IT&Gadgets

แนะนำ 10 มือถือ iPhone รุ่นไหนดี 2020 ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K

iPhone เป็นหนึ่งในชื่อรุ่นของสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Apple ซึ่งเรียกว่าแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักกันอย่างแน่นอนในขณะนี้ จากความสามารถในการใช้งานที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ทั้งในด้านของสเปก กล้องถ่ายภาพ หรือแม้แต่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะถูกพัฒนาขึ้นจากเดิมอยู่เป็นประจำทุก ๆ ปี และด้วยความที่แบรนด์ Apple ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพสินค้า และง่ายต่อการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ Apple รวมไปถึงระบบ Cloud ที่เก็บข้อมูลและมีความปลอดภัยสูง ส่งผลให้มีสาวก Apple อยู่มากมายที่รอจับจอง และพร้อมจะเป็นเจ้าของ iPhone รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวออกมาอยู่เป็นประจำทุกปีครับ 

ความแตกต่างหลัก ๆ ที่ทำให้มือถือ iPhone มีความแตกต่างจากสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ คือ ประสิทธิภาพการทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีความเสถียรกว่าแบรนด์อื่น ๆ อย่างชัดเจน ส่งผลให้ Apple ควบคุมคุณภาพ และพัฒนาระบบต่าง ๆ ไปได้อย่างรวดเร็วภายใต้แบรนด์ของตนเองด้วยเช่นกัน โดยวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับมือถือ iPhone ให้ทุกคน พร้อมทั้งแนะนำ 10 รุ่น iPhone ที่น่าสนใจทั้งในด้านของสเปกและฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ iPhone 12 Mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro max ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ 

 

จุดเด่นของมือถือ iPhone

จุดเด่นของมือถือ iPhone

จุดเด่นสำคัญที่สุดของ iPhone คือ ระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียรและปลอดภัยมากกว่าหากเทียบกับระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ส่งผลให้การใช้งานไม่ว่าจะเป็น เล่นเกม ดูภาพยนตร์ ถ่ายรูป ทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งนับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้ สามารถทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยสังเกตได้จากการที่ Apple อัพเดตระบบต่าง ๆ เพื่อให้มีความทันสมัย และป้องกันการเกิดความผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา

นอกจากระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียรและปลอดภัยแล้ว หลาย ๆ คนยังชื่นชอบในฟังก์ชัน Airdrop ที่ช่วยประหยัดเวลาในการโอนถ่ายไฟล์รูป ไฟล์วิดิโอ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และรักษาความละเอียดของไฟล์ได้ดีกว่าการส่งผ่านโปรแกรมแชท ซึ่งฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปหรือวิดิโอจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นระหว่างออกทริปเที่ยวกับเพื่อน หรือใช้โอนไฟล์งาน แม้ว่าระดับราคาของตัวสินค้า จัดอยู่ในสมาร์ทโฟนระดับบน แต่สาวก Apple ก็หลาย ๆ คนทั่วโลกก็พร้อมที่จะจับจอง และรออัพเกรดไอโฟนรุ่นใหม่ทุกปี 

….

อุปกรณ์เสริมของมือถือ iPhone

อุปกรณ์เสริมของมือถือ iPhone

สำหรับ iPhone นับว่ามีอุปกรณ์เสริมอยู่ค่อนข้างมาก ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ทั้งในการชาร์จแบตเตอรี่ การฟังเพลง หรือแม้แต่การออกกำลังาย โดยอุปกรณ์หลัก ๆ ซึ่งมีวางจำหน่ายเพื่อใช้งานกับมือถือ iPhone โดยเฉพาะในขณะนี้ มีด้วยกันทั้งหมด ดังนี้ครับ

  • AirPods เป็นหูฟังไร้สายจากแบรนด์ Apple ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ iPhone, iPad หรือ Macbook โดยเฉพาะ มีจุดเด่นอยู่ในด้านความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อ และการพกพาที่ทำได้ง่ายจากขนาดกะทัดรัดของตัวอุปกรณ์ ส่วนในด้านระบบเสียงก็มีความใกล้เคียงกับหูฟังแบบมีสายทั่วไปของ Apple ที่เน้นเบสหนัก นอกจากนี้ยังมีให้เลือกแยกย่อยได้อีก 2 ประเภท ที่มีความสามารถในการใช้งานแตกต่างกัน คือ AirPods และ AirPods Pro 
  • Battery Case นับเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริม ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณสะดวกสบายได้มากขึ้น ใกล้เคียงกับการพกพาแบตสำรอง หรือพาวเวอร์แบงค์ โดยที่จะมาในรูปแบบของเคสสำหรับมือถือ ทำให้ในขณะใช้งาน หรือแม้แต่การพกพาก็จะทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จากการชาร์จที่ไม่จำเป็นต้องใช้สายเพิ่มเติม แต่ยังคงต้องยอมรับกับน้ำหนักตัวเครื่อง ที่เพิ่มขึ้นมาพอสมควรด้วยเช่นกันครับ
  • Wireless Charger อีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมสำหรับเพิ่มความสะดวกสบายในการชาร์จแบตเตอรี ซึ่งช่วยลดจำนวนสายที่คอยกวนใจคุณในขณะใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการวางมือถือผ่านบนแท่นชาร์จ ที่ถูกออกแบบมาให้มีความสวยงาม และลงตัวตามสไตล์ Apple ที่สำคัญยังรองรับการชาร์จไวแบบไร้สายได้อีกด้วยครับ
  • Apple Watch หนึ่งในนาฬิกา Smart Watch ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุดในโลก จากฟีเจอร์ต่าง ๆ โดยถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและครบครัน รวมไปถึงสเปกที่จัดเต็มมาให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ช่วยให้การใช้งาน iPhone ของคุณจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ด้วยดีไซน์สุดหรูหราตามสไตล์ Apple ยังทำให้มีผู้ที่เลือกใช้งาน Apple Watch เป็นเครื่องประดับในการแต่งกายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

แนะนำ 10 มือถือ iPhone รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K

หากคุณกำลังเป็นอีกหนึ่งคน ที่กำลังมองหา iPhone เครื่องใหม่ สำหรับใช้งานทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ หรือในการทำงาน ทางเราขอแนะนำ 10 รุ่นน่าสนใจ ในราคาที่น่าโดนและคุ้มค่าให้คุณได้ลองเลือกชมกัน ดังนี้ครับ

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ Apple​

….

สำหรับ iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ โดยข้อมูลที่คอนเฟิร์มแล้วจากทาง Apple 2 รุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 14 ทำงานร่วมกันกับชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ซึ่งทาง Apple เคลมว่าเป็นซิปเซ็ตที่แรงที่สุดในโลก รองรับ 5G และใช้หน้าจอแบบ Super Retina XDR Display (OLED) iPhone 12 Pro Max มีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2778 x 1284 พิกเซล และ 12 Pro ที่ 2532 x 1170 ตามลำดับ และถ้าใช้งานแบบ HDR สามารถดันค่าความสว่างไปได้ถึง 1200 นิต ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าจอมืดขณะใช้งานกลางแดดเลยทีเดียว 

ที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับสาวกกล้อง iPhone 2 รุ่นนี้มาพร้อมกล้อง 3 ตัว Wide, Ultra-Wide และ Telephoto ความละเอียด 12MP + เซ็นเซอร์กล้องแบบ LiDAR Scanner ที่เพิ่งถูกใช้งานล่าสุดไปเมื่อการเปิดตัว iPad Pro 2020 ช่วยในเรื่องโฟกัสในที่แสงน้อย และถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ดีขึ้น นอกจากนี้ระบบกันสั่นยังอัพเกรดให้ดีขึ้น โดยปกติแล้ว กันสั่นบนมือถือจะอยู่ที่ตัวเลนส์เท่านั้น แต่สำหรับ iPhone 12 Pro Max เป็นกันสั่นแบบ Sensor-Shift หรือกันสั่นที่เซ็นเซอร์ ช่วยให้การถ่ายวิดิโอเสถียรมากยิ่งขึ้น แนะนำสำหรับสาย Vlog เลยครับ  

ราคา
จอแสดงผล OLED
ขนาดหน้าจอ 6.1 และ 6.7 นิ้ว
สี Blue, Gold, Graphite, Silver
ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ iOS 14
Ram 6 GB
Rom 128, 256 และ 512 GB
แบตเตอรี่
กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 + 12 ล้านพิกเซล + LiDAR Scanner
ความละเอียดวิดีโอ
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 23 ตุลาคม 2020

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 12 Mini และ iPhone 12  ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 12 Mini และ iPhone 12  ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ Apple

….

สำหรับ iPhone 12 Mini และ iPhone 12  เรียกได้ว่ายังคงใกล้เคียงกับความเป็นรุ่นพี่อย่าง iPhone 11 ในปีที่ผ่านมาอยู่พอสมควร โดยสิ่งหลัก ๆ ที่จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนนั้น คือ การออกรุ่น Mini ที่มีขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่จะยังคงใช้ Ram เป็นขนาดเท่าเดิมที่ 4 Gb เพื่อให้มีราคาย่อมเยามากขึ้น ที่สำคัญได้มีการเปลี่ยนจอแสดงผลจากแบบ Liquid Retina มาเป็น OLED เช่นเดียวกับรุ่นท็อป เพื่อการรับชมคอนเทนต์ที่ดีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาครับ

ทางด้านระบบปฏิบัติการและชิปเซ็ตของ iPhone รุ่นนี้ ใช้ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic เรียกว่าไม่น้อยหน้ารุ่นท็อปอย่าง iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max เลยทีเดียว จุดที่แตกต่างจาก iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max คือ กล้องหน้าและกล้องหลังนั่นเอง สำหรับ 2 รุ่นนี้ กล้องหลังยังเป็นแบบ 2 กล้อง Wide ความละเอียด 12MP เลนส์ 7 ชิ้น และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP มุมกว้าง 120 องศา มาพร้อมโหมด Computational Photography ช่วยถ่ายภาพย้อนแสงได้ดีขึ้น สำหรับระบบกันสั่นนั้นเป็นกันสั่นที่ตัวเลนส์ สำหรับคนที่ต้องการราคาที่ย่อมเยาลงมา 2 รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่า ฟังก์ชันที่ให้มาไม่ด้อยเลย 

ราคา
จอแสดงผล OLED
ขนาดหน้าจอ 5.4 และ 6.1 นิ้ว
สี Black, Blue, Green, Red, and White
ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ iOS 14
Ram 4 GB
Rom 64, 128 และ 256 GB
แบตเตอรี่
กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 23 ตุลาคม 2020

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

iPhone 11 Pro Max เป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อปรุ่นปัจจุบันของ Apple ที่นับว่ามีสเปกการใช้งานค่อนข้างสูง ทั้งในด้านกล้องถายภาพ วิดีโอ หรือในด้านอื่น ๆ ส่งผลให้ใช้งานได้แบบลงตัวในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์ โดยจุดเด่นสำคัญของ iPhone รุ่นนี้ คือ เลนส์สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอจำนวน 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์หลัก ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้ในการถ่ายภาพและวิดีโอ ทำได้หลากหลายในมุมมองที่แตกต่างกัน รวมไปถึงยังมีคุณภาพดีไร้ที่ติด้วยเช่นกันครับ

สเปกการใช้งานของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ มาพร้อมชิปเซ็ต Apple A13 Bionic ที่ถูกเปิดตัวมาพร้อมกันในปี 2019 ใช้งานร่วมกันกับระบบปฏิบัติการ iOS 13 ที่เปิดตัวมาในปีเดียวกัน โดยเปิดตัวมาด้วย Ram ขนาด 6 Gb และมีความจุให้เลือกซื้อได้ทั้งหมด 3 ขนาด คือ 64 Gb, 256 Gb และ 512 Gb รองรับความจุแบตเตอรี่สูงสุด 3,500mAh และมีมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นปีแรกของการเปิดตัวสียอดนิยมสีใหม่อย่าง Midnight Green ซึ่งเป็นสีเฉพาะของ iPhone รุ่นนี้อีกด้วยครับ

ราคา 31,500 บาท
จอแสดงผล OLED
ขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว
สี Space Gray, Silver, Gold และ Midnight Green
ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ iOS 13
Ram 6 GB
Rom 64, 256 และ 512 GB
แบตเตอรี่ 3,500mAh
กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 20 กันยายน 2019

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

ในช่วงปีที่ผ่านมาหากพูดถึงหนึ่งในมือถือ iPhone ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ทั้งในด้านการถ่ายภาพ การใช้งานไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่การใช้งานทั่วไป ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ก็คงหนีไม่พ้น iPhone 11 ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นเล็กสุดของซีรีย์ที่เปิดตัวมาในปี 2019 และนับเป็นรุ่นต่อจาก iPhone XR รุ่นยอดฮิตในปีก่อนหน้าด้วยเช่นกัน และหากกล่าวถึงจุดเด่นที่ดึงดูดใจผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของ Apple ก็น่าจะเป็นจำนวนสี ที่นับว่ามีให้เลือกอยู่ค่อนข้างหลากหลาย หากเทียบกับหลาย ๆ รุ่นที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ครับ

จุดเด่นของสมาร์ทโฟนเครื่องคือ ประหยัดพลังงานที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาเพียง 3,110mAh ซึ่งทำได้จากการใช้งานหน้าจอ Liquid Retina ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าจอ OLED ของรุ่นท็อป และชิปเซ็ต Apple A13 Bionic ชิปเซ็ตที่มีความสามารถในการจัดการพลังงานอยู่ในระดับยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมาพร้อมจุดเด่นในด้านกล้องถ่ายภาพ ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับรุ่นท็อป iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max โดยแตกต่างกันเพียงแค่กล้อง Telephoto สำหรับการถ่ายภาพในมุมมองกว้างเท่านั้น

ราคา 21,990 บาท
จอแสดงผล Liquid Retina 
ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว
สี Space Gray, Silver, Gold และ Midnight Green
ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ iOS 13
Ram 4 GB
Rom 64, 128 และ 512 GB
แบตเตอรี่ 3,110mAh
กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 20 กันยายน 2019

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone SE 2020 ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone SE 2020 ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

iPhone SE 2020 นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีผู้สนใจ และจับตามองเป็นจำนวนมากในช่วงก่อนเปิดตัว เนื่องจากเป็นการสานต่อรุ่นราคาประหยัดรุ่นแรกของ Apple อย่าง iPhone SE ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า ที่อัดแน่นไปด้วยสเปกและวางจำหน่ายในราคาไม่ถึง 20,000 บาทของ Apple โดยสำหรับรุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์แบบเดียวกันกับ iPhone 8 ทำให้พกพาได้ง่ายจากขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ส่งผลให้มีฟีเจอร์ Touch ID ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบติดมาด้วยกันกับตัวเครื่อง ที่สำคัญยังเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานไปได้อีกขั้น ด้วยชิปเซ็ต Apple A13 Bionic ชิปเซ็ตที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง แต่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ในราคาไม่ถึง 15,000 บาทเพียงเท่านั้น

สำหรับในส่วนของสเปกการใช้งานต่าง ๆ เริ่มต้นกันที่หน้าจอแบบ Retina Display ขนาด 4.7 นิ้วเช่นเดียวกับ iPhone 8 ทำให้ถูกใจหลาย ๆ คนที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่พกพาได้ง่าย มาพร้อม Ram ขนาด 3 Gb ที่ใช้งานประมวลผลแอปพลิชันต่าง ๆ ได้แบบไร้กังวล และพื้นที่เก็บข้อมูลที่มีให้เลือกได้ทั้งหมด 3 ขนาด คือ 64, 128 และ 256 Gb ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 13 และรองรับมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นอยู่ที่ IP67 นอกจากนี้ถึงแม้จะมีแบตเตอรี่ที่ให้มาเพียง 1,821mAh แต่ด้วยการประหยัดพลังงานของชิปเซ็ต ก็ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน 13 ชั่วโมง หรือตลอดวันแบบไม่ต้องพกพาสายชาร์จเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ

ราคา 13,200 บาท
จอแสดงผล Retina Display
ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว
สี Black, White และ Red
ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP67
ระบบปฏิบัติการ iOS 13
Ram 3 GB
Rom 64, 128 และ 256 GB
แบตเตอรี่ 1,821mAh
กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 24 เมษายน 2020

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้จัดอยู่ในรุ่นเรือธงของซีรีย์ iPhone 11 เช่นเดียวกันกับ iPhone 11 Pro Max โดยมีความแตกต่างอยู่ที่ขนาดหน้าจอ ที่จะเล็กลงมาเหลือ 5.8 นิ้ว และขนาดความจุแบตเตอรี่ที่ลดลงมาเหลือเพียง 3,190mAh แต่ในด้านอื่น ๆ จะยังคงเท่ากันกับรุ่นพี่อยู่ทุกประการ ส่งผลให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการสเปกระดับเรือธง ในราคาที่ลดระดับลงมาเล็กน้อย และเน้นจุดเด่นไปในด้านของการพกพา รวมไปถึงยังเป็นรุ่นยอดฮิตของผู้ที่ต้องการจับจองสีใหม่ล่าสุดของ Apple ซึ่งก็คือ Midnight Green ด้วยเช่นกันครับ

เช่นเดียวกันกับบน iPhone 11 Pro Max ในด้านของสเปกตัวเครื่องใช้งานเป็นระบบปฏิบัติการ iOS 13 ที่ทำงานบนชิปเซ็ต Apple A13 Bionic มาพร้อม Ram ขนาด 6 Gb และพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งหมด 3 ขนาด ตั้งแต่ 64 Gb, 256 Gb ไปจนถึง 512 Gb โดยในด้านของกล้องถ่ายภาพก็มีทั้งหมด 3 ตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย กล้องหลัก กล้อง Ultrawide และกล้อง Telephoto รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 60 Fps ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้จะรองรับมาตรฐานการกันน้ำที่ IP68 แต่ด้วยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถกันน้ำได้ลึกสุดถึงระดับ 4 เมตรเลยทีเดียวครับ  

ราคา 29,990 บาท
จอแสดงผล OLED
ขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว
สี Space Gray, Silver, Gold และ Midnight Green
ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ iOS 13
Ram 6 GB
Rom 64, 256 และ 512 GB
แบตเตอรี่ 3,190mAh
กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 20 กันยายน 2019

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone XR ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone XR ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

iPhone XR ถูกเปิดตัวมาในซีรีย์ iPhone XS ในช่วงปี 2018 แต่ยังคงเป็นเพียงรุ่นเดียวที่ถูกวางขายมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งสมาร์ทโฟนซีรัย์นี้นับเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมือถือ iPhone ทุกรุ่น ด้วยการเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดตัว และวางจำหน่ายมาพร้อมกันสูงสุดถึง 3 รุ่นในครั้งเดียว โดยที่รุ่นนี้นับเป็นรุ่นเล็กสุดเพียงรุ่นแรกอีกด้วย ส่วนในด้านของดีไซน์ก็เป็นรุ่นสานต่อจาก iPhone X ที่เป็นรุ่นครบรอบการเปิดตัว iPhone ครบ 10 ปี รวมไปถึงยังมีสีให้เลือกตามความหลากหลายของแต่ละคนได้ถึง 6 สีอีกด้วยครับ

iPhone เครื่องนี้เปิดตัวมาด้วยระบบปฏิบัติการ iOS 12 ที่ทำงานบนชิปเซ็ต Apple A12 Bionic โดยใช้งานหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ IPS-LCD ขนาด 6.1 นิ้ว ช่วยให้การรับชมคอนเทนต์ทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา ส่วนในด้านกล้องถ่ายภาพใช้งานเป็นกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รองรับความละเอียดวิดีโอสูงสุดที่ระดับ 4K ส่วนในเรื่องของการประมวลผลการทำงานมาพร้อม Ram ขนาด 3 Gb และเลือกขนาดความจุได้ถึง 3 ขนาด ตั้งแต่ 64, 128 ไปจนถึง 256 Gb ยิ่งไปกว่านั้นด้วยแบตเตอรี่ขนาด 2,942mAh และการประหยัดพลังงานของชิปเซ็ต ยังทำให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน โดยไม่ต้องพกพาพาวเวอร์แบงค์ หรือสายชาร์จเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ

ราคา 22,900 บาท
จอแสดงผล IPS-LCD
ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว
สี Black, White, Red, Yellow, Blue และ Orange
ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP67
ระบบปฏิบัติการ iOS 12
Ram 3 GB
Rom 64, 128 และ 256 GB
แบตเตอรี่ 2,942mAh
กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 12 กันยายน 2018

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 8 Plus ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 8 Plus ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

ถึงแม้ iPhone 8 Plus จะถูกเปิดตัวมาแล้วกว่า 3 ปีหากนับจากเวลาในปัจจุบัน แต่ด้วยฟังก์ชันและสเปกการใช้งานต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและคุ้มค่าในช่วงเวลานั้น ก็ทำให้ใช้งานได้ยาวนานหลายปีได้แบบสบาย ๆ ทั้งจากชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ชิปเซ็ตประจำปี 2017 ที่มีจุดเด่นอยู่ในด้านการประมวลผลและการจัดการพลังงาน ไปจนถึงระบบปฏิบัติการ iOS 11 ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของการจัดการระบบต่าง ๆ หรือแม้แต่พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256 GB ซึ่งรองรับการใช้งานได้ยาวนานหลายปี ส่งผลให้ถึงแม้จะค่อนข้างเก่าหากเทียบกับรุ่นอื่น ๆ แต่ก็ยังคงน่าใช้อยู่มากในขณะนี้ ด้วยระดับราคาและสเปกที่ Apple จัดมาให้นั่นเองครับ

หากคุณเป็นหนึ่งในกำลังมองหา iPhone ที่ยังคงความคลาสสิก ด้วยดีไซน์ต้นแบบที่ถูกเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเล็กน้อยจาก iPhone 4 รวมไปถึงยังต้องการความง่าย และสะดวกสบายจากการใช้งานฟังก์ชันการแสกนนิ้วมือแบบ Touch ID รวมไปถึงยังต้องมีสเปกที่ใช้งานไลฟ์สไตล์ได้เพียงพอ รุ่นนี้นับเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีอยู่ไม่น้อย โดยนอกจากที่ได้กล่าวไปทั้งหมดแล้ว ด้วยการใช้งานเวอร์ชัน iOS ที่ไม่ได้เก่ามากจนเกินไป ทำให้จะยังคงได้รับการอัพเดตไปอีกยาวนานหลายปีเลยทีเดียวครับ

ราคา 16,700 บาท
จอแสดงผล Retina Display
ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว
สี Space Gray, Silver และ Gold
ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP67
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
Ram 3 GB
Rom 64 และ 256 GB
แบตเตอรี่ 2,691mAh
กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 22 กันยายน 2017

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 7 Plus ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 7 Plus ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

iPhone 7 Plus นับเป็นรุ่นพี่ของ iPhone 8 Plus ซึ่งเป็นรุ่นที่เราได้กล่าวถึงไปในส่วนที่ผ่านมา โดยจุดเด่นสำคัญของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ คือ การเป็น iPhone Plus รุ่นแรก ที่มีการใส่กล้องถ่ายภาพด้านหลัง เพื่อใช้สำหรับการบันทึกภาพ และวิดีโอมาสูงสุดถึง 2 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังรองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดในระดับ 4K ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับสมาร์ทโฟนในช่วงเวลานั้นครับ

ในปัจจุบันด้วยชิปเซ็ต Apple A10 Fusion ที่ทำงานร่วมกันกับระบบปฏิบัติการ iOS 10 ช่วยให้ยังคงใช้งานได้อีกยาวนาน 2 ถึง 3 ปีแบบสบาย ๆ เนื่องจากยังคงได้รับการอัพเดต iOS 14 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของ Apple ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานนี้ ทำให้มีแอปพลิเคชันมากมาย ที่ยังคงรองรับการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญ iPhone เครื่องนี้ ยังนับเป็นรุ่นแรกของการใช้งานมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ที่ Apple ได้ใส่มาให้ในสมาร์ทโฟนของตัวเองเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ป้องกันความเสียหายการโดนน้ำกระเด็นใส่ หรือการตกน้ำในระยะ 1 เมตร ได้แบบไร้กังวลครับ

ราคา 14,900 บาท
จอแสดงผล Retina Display
ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว
สี Black, Gold, Silver, Rose Gold, Jet Black และ Red
ชิปเซ็ต Apple A10 Fusion
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP67
ระบบปฏิบัติการ iOS 10
Ram 3 GB
Rom 32, 128 และ 256 GB
แบตเตอรี่ 2,900mAh
กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย กันยายน 2016

.

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 8 ▲▲

▼▼ มือถือ iPhone รุ่น iPhone 8 ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

สุดท้ายเราขอแนะนำเป็น iPhone 8 ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวมาในปี 2017 ด้วยชิปเซ็ต Apple A11 Bionic และทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11 เช่นเดียวกับ iPhone 8 Plus ในสองรุ่นที่ผ่านมา ช่วยให้ในการใช้งานฟังก์ชันพื้นฐาน ยังคงทำได้แบบมีประสิทธิภาพ ทั้งในการใช้งานสื่อออนไลน์ การรับชมภาพยนตร์ หนัง หรือ Netflix ไปจนถึงการแต่งรูปและการทำวิดีโอต่าง ๆ ที่สำคัญจากราคาที่หาซื้อได้เพียงไม่ถึง 15,000 บาทในขณะนี้ ทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ดึงดูดใจผู้ใช้งานหลาย ๆ คน ได้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

สำหรับจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของมือถือ iPhone เครื่องนี้ คือ ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก จากหน้าจอแบบ Retina Display ขนาด 4.7 นิ้ว ที่เรียกว่าใช้งานทั่วไปได้แบบลื่นไหลไม่ติดขัด และดีไซน์ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาให้ถือด้วยมือเดียวได้ง่าย ไปจนถึงเรื่องของน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป ส่งผลให้หลาย ๆ คนที่ยังคงชื่นชอบ iPhone ขนาดเล็ก เช่น iPhone 7 หรือ iPhone 6 ยังคงให้ความสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่พอสมควร และด้วยการจัดโปรโมชันของค่ายมือถือ ที่มีออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้การหาซื้อ iPhone 8 ในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อยครับ 

ราคา 11,990 บาท
จอแสดงผล Retina Display
ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว
สี Space Gray, Silver และ Gold
ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic
ช่องเสียบชาร์จ Lighting
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP67
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
Ram 2 GB
Rom 64 และ 256 GB
แบตเตอรี่ 1,821mAh
กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดวิดีโอ 4K
เซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
เซนเซอร์แสกนหน้า
รองรับการชาร์จไว
รองรับการชาร์จไร้สาย
วันวางจำหน่าย 22 กันยายน 2017

 

.

สุดท้ายแล้วส่งท้ายกันด้วย

ในการเลือกซื้อมือถือ iPhone ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดนั้น ก็มีปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ ทั้งในด้านของสเปกตัวเครื่อง สเปกกล้องถ่ายภาพ ความละเอียดวิดีโอ ไปจนถึงในด้านความปลอดภัยของตัวเครื่องอย่างมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็คือ จุดประสงค์ในการใช้งานและระดับราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณที่คุณมี 

หลังจากที่เราได้แนะนำ 10 รุ่นของมือถือ iPhone ที่น่าซื้อและคุ้มค่าในปัจจุบันไปแล้ว ทางเราหวังว่าหลาย ๆ คนที่ได้อ่านบทความนี้ จะสามารถเลือกซื้อ iPhone เครื่องใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านการถ่ายภาพ ถ่ายคลิป ใช้งานสื่อออนไลน์ ใช้ในการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่ใช้งานไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น