ามากครับ ดูเนื้อลื่น ๆ ไม่เละ คงรูปสวย ส่วนซอสมะเขือเทศมีสีเข้มข้นมาก แดงจัด และมีน้ำมันลอยหน้าเยอะมากด้วยเช่นกัน เรื่องกลิ่นก็ธรรมดา ไม่ได้กลิ่นคาวหรือกลิ่นอื่น ๆ มากเป็นพิเศษ ส่วนตัวผมนึกว่าจะได้กลิ่นแรงเข้มข้นมากกว่านี้ เวลาใช้ช้อนตัดเนื้อปลาแล้ว เนื้อแน่นมากครับ ไม่เละเลย ส่วนเรื่องรสชาติก็กลาง ๆ เหมือนโรซ่า ทานได้แบบสบาย ๆ ง่าย ๆ ครับ

และเราก็ไม่พลาดที่จะชั่งน้ำหนักเนื้อปลา โดยที่ด้านข้างกระป๋องระบุไว้ว่า น้ำหนักเนื้อปลา 93 กรัม แต่พอนำมาชั่งจริง ๆ แล้ว กลับได้ที่ 88 กรัม หายไปประมาณ 5 กรัม ครับ ก็ยังถือว่าไม่มากนัก ถ้าไปชั่งชิ้นปลาของกระป๋องอื่น ๆ น้ำหนักเนื้อปลาอาจจะหายน้อยกว่านี้ก็ได้ครับ 

สำหรับข้อมูลทางโภชนาการ ทางปุ้มปุ้ยบอกไว้ว่า หนึ่งหน่วยบริโภคจะอยู่ที่ครึ่งกระป๋องครับ โดยเมื่อทานครึ่งกระป๋องจะได้รับพลังงานที่ 90 kcal ซึ่งเป็นพลังงานจากไขมันที่ 35 kcal และยังได้สารอาหารที่น่าสนใจคือ โปรตีนที่ 12 g น้ำตาล 1 g โซเดียม 360 มก. แคลเซียมที่ 25% และธาตุเหล็ก 10% รวมถึง โอเมก้า-3, 6, 9 EPA และ DHA อีกด้วย แต่ถ้าทานหมดทั้งกระป๋องต้องเอาค่าพวกนี้ไปคูณสองนะครับ ทำให้รู้เลยว่าอาหารกระป๋องมีปริมาณโซเดียมเยอะทุกยี่ห้อจริง ๆ 

ราคาโดยประมาณ 160 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 16 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ ซาร์ดีน
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 88 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 180 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 7.7 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 24 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 2 กรัม
โซเดียม (1 กระป๋อง)
720 มก.
รสชาติ กลาง ๆ เนื้อปลาแน่นดี

▼▼ ปลากระป๋องอะยัม ปลาแมคเคอเรล ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องอะยัม ปลาแมคเคอเรล ▲▲

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ปลากระป๋องคุณภาพพรีเมี่ยมต้องยกให้ยี่ห้ออะยัมเลยครับ เพราะทางอะยัมได้คัดเกรดของปลาแมคเคอเรลที่ดีกว่า ชิ้นใหญ่กว่า กระป๋องก็ใหญ่กว่ายี่ห้อทั่ว ๆ ไป เลยทำให้มีราคาที่สูงกว่าด้วยครับ ตัวกระป๋องมาในโทนสีแดงเหลือง และที่เด่นเป็นพิเศษกว่าใคร ก็ตรงฝากระป๋องมีการพิมพ์ลายแบรนด์ตัวไก่ของอะยัมครับ เป็นปลากระป๋องที่มีไก่ติดมาด้วย ก็ดูแปลก ๆ งง ๆ ดีนะครับ

ด้วยกระป๋องที่ใหญ่กว่าเจ้าอื่น ๆ แต่พอเปิดเทออกมามีเนื้อปลาสามชิ้นเช่นกัน แต่ชิ้นใหญ่มาก แต่ดูผิวเนื้อปลาเนียนสวยกว่าของโรซ่า ตัวซอสมะเขือเทศก็เข้มข้นมาก สีแดงเข้มเลยทีเดียว ดูไม่เหลวเป็นน้ำ และมีน้ำมันลอยออกมานิด ๆ แต่เรื่องกลิ่นเหมือนจะแอบแรงอยู่ เปิดกระป๋องออกมาได้กลิ่นปลากระจายเลยครับ ส่วนเนื้อก็แน่นมาก ใช้ช้อนตัดเนื้อปลาได้สบาย ๆ ไม่เละออกจากกัน รสชาติก็เหมือนจะกลาง ๆ แต่เหมือนเนื้อปลาจะเนียน ๆ มากกว่า และด้วยเนื้อชิ้นใหญ่ ทำให้ทานแล้วสะใจมาก เนื้อแน่น ๆ เต็มปากเต็มคำครับ และก้างปลาก็ใหญ่อีกด้วย ผมชอบมาก โดยรวมแล้วคุณภาพดีกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เลยครับ

แน่นอนว่า ผมก็ได้ชั่งน้ำหนักของเนื้อปลามาให้ดูกัน ตอนชั่งแอบตกใจนิดหน่อย เพราะตรงกระป๋องระบุว่า เนื้อปลาหนัก 138 กรัม แต่พอชั่งกลับได้ 156 กรัม น้ำหนักเพิ่มมากว่าจากฉลากถึง 18 กรัมเลยทีเดียว ตอนแรกคิดว่าเครื่องชั่งมีปัญหา แต่ผมก็ได้ทดลองทั้งเปิดปิดเครื่องใหม่ ลองยกเครื่องไปวางบนพื้นเรียบที่อื่น ๆ น้ำหนักที่ได้แตกต่างกันแค่บวกลบ 1 กรัมเท่านั้น 

รีวิวเรื่องเนื้อปลากับรสชาติกันไปแล้ว มาดูข้อมูลทางโภชนาการกันบ้าง ทางอะยัมแนะนำว่า ที่หนึ่งหน่วยบริโภคคือ 1/3 ของกระป๋อง ควรที่จะแบ่งทานออกเป็น 3 ครั้ง นั้นเอง และเมื่อทานที่ 1/3 แล้ว จะได้รับพลังงาน 110 kcal ซึ่งเป็นพลังงานจากไขมัน 50 kcal ส่วนโปรตีนได้ที่ 11 กรัม มีน้ำตาล 1 กรัม และโซเดียมสูงถึง 330 มก. ถ้าทานทั้งหมดในครั้งเดียว จะได้โปรตีนถึง 33 กรัม สายเล่นกล้ามน่าจะถูกใจสิ่งนี้ แต่ก็จะได้น้ำตาล 3 กรัม และโซเดียมที่สูงถึง 990 มก. ด้วย เวลาทานก็ควรจะเลี่ยงซอสมะเขือเทศนะครับ 

ราคาโดยประมาณ 209 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 6 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 34.83 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 138 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 156 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 330 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 16.6 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 33 กรัม
น้ำตาล(1 กระป๋อง) 3 กรัม 
โซเดียม (1 กระป๋อง)
990 มก.
รสชาติ เนื้อปลาแน่น เนียน ซอสมะเขือเทศเข้มข้น

▼▼ ปลากระป๋องสามแม่ครัว ปลาซาร์ดีน ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องสามแม่ครัว ปลาซาร์ดีน ▲▲

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

…..

หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับยี่ห้อสามแม่ครัว ซึ่งเป็นยี่ห้อที่จำหน่ายอาหารกระป๋องต่าง ๆ และซอสปรุงอาหาร วันนี้เราได้หยิบยกปลากระป๋องสามแม่ครัวที่ใช้ปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบพร้อมซอสมะเขือเทศ โดยตัวกระป๋องมาในโทนสีแดง เหลือง ส้ม และมีรูปปลาซาร์ดีน มะเขือเทศ และตราสามแม่ครัวติดอยู่

จากรูปเนื้อปลาซาร์ดีนที่เห็นว่าไม่ค่อยสวย หนังปลาหลุดออกมา เป็นเพราะว่า ตอนเปิดกระป๋องแล้วเทชิ้นปลา ชิ้นปลาไม่ยอมไหลออกมา แน่นติดกันอยู่ในกระป๋อง จนผมต้องใช้นิ้วในการคีบชิ้นปลาออกมา ทำให้ผิวหนังปลาหลุดลอกครับ เมื่อเทออกมาจนหมดแล้วจะได้เนื้อปลา 3 ชิ้น ที่ดูค่อนข้างเล็ก สงสัยอาจจะเพราะได้ลองของอะยัมเข้าไป เลยรู้สึกว่าเนื้อปลาของยี่ห้ออื่น ๆ เล็กไปถนัดตาเลย  

ส่วนซอสมะเขือเทศค่อนข้างเหลว และเห็นถึงสีแดงเข้มของมะเขือเทศ สีส้มอ่อนของน้ำมันลอยหน้า และสีน้ำตาลอ่อนสีของซอสที่ผสมกับสีของเนื้อปลา แยกตัวออกจากกันค่อนข้างชัดเจน ไม่ได้สวยแดงเข้มเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนกับอะยัม แต่พอทานแล้วก็อร่อยนะครับ ไม่แย่เลย มีรสเปรี้ยวนิด ๆ พอทานพร้อมกับเนื้อปลาและข้าวสวยร้อน ๆ เป็นอะไรที่ฟินมากครับ เนื้อปลาก็แน่นดี ไม่เละ แต่ก็ไม่แข็งจนเกินไป และไม่มีกลิ่นคาวปลาเท่าไหร่เลยครับ

มาดูน้ำหนักของเนื้อปลาที่ชั่งกันได้ดีกว่าครับ โดยเมื่อชั่งจริงแล้ว จะได้น้ำหนักที่ 94 กรัม และตรงฉลากของกระป๋องระบุว่า มีน้ำหนักเนื้อปลาที่ 93 กรัม ต่างกันแค่ 1 กรัมเท่านั้น ถือว่าค่อนข้างตรงตามที่ระบุเลยครับ เรื่องน้ำหนักโอเคแล้ว ก็ต้องไปดูข้อมูลทางด้านโภชนาการกันบ้าง โดยทางสามแม่ครัว แนะนำมาว่า ที่ 1 กระป๋อง ควรแบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะได้พลังงานที่ 100 กิโลแคลอรี ซึ่งเป็นพลังงานจากไขมัน 50 กิโลแคลอรี และยังได้โปรตีน 10 กรัม น้ำตาล 2 กรัม วิตามิน A, B1, B2 แคลเซียมและธาตุเหล็กอีกด้วย ส่วนโซเดียมจะได้รับที่ 230 มก. ครับ ถ้าเทียบแล้วค่อนข้างน้อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ครับ

ราคาโดยประมาณ 179 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 17.9 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ ซาร์ดีน
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 94 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 200 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 11.1 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 20 กรัม 
น้ำตาล(1 กระป๋อง) 4 กรัม
โซเดียม 460 มก.
รสชาติ ซอสอร่อย มีรสเปรี้ยวนิด ๆ เนื้อปลาแน่น ก้างก็อร่อยมาก

▼▼ ปลากระป๋องซูเปอร์ซีเชฟ ปลาซาร์ดีน ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องซูเปอร์ซีเชฟ ปลาซาร์ดีน ▲▲

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

มาต่อกันที่ปลากระป๋องยี่ห้อซูเปอร์ซีเชฟ หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ปลากระป๋องยี่ห้อพ่อครัวแบกปลา เป็นยี่ห้อที่อาจจะไม่ค่อยรู้จัก หรือไม่เคยเห็นมาก่อน ต้องเป็นพวกในวงการจริง ๆ ถึงจะรู้จักครับ โดยกระป๋องมาในโทนแดงส้ม มีชื่อยี่ห้อและรูปพ่อครัวแบกปลาติดอยู่หน้ากระป๋อง และได้ใช้ปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบครับ

โดยปลากระป๋องของซีเซฟก็มีเนื้อปลา 3 ชิ้นเช่นเดียวกันกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ที่รู้สึกว่าแตกต่างจากยี่ห้อบน ๆ ที่ผ่านมาคือ ตัวซอสที่ค่อนข้างข้นเหนียวมากกว่า เวลาตักแล้วซอสเหมือนจะหนืด ๆ ยืด ๆ มากกว่า แอบคล้ายกาวใสที่มีสีส้มนิด ๆ นอกจากความเหนียวแล้ว ซอสยังผสมกันไม่ค่อยเข้ากันดี สามารถแยกเห็นสีของซอสออกจากกันได้อย่างชัดเจนเหมือนยี่ห้อสามแม่ครัว ส่วนเนื้อปลามีผิวสวย เนื้อไม่เละ เวลาดมใกล้ ๆ จะได้กลิ่นของปลาซาร์ดีน แต่ถ้าทานปกติก็ไม่ได้กลิ่นคาวอะไรนะครับ และถ้าทานพร้อมกันสามอย่าง ทั้งเนื้อปลา ซอส และข้าวสวยร้อน ๆ จะเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัวและอร่อยมากเลยทีเดียว ก้างปลาก็ยังอร่อยอีกด้วย แต่เอาจริง ๆ ก้างปลาของปลากระป๋องทุกยี่ห้อ ก็อร่อยอยู่แล้วนะครับ

ก่อนที่ผมจะทาน ก็ได้เอาเนื้อปลามาชั่งน้ำหนักให้ดูกันครับ โดยที่กระป๋องของซีเซฟจะระบุว่า เนื้อปลาหนัก 93 กรัม แต่พอชักจริง ๆ แล้วได้ที่ 100 กรัม น้ำหนักเกินมาประมาณ 7 กรัม อาจจะเป็นน้ำซอสที่ติดอยู่สัก 2-3 กรัม ก็เป็นได้ครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว น้ำหนักปลาที่ชั่งได้อาจจะเหลือ 97 กรัมเท่านั้น ก็ถือว่าเกินมาไม่มาก และแน่นอนว่า เราก็จะมาพูดถึงเรื่องโภชนาการกันด้วย โดยส่วนใหญ่อาหารปลากระป๋องของทุกยี่ห้อ จะแนะนำให้แบ่งทานกัน 2-3 มื้อ ซึ่งปลากระป๋องของซีเซฟก็เช่นกันครับ

เขาแนะนำให้แบ่งออกเป็น 2 มื้อ โดยแต่ละมื้อจะได้พลังงานอยู่ที่ 60 กิโลแคลอรี ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ และที่รู้สึกแปลกมากคือ เป็นแคลอรีจากไขมันเพียงแค่ 10 กิโลแคลอรีเท่านั้น และยังได้โปรตีนที่ 8 กรัม ใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 3 กรัม วิตามิน A, B1, B2, แคลเซียม และธาตุเหล็กเช่นเดียวกันกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่สิ่งที่ดูจะน่ากลัวกว่าทุกยี่ห้อคือ ค่าโซเดียมที่ค่อนข้างสูงครับ ซึ่งสูงถึง 540 มก. เลยทีเดียว ถ้าทานทีเดียวหมดกระป๋องจะได้รับถึง 1,080 มก. เลยทีเดียวครับ ! ใครที่ไม่อยากบวมน้ำเพราะโซเดียม แนะนำให้ทานยี่ห้อนี้นาน ๆ ทีครับ 

ราคาโดยประมาณ 160 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 16.0 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ ซาร์ดีน
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 100 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 120 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 2.2 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 16 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 6 กรัม 
โซเดียม (1 กระป๋อง) 1,080 มก.
รสชาติ เนื้อปลาแน่น อร่อยได้รสชาติปลาซาร์ดีน ก้างก็อร่อยมาก ซอสเหนียวข้น

▼▼ ปลากระป๋องซื่อสัตย์ ปลาแมคเคอเรล ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องซื่อสัตย์ ปลาแมคเคอเรล ▲▲ 

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ปลากระป๋องซื่อสัตย์ เห็นชื่อตอนแรกแล้วแอบแปลก ๆ งง ๆ เหมือนกันนะครับว่า เอาชื่อนี้มาตั้งของกินหรอเนี่ย? ก็ดูงง ๆ ปน ๆ น่าสนใจไปในตัวเหมือนกันครับ ตัวกระป๋องมาในโทนสีแดงขาว มีรูปปลาแมคเคอเรลราดซอสมะเขือเทศอยู่ตรงกลาง แต่สีสันดูกลืน ๆ กันไปหมด ไม่มีอะไรเด่นออกมา ต้องเพ็งเล็งนิดหนึ่ง ถึงจะเห็นว่า เป็นปลากระป๋อง หรืออาจจะเพราะ ไม่มีสัญลักษณ์แบรนด์เด่นออกมาเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ด้วยครับ

ตอนเปิดกระป๋องรู้สึกว่า เปิดง่ายมาก ออกแรงนิดเดียวฝาก็หลุดออกมาแล้ว และตอนที่เทชิ้นปลาออกมา จะสังเกตได้เห็นถึงซอสที่ไหลออกมาเป็นน้ำก่อนใครเลยครับ ซอสค่อนข้างเหลวมาก ๆ แต่เหมือนจะผสมเข้ากันได้ด้วยดี ไม่แยกชั้นน้ำมันกับซอสมะเขือเทสเหมือนปลากระป๋องซีเชฟกับสามแม่ครัว หรืออาจจะเป็นเพราะปลาแมคเคอเรลก็เป็นได้ จากที่ผ่าน ๆ มาปลากระป๋องที่ใช้ปลาแมคเคอเรลเป็นวัตถุดิบ จะมีซอสค่อนข้างผสมเข้ากันได้ดีครับ

ตัวผิวของชิ้นปลา ไม่ค่อยสวยเท่าปลาซาร์ดีน แต่เนื้อก็ไม่เละ ตัดด้วยช้อนได้ง่ายมาก ถ้าทานแต่เนื้อปลาอย่างเดียวแอบจืดไปนิด ต้องทานพร้อมกับซอสและข้าวสวยร้อน ๆ ครับ ถึงจะ Perfect ส่วนเรื่องกลิ่น ก็ไม่ได้กลิ่นคาวอะไรเลยนะครับ สงสัยเพราะตอนทานหิวจัด เลยไม่ได้กลิ่นเลยก็เป็นได้

แน่นอนว่า เราต้องชั่งน้ำหนักของชิ้นปลากันด้วยครับ ตอนชั่งน้ำหนักทำให้ผมรู้สึกแปลกใจกับชื่อยี่ห้อนิดหน่อยและแอบเฟลนิด ๆ เพราะชื่อยี่ห้อว่าซื่อสัตย์ แต่น้ำหนักปลาที่ชั่งได้กลับได้น้อยกว่าที่ระบุ โดยฉลากระบุว่า น้ำหนักเนื้อปลาที่ 93 กรัม แต่พอชั่งจริง ๆ กลับได้แค่ 82 กรัมเท่านั้น หายไปถึง 11 กรัม ทั้ง ๆ ที่มีน้ำซอสปนอยู่ด้วยหน่อย จริง ๆ แล้วควรจะได้ค่าที่ใกล้เคียงมากกว่านี้ แต่อาจจะเป็นแค่กระป๋องนี้ก็เป็นได้ กระป๋องอื่น ๆ อาจจะชั่งได้ตรงตามฉลากระบุครับ

ส่วนเรื่องโภชนาการ ทางซื่อสัตย์แนะนำมาว่า ที่ 1 กระป๋อง ควรแบ่งทานออกเป็น 2 มื้อ และเมื่อทานที่ครึ่งกระป๋องแล้ว จะได้รับพลังงานที่ 70 กิโลแคลอรี โดยเป็นจากไขมันที่ 15 กิโลแคลอรี ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ก็ยังมากกว่ายี่ห้อซีเชฟครับ และโปรตีนค่อนข้างสูงถึง 12 กรัม มีน้ำตาล 1 กรัม พร้อมทั้งพวกวิตามินกับแคลเซียมและธาตุเหล็กเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ แต่ข้อสังเกตคือ โซเดียมค่อนข้างน้อยที่ 220 มก. เท่านั้นเอง โดยรวมแล้วก็เป็นปลากระป๋องที่โภชนาการค่อนข้างดีเลยครับ

ราคาโดยประมาณ 143 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 14.3 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 82 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 140 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 3.33 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 24 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 2 กรัม 
โซเดียม (1 กระป๋อง) 440 มก.
รสชาติ ค่อนข้างจืดไปนิด ซอสเหลว ไม่เข้มข้น 

▼▼ ปลากระป๋องมงกุฎทะเล ปลาแมคเคอเรล ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องมงกุฎทะเล ปลาแมคเคอเรล ▲▲  

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ปลากระป๋องมงกุฎทะเล ชื่อแอบดูไฮโซ ตัวกระป๋องเด่นไปด้วยสีแดง มีรูปปลาแมกเคอเรลและมะเขือเทศติดอยู่ด้านหน้า ตรงฝากระป๋องก็มีการใส่ลายเล็กน้อย ให้ดูแตกต่างกับยี่ห้ออื่นครับ

เมื่อเปิดฝากระป๋องออกมา ที่รู้สึกอย่างแรกเลยคือ กลิ่นปลาลอยออกมาก่อนเลย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ เพียงแค่กลิ่นค่อนข้างชัดเจนมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ซอสค่อนข้างเข้มข้น สีผสมเข้ากันได้ดี ไม่ค่อยแยกตัวจากกันมากนัก และตอนเทออกมาดูหนืด ๆ อยู่ ไม่เหลวเหมือนพวกปลากระป๋องที่ใช้ปลาซาร์ดีน ทำให้ผมสงสัยเหมือนกันนะว่า พอชนิดปลาไม่เหมือนกัน จึงทำให้ซอสมีความข้นเหลวแตกต่างกันด้วยรึปล่าว? ใครรู้รบกวนบอกทีครับ ส่วนเรื่องรสชาติก็เหมือนจะจืดกว่า ไม่ค่อยเข้มข้น ต้องทานพร้อมกับซอสตลอด แต่ก็ทานได้ง่ายครับ

ที่น่าสนใจคือ เรื่องของน้ำหนักชิ้นปลา เพราะเป็นยี่ห้อแรกที่มีการระบุน้ำหนักเนื้อปลาที่ 87 กรัม ยี่ห้ออื่น ๆ จะระบุว่า 93 กรัม หรือมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเอาไปชั่งน้ำหนักจริง ๆ แล้ว กลับได้ที่ 80 กรัม เท่านั้น หายไปประมาณ 7 กรัม อาจจะไม่ได้หายไปมากมายอะไร แต่ตอนที่ผมเทลงจาน และมองดูเนื้อปลาก็ให้ความรู้สึกว่า เนื้อปลาชิ้นเล็กกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตอนทานไปก็รู้สึกได้น้อยด้วยครับ ไม่ค่อยอิ่มเท่าไร อาจจะเป็นเพราะว่าปลาประป๋องยี่ห้อนี้ มีราคาย่อมเยากว่ายี่ห้ออื่น ๆ ด้วยครับ

และทางมงกุฎทะเลแนะนำมาว่า ที่ 1 กระป๋องควรแบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง แต่ในความคิดผม ทานให้หมดกระป๋องในครั้งเดียวเลยดีกว่าครับ ถ้าแบ่งทานนี้ คงต้องหาอย่างอื่นทานด้วย โดยการทานที่ 1 กระป๋อง จะได้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี เป็นพลังงานจากไขมัน 60 กิโลแคลอรี ได้รับโปรตีนถึง 18 กรัม น้ำตาลประมาณ 2-3 กรัม พร้อมด้วยวิตามินและแร่ธาตุเหมือนกับปลากระป๋องทั่วไป ส่วนโซเดียมก็ระดับมาตรฐาณที่ 660 มก. ครับ ขึ้นชื่อว่าอาหารกระป๋อง โซเดียมจะค่อนข้างสูงอยู่แล้ว นาน ๆ ทานทีก็ดีนะครับ

ราคาโดยประมาณ 119 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 11.9 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 87 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 80 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 160 kcal
โขมัน (1 กระป๋อง) 6.6 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 18 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 2-3 กรัม
โซเดียม (1 กระป๋อง) 660 มก.
รสชาติ รู้สึกว่าจืด ต้องทานพร้อมกับซอสตลอด

▼▼ ปลากระป๋องซื่อสัตย์ ปลาซาร์ดีน ▲▲

▼▼ ปลากระป๋องซื่อสัตย์ ปลาซาร์ดีน ▲▲   

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

กลับมาพบกับปลากระป๋องยี่ห้อซื่อสัตย์กันอีกครั้ง แต่เป็นตัวที่ใช้ปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบแทนนะครับ โดยตัวกระป๋องมาในโทนสีแดงขาว และมีรูปปลาซาร์ดีนกับมะเขือเทศติดอยู่หน้ากระป๋อง มาดูกันครับว่า คราวนี้จะซื่อสัตย์สมชื่อหรือไม่

พอเปิดฝากระป๋องออกแล้ว ตอนเทชิ้นปลากับซอสลงจาน ผมสังเกตได้ถึงความข้นเหลวของซอสมากครับ ถ้าแค่เทกระป๋องเฉย ๆ เนื้อปลาไม่ไหลออกมาเลย ต้องเขย่าสักเล็กน้อย ชิ้นปลาจึงค่อย ๆ ไหลลงมา และพอเห็นเนื้อปลา รู้สึกค่อนข้างตกใจ เพราะเนื้อปลาเละมาก มีชิ้นเศษเนื้อกระจัดกระจายเต็มไปทั่วจาน ผิวเนื้อปลาก็หลุดออกจากกัน ดูไม่สวยอย่างแรง และยิ่งซอสมะเขือเทศก็เหนียว ๆ ข้น ๆ รู้สึกไม่ค่อยอยากทานเลยครับ คุณภาพโดยรวมแล้ว ค่อนข้างแตกต่างจากปลากระป๋องยี่ห้ออื่น ๆ แต่พอทานเนื้อปลาก็อร่อยอยู่นะครับ ซอสมีรสชาติออกหวาน ถ้าตัดเรื่องความสวยงามออก ก็ทานได้อยู่ครับ

ถึงเวลามาดูกันว่าจะซื่อสัตย์สมชื่อหรือไม่ จากฉลากที่ระบุไว้ว่า น้ำหนักเนื้อปลาที่ 93 กรัม พอผมชั่งจริงแล้วได้ที่ 95 กรัม เกินมานิดหน่อย น่าจะเป็นเพราะพวกซอสติดอยู่กับเนื้อปลา กระป๋องนี้ถือว่าน้ำหนักตรงตามที่ระบุครับ ไม่เหมือนกับกระป๋องก่อนหน้าที่ใช้ปลาแมคคอเรล ที่น้ำหนักหายไปหลายกรัม ส่วนเรื่องโภชนาการ ถ้าทานที่ครั้งเดียวหมดกระป๋อง จะได้รับพลังงานอยู่ที่ 240 กิโลแคลอรี โดยเป็นพลังงานจากไขมันที่ 120 กิโลแคลอรี และสารอาหารอื่น ๆ ที่น่าสนใจ โปรตีน 20 กรัม น้ำตาล 4 กรัม  พวกวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เหมือนกับกระป๋องอื่น ๆ ส่วนโซเดียมค่อนข้างสูงถึง 880 มก. แนะนำว่าตอนทานก็อย่าทานซอสเยอะละกันครับ

ราคาโดยประมาณ 150 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 15 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ ซาร์ดีน
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 95 กรัม
พลังงาน(1 กระป๋อง) 240 kcal
โขมัน (1 กระป๋อง) 13.3 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 20 กรัม
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 4 กรัม
โซเดียม (1 กระป๋อง) 880 มก. 
รสชาติ เนื้อปลาไม่แน่นเท่าไหร่ ซอสค่อนข้างหวาน

▼▼ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลาแมคเคอเรล ▲▲

 ▼▼ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลาแมคเคอเรล ▲▲ 

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

ครั้งก่อนได้รีวิวปลากระป๋องปุ้มปุ้ยสีส้มไปแล้ว มาคราวนี้มาพบกับสีแดงบ้างครับ สำหรับกระป๋องสีแดงจะใช้ปลาแมคเคอเรลเป็นวัตถุดิบ และมีคำว่า “รสเข้มข้น” ติดอยู่หน้ากระป๋อง ครั้งนี้หวังว่า จะเข้มข้นถึงใจจริง ๆ นะครับ

ฝากระป๋องเปิดง่ายมาก ออกแรงดึงนิดเดียว ตอนเทลงจานน้ำซอสไหลออกมาง่ายมาก ไม่ข้นเหนียวเหมือนซื่อสัตย์ ชิ้นปลาก็ไหลตามซอสออกมา 3 ชิ้น แต่พอเห็นชิ้นปลาแล้ว ผมรู้สึกเลยว่า “ทำไมเนื้อชิ้นปลามันเล็กจัง” เดี๋ยวค่อยไปชั่งน้ำหนักดูเนื้ออีกทีว่าตรงตามที่ระบุหรือไม่ มาคุยกันเรื่องรสชาติกันบ้าง ก็อร่อยตามมาตรฐานของปลากระป๋องทั่ว ๆ ไป ซอสสีเข้าด้วยกันสวยงามดี ทานแล้วรู้สึกได้ถึงรสมะเขือเทศ เนื้อปลาแน่น ไม่เละ ผิวสวยน่าทานอยู่ครับ แต่ติดตรงขนาดเล็กจนผิดสังเกตแค่นั้นครับ 

ติดใจเรื่องขนาดเล็ก เลยเอาชิ้นปลามาชั่งจะได้หายข้องใจกันสักที ปรากฎว่า น้ำหนักกายไปเยอะมากครับ ! น่าจะเยอะมากที่สุดตั้งแต่ทานมาทุกกระป๋องแล้ว จากฉลากระบุที่ 93 กรัม ผมชั่งได้เพียงแค่ 76 กรัมเท่านั้น แม้จะรวมน้ำซอสที่ติดอยู่แล้วนะครับ น้ำหนักหายไปถึง 17 กรัม เลยทีเดียว ค่อนข้างผิดหวังในปลากระป๋องปุ้มปุ้ยไปเลย ถ้าหายไปไม่กี่กรัมคงไม่เฟลมากเท่านี้ แต่ ๆ ก็พยายามคิดในแง่ดีว่า อาจจะเป็นแค่ที่กระป๋องนี้เท่านั้น กระป๋องอื่น ๆ คงตรงตามที่ระบุ ใครที่ซื้อมาทานก็ลองชั่งน้ำหนักดูก่อนได้ครับ ว่าน้ำหนักหายไปจริงไหม 

มาดูด้านโภชนาการกันบ้าง ทางปุ้มปุ้ยแนะนำมาว่า ควรแบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง โดยที่เมื่อทานครึ่งกระป๋อง จะได้รับพลังงาน 140 กิโลแคลอรี เป็นจากไขมันที่ 80 กิโลแคลอรี ถือว่าไขมันค่อนข้างสูงครับ ให้พลังงานจากไขมันเยอะทีเดียว ส่วนโปรตีนจะได้ 13 กรัม น้ำตาล 1 กรัม โซเดียมที่ 370 มก. ครับ

ราคาโดยประมาณ 160 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 16 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 3
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 76 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 280 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 17.7 กรัม
โปรตีน (1 กระป๋อง) 26 กรัม 
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 2 กรัม
โซเดียม (1 กระป๋อง) 740 มก. 
รสชาติ รสชาติกลาง ๆ ทานกับข้าวสวยอร่อยดี แต่ได้เนื้อปลาน้อย

▼▼ ปลากระป๋องสามแม่ครัว ปลาแมคเคอเรล ▲▲

 ▼▼ ปลากระป๋องสามแม่ครัว ปลาแมคเคอเรล ▲▲   

..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

..

เจอกับสามแม่ครัวที่ใช้ปลาซาร์ดีนไปแล้ว ผมก็ไม่พลาดที่จะลองทานแบบปลาแมคเคอเรลกันบ้างครับ โดยกระป๋องมาในโทนสีแดงเหลือง ดีไซน์คล้าย ๆ กับแบบที่ใช้ปลาซาร์ดีนเลย ถ้าสังเกตไม่ดี อาจจะซื้อผิดกันได้ครับ 

ตอนเปิดฝากระป๋องแอบเปิดยาก ต้องใช้แรงมากอยู่ พอเปิดแล้วเทลงจาน แต่เนื้อปลาไม่ไหลออกมาครับ มีแต่ซอสไหลลงมา เพราะเนื้อปลาติดกันแน่นเต็มกระป๋อง ต้องออกแรงเขย่าพอสมควร ปลาถึงจะไหลตกลงมาครับ แต่ก็ทำให้ผิวปลาแอบเละ ๆ ไปบ้าง ไม่สวยเท่ากระป๋องอื่น ๆ ที่ปลาไหลออกมาได้ง่าย ๆ ส่วนน้ำซอสดูแล้วค่อนข้างมีการแยกตัวระหว่างชั้นไขมันกับมะเขือเทศชัดเจน มีจุดที่สีแดงเข้มของมะเขือเทศ สีส้มของน้ำมันลอยหน้าอยู่เต็มไปหมด และที่แปลกใจมากคือ มีเนื้อปลาอยู่ 2 ชิ้นครับ ปกติจะได้กันที่ 3 ชิ้น แต่เป็น 2 ชิ้นที่ดูแล้วแอบใหญ่อยู่ ตอนผมทานรู้สึกว่าอร่อยมาก มีรสของหวานอมเปรี้ยวผสมกันอยู่ เนื้อปลาก็แน่นดี ไม่เละ ตัดกินกันพร้อมทั้งข้าวสวยร้อน ๆ เนื้อปลา ซอสอร่อยเข้ากันมากครับ และไม่รู้สึกถึงกลิ่นคาวปลาเลย

มาดูกันว่า มีปลาแค่ 2 ชิ้น แล้วน้ำหนักจะเป็นอย่างไร จะตรงตามที่ฉลากระบุ 93 กรัมหรือไม่ ผมก็นำไปชั่งครับ ได้น้ำหนักที่ 92 กรัม  ถือว่าโอเคเลย ขาดเคลื่อนน้อยมาก มีน้ำหนักตรงตามที่ฉลากระบุครับ เบาใจเรื่องน้ำหนักกันไปแล้ว (ที่เบาใจเป็นเพราะว่า รีวิวอันดับหลัง ๆ ปลากระป๋อง 2-3 ยี่ห้อ น้ำหนักหายครับ) ไปดูเรื่องโภชนาการกันบ้าง ก็เหมือนกับหลายเจ้าที่แนะนำคือ ให้แบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง โดยที่การทานเพียงแค่ครึ่งกระป๋อง จะได้รับพลังงาน 90 กิโลแคลอรี ซึ่งเป็นจากไขมัน 35 กิโลแคลอรี โปรตีนที่ 11 กรัม น้ำตาล 2 กรัม วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จะเด่นหน่อยคือ แคลเซียมค่อนข้างสูงครับ สุดท้ายจบกันที่โซเดียม 230 มก. ก็ถือว่าตามมาตรฐานของปลากระป๋องครับ

ราคาโดยประมาณ 215 บาท
ขนาด 1 แพ็ค ที่ 10 กระป๋อง
ราคาต่อหน่วย 21.5 บาท ต่อ 1 กระป๋อง
ประเภทปลาที่ใช้ แมคเคอเรล
จำนวนชิ้นปลา 2
น้ำหนักเนื้อปลาที่ระบุ 93 กรัม
น้ำหนักเนื้อปลาที่ชั่งได้จริง 92 กรัม
พลังงาน (1 กระป๋อง) 180 kcal
ไขมัน (1 กระป๋อง) 7.7 กรัม 
โปรตีน (1 กระป๋อง) 22 กรัม 
น้ำตาล (1 กระป๋อง) 4 กรัม 
โซเดียม (1 กระป๋อง) 460 มก. 
รสชาติ อร่อยมาก มีรสหวานอมเปรี้ยวติดอยู่ 

หลักการเลือกซื้อปลากระป๋อง

หลักการเลือกซื้อปลากระป๋อง

ขึ้นชื่อว่าอาหารกระป๋องเวลาไปซื้อตามห้างหรือร้านค้าต่าง ๆ ควรที่จะเลือกซื้อปลากระป๋องที่อยู่ในสภาพดี ไม่บุบไม่บี้ หรือมีฝุ่นเกาะ และไม่ควรมีสนิมขึ้นเกาะตามกระป๋อง เพราะถ้ามีสนิมขึ้นบ่งบอกได้ว่า กระป๋องนั้น ๆ เก็บรักษาได้ไม่ดี ที่สำคัญ ไม่ควรซื้อปลากระป๋องที่เกิดการบวมตัวอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเก็บไว้นานมาก จนอาจจะเกิดการสะสมของแก๊สเกิดขึ้นภายในกระป๋อง จนอาหารภายในบูดนั้นเองครับ พูดง่าย ๆ ว่า เลือกซื้อเฉพาะกระป๋องที่มีสภาพดีจะดีที่สุดครับ อีกทั้งอย่าลืมมองหาตราอย. ว่ายี่ห้อนั้น ๆ มีติดอยู่หรือไม่ และต้องดูวันหมดอายุของปลากระป๋องอีกด้วย ส่วนใหญ่จะอยู่ด้านใต้กระป๋องครับ 

แต่ถ้าซื้อออนไลน์ ไม่สามารถเห็นสภาพกระป๋องได้ ควรจะทำอย่างไร? เราแนะนำว่า ให้เลือกซื้อกับร้านค้าออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน มีรีวิวสูง หรือร้านค้าที่ดูน่าเชื่อถือ เวลาแชทถามไปแล้ว มีพนักงานคอยตอบรับอยู่เสมอ ทั้งสองสิ่งนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้ออาหารกระป๋องทางออนไลน์ได้ดีระดับหนึ่งครับ

..

ทำไมปลากระป๋องถึงมีโซเดียมสูง

ทำไมปลากระป๋องถึงมีโซเดียมสูง

สังเกตกันไหมคำว่า ทำไมอาหารกระป๋องส่วนใหญ่ถึงสามารถเก็บได้นานหลายเดือน สำหรับปลากระป๋องส่วนใหญ่เก็บไว้ได้นานถึง 2 ปีเลยทีเดียวครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใส่วัตถุเจือปนอาหาร ( Food Additives ) ที่มี  “โซเดียม” เป็นส่วนประกอบครับ ยกตัวอย่างของ Food Additives เช่น

  • Sodium Acetate : วัตถุกันเสีย และรักษาความเป็นกรด
  • Sodium Alginate : สารเพิ่มความข้นเหนียวกับให้ความคงตัว
  • Sodium Aluminosilicate : สารที่ป้องกันการจับตัวเป็นก้อน
  • Sodium Benzoate : สารกันบูด
  • Sodium Nitrate : สารกันบูด และสารทำให้สีคงตัว
  • Sodium Sorbate : สารยับยั้งเชื้อรา

แล้วทำไมผู้ผลิตถึงต้องใส่สาร Food Additives ลงในปลากระป๋อง? คำตอบก็คือ เพื่อช่วยถนอมอาหารให้สามารถเก็บได้นานหลายปี และนอกจากเรื่องถนอมอาหารแล้ว ยังช่วยคงสภาพของชิ้นปลาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และไม่ทำให้รสชาติลดลงหรือเปลี่ยนไปเมื่อลูกค้าซื้อไปทานครับ ซึ่งเจ้า Food Additives นี่เอง เป็นตัวการที่ทำให้โซเดียมในอาหารกระป๋องมีปริมาณสูงครับ 

หลายคนอาจจะคิดว่า เห็นระบุไว้ตรงข้อมูลโภชนาการแค่ 200-300 มก. เอง ก็ไม่เห็นสูงมากมายอะไร แต่อย่าลืมคิดถึง จำนวนหน่วยบริโภคต่อกระป๋องด้วยนะครับ โดยทั่วไป ปลากระป๋องจะมีการระบุไว้ว่า ควรแบ่งทานกันที่ 2 ครั้ง แสดงว่าปริมาณโซเดียม 200-300 มก. ที่ระบุเป็นการทานที่ “ครึ่งกระป๋อง” เมื่อเปิดกระป๋องแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะทานทีเดียวหมดกระป๋อง ทำให้ได้รับโซเดียมถึง 400-600 มก. เลยทีเดียว

..

ข้อควรระมัดระวังในการทานปลากระป๋อง

ข้อควรระมัดระวังในการทานปลากระป๋อง

ขึ้นชื่อว่าอาหารกระป๋อง ถึงแม้ว่าจะทำการตรวจสอบภายนอกอย่างดี ไม่หมดอายุ กระป๋องดูสะอาด ไม่มีรอยบุบบี้ แต่เราจะมั่นใจว่าทานได้จริง ๆ ต้องไปดูกันตอนเปิดฝาและคุณภาพของอาหารภายในกระป๋อง ถ้าเปิดออกมาแล้ว รู้สึกถึงกลิ่นที่แปลกกว่าปกติ แสดงว่า อาหารภายในอาจจะเสียไปแล้วก็ได้ และในบางครั้ง เวลาเปิดกระป๋องและมองลงไปข้างใน อาจจะเจอสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เศษเส้นผม เศษขยะ หรือแม้กระทั่งอาจจะพบหนอนในกระป๋องก็ได้ครับ ซึ่งก็มีข่าวเรื่องพวกนี้อยู่บ่อย ๆ อย่าลืมว่าการผลิตอาหารกระป๋อง ถึงแม้จะมีการ QC มาอย่างดี แต่สุดท้าย อาจจะมีบางกระป๋องที่หลุด QC มาได้ เพราะฉะนั้น หลังจากเปิดกระป๋องเสร็จแล้ว ก็ลองมองเข้าไปภายในกระป๋องก่อนทานนะครับ

และนอกจากเรื่องที่ได้กล่าวไป การทานปลากระป๋องที่มากจนเกินไป หรือทานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็อาจจะส่งผลเสียถึงสุขภาพของเราได้ เนื่องจากว่า อาหารกระป๋องส่วนใหญ่จะมี “โซเดียม” ที่สูงมาก เราแนะนำว่าให้ทานนาน ๆ ครั้ง หรือทานพร้อมกับอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ รวมด้วย จะดีที่สุดครับ

..

สุดท้ายแล้วส่งท้ายกันด้วย

ก็จบไปแล้วกับการรีวิวปลากระป๋องแบบจัดหนักจดเต็มกันถึง 10 ยี่ห้อ พร้อมสาระน่ารู้เกี่ยวกับปลากระป๋อง หวังว่าหลาย ๆ คนจะได้ความรู้และอยากจะลองซื้อปลากระป๋องยี่ห้อใหม่ ๆ ไปลองทานกันบ้างนะครับ แต่จริง ๆ พอลองทานปลากระป๋องหลาย ๆ ยี่ห้อเข้าไป ก็แยกรสชาติไม่ค่อยออกเท่าไหร่นะครับ จะเนื้อปลาแมคเคอเรลหรือปลาซาร์ดีน ก็ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กัน มีรสชาติอร่อย ทานได้สบาย ๆ ทั้ง 2 ประเภทเลยครับ ส่วนเรื่องกลิ่นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายนัก เห็นหลายคนบอกว่า ปลาแมคเคอเรลมีกลิ่นคาวมาก ผมก็เฉย ๆ แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบกลิ่นคาวปลามาก ๆ อาจจะเป็นปัญหากับการทานปลากระป๋องได้ แนะนำว่าให้ทานปลาซาร์ดีนจะดีกว่า เพราะกลิ่นคาวปลาจะน้อยกว่าครับ