IT&Gadgets

แนะนำ 10 เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2020 อากาศภายในรถสะอาด ปราศจากมลภาวะ

แนะนำ 10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2020 อากาศภายในรถสะอาด ปราศจากมลภาวะ

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่หลาย ๆ คนมองข้ามโดยที่ไม่รู้ตัว ด้วยสภาพอากาศที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพเท่านั้นที่เจอกับปัญหานี้ แต่ในพื้นหลายจังหวัด อย่างเชียงใหม่ เชียงราย หรือเขาใหญ่ ต่างก็ประสบปัญหามลพิษทางอากาศกันทั้งนั้น ทำให้ผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศมากขึ้น มีการใช้เครื่องวัดคุณภาพอากาศตามจุดสำคัญต่าง ๆ

หลายท่านใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน เมื่อออกไปนอกบ้านต่างก็สวมหน้ากากอนามัย แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งในรถยนต์ส่วนตัว สิ่งที่ทุกคนทำเหมือนกันเลยคือ ถอดหน้ากากอนามัยออกทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าในรถยนต์นั้นมีอากาศที่บริสุทธิ์เพียงพอกับปอดของเราจริง ๆ หรือไม่ ทำให้เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์กลายเป็นเพื่อนร่วมเดินทางคนสำคัญขึ้นมาทันที

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์มีหลายประเภท ดีไซน์ลักษณะภายนอกก็หลากหลาย แถมยังมีตำแหน่งการติดตั้งภายในรถยนต์แตกต่างกันออกไป สำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าอากาศภายในรถยนต์นั้นไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด และยังไม่เห็นถึงความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์เท่าไหร่นัก ใช้เวลาสักครู่อ่านบทความนี้ดูก่อนนะคะ และจะทราบว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นจำเป็นหรือไม่ ถ้าอยากจะลองซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์มาใช้สักเครื่องหนึ่งต้องพิจารณาอะไรบ้าง มีรุ่นไหน แบรนด์อะไรที่ควรพิจารณา วันนี้ได้รวบรวม 10 เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์น่าใช้มาให้ลองอ่านกันค่ะ

….

ทำไมเราจึงควรใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ?

ทำไมเราจึงควรใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ?

หลายคนเข้าใจว่าหนีอากาศเสียมาหลบอยู่ในรถยนต์นั้นเท่ากับปลอดภัยแล้ว คุณกำลังคิดผิดเลยนะคะ เพราะในความจริงแล้ว อากาศภายในรถยนต์ก็มีมลพิษมากมายเลย รวมถึงฝุ่นละออง PM 2.5 เองก็ปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีควันพิษจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงลอยเข้ามาในบริเวณห้องโดยสารได้ด้วย ยิ่งสภาพการจราจรติดขัดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผู้คนภายในรถยนต์มีโอกาสได้รับและสูดควันพิษได้มากขึ้นเท่านั้น โดยควันพิษที่เป็นอันตรายจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่สำคัญมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมถึงกลิ่น VOC (Volatile Organic Compounds) ที่ทำให้หายใจติดขัด และเป็นสารก่อภูมิแพ้ด้วย

สำหรับใครที่สูบบุหรี่ด้วย ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรับสารพิษจากควันบุหรี่ ซึ่งมีอยู่มากกว่า 7,000 ชนิด โดยสารพิษจากควันบุหรี่จะฝังแน่นติดเสื้อผ้าของผู้สูบและฝังติดอยู่กับเบาะรถยนต์ได้นานมาก อย่างน้อย ๆ ก็ 6 เดือนเลยนะคะ เรียกว่านอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ที่โดยสารมาด้วยอย่างมาก แต่สำหรับใครที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แถมยังเพิ่งซื้อรถยนต์มาใหม่ก็อย่าเพิ่งสบายใจไปค่ะ รถยนต์ใหม่ไม่ได้หมายความว่าอากาศภายในรถยนต์จะดีตามสภาพรถเสมอไป

เพราะรถยนต์ใหม่นี่แหละที่จะมีสารระเหยชื่อว่าฟอร์มาลดีไฮล์อยู่ เรามักจะได้กลิ่นของสารระเหยนี้จากสินค้าใหม่ ๆ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ เบาะรถยนต์ใหม่แกะกล่อง เพราะโรงงานอุตสาหกรรมมักจะใช้สารฟอร์มาลดีไฮล์เคลือบหนัง หรือแผ่นไม้ เพื่อป้องกันการผุกร่อนและการเกิดความเสียหายชำรุด ซึ่งเจ้าสารฟอร์มาลดีไฮล์นี้ระเหยง่ายมาก ทำให้มีโอกาสสูดเข้าไปในปอดได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในช่องทางเดินหายใจได้มากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การที่เราไปสัมผัสอากาศภายนอกแล้วกลับมานั่งในรถยนต์ ยังเป็นการนำเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสกลับเข้ามาภายในบริเวณห้องโดยสาร และสามารถแพร่เชื้อโรคระหว่างกันได้อีกด้วย ดังนั้นการหาเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ดี ๆ สักเครื่องหนึ่งมาฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้ ช่วยเปลี่ยนอากาศแย่ ๆ ให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ ทำให้เราฟอกปอดได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องขับรถไปไหนไกล แถมยังดีต่อสุขภาพของทุกคนในบ้านก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยนะคะ

ตารางสรุปข้อมูลเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์แบบรวบรัด

12345678910
เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์SHARP รุ่น IG-GC2B

PHILIPS รุ่น GoPure 5211

3M PN38816 Smart Vehicle Air Purification Plus

AutoBot ABF001

MITSUTA รุ่น MCA150s

CONOCO S1

Figo4

Xiaomi Smartmi Car Air Purifier

LIFANGCAI LFC-AIRO1

SOKE HEPA & Active charcoal
ราคาโดยประมาณ3,090 บาท4,299 บาท4,498 บาท1,408 บาท1,990 บาท2,990 บาท999 บาท1,790 บาท650 บาท615 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์7.4 x 16.2 x 6.5 ซม.18 x 18 x 68 ซม.20.6 x 17.6 x 7.3 ซม.20 x 13 x 8 ซม.14.8 x 14.8 x 8 ซม.22.5 x 15 x 58 ซม.15 x 6.5 ซม.11 x 11 x 40 ซม.N/A15.5 x 4.2 ซม.
น้ำหนัก0.26 กก.0.26 กก.0.5 กก.0.3 กก.1 กก.0.6 กก.0.65 กก.1 กก.N/A0.4 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม< 3.6 ตร.ม.N/A< 6.8 ตร.ม.< 8 ตร.ม.< 6.8 ตร.ม.< 6.9 ตร.ม.< 6.8 ตร.ม.< 7.2 ตร.ม.< 6 ตร.ม.< 3 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า1.9 W3 W3.7 W6 W6 WN/A12 W7 W2 W2 W
ระดับเสียงรบกวน< 36 dB< 55 dB< 55 dB< 35 dB< 35 dB< 50 dB< 27 dB< 55 dBN/AN/A
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้3 ระดับ3 ระดับ3 ระดับ3 ระดับ2 ระดับ3 ระดับ3 ระดับ1 ระดับ3 ระดับ2 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศPlasmacluster (ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ + และ -)Philips Select Filter Plus (ใช้แผ่นกรองอากาศ)ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ - และแผ่นกรองอากาศ 3Mใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ - และแผ่นกรองอากาศ HEPAใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ - และแผ่นกรองอากาศใช้ไส้กรองอากาศ HEPAใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ -ใช้ไส้กรองอากาศใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ -ใช้ไส้กรองอากาศ HEPA
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)N/A
ฆ่าเชื้อแบคทีเรียN/AN/A
ฆ่าเชื้อไวรัส✘ (แต่สามารถ กรองเชื้อไวรัสได้ 70%)

 คลิกซื้อเลย 

 คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย  คลิกซื้อเลย 

แนะนำ 10 เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี อากาศภายในรถสะอาด ปราศจากมลภาวะ

คงได้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์กันไปแล้วนะคะ ต่อไปไปดูกันเลยว่า 10 เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่นำมาแนะนำในวันนี้ จะมีของแบรนด์ใด รุ่นไหนน่าสนใจกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-GC2B ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-GC2B ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

ที่สุดของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ คงต้องยกให้ SHARP IG-GC2B เลยค่ะ รุ่นนี้ทางชาร์ปได้พัฒนาคิดค้นเทคโนโลยีการฟอกอากาศจนได้รับลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง เรียกว่า “พลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster)” ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะจัดการกับฝุ่นละอองโดยการให้กำเนิดอนุภาคไฟฟ้าประจุบวก และประจุลบออกมาก่อน เพื่อลดการเกิดไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้ฝุ่นละอองไม่เกาะอยู่ที่เสื้อผ้า จากนั้นประจุไฟฟ้าจะเข้าไปจับอนุภาคฝุ่นภายในรถยนต์ให้ร่วงตกลงไปอยู่ที่พื้นไม่ให้ฟุ้งกระจาย สิ่งสำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ สามารถฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อไวรัสได้ด้วย ต่างจากเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์โดยทั่ว ๆ ไปที่จะทำได้เพียงกำจัดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้

ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 17,500 ชั่วโมง หรือประมาณ 6 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานมาก ในขณะที่ยี่ห้ออื่น ๆ ทำได้หลักร้อยหรือหลักพันชั่วโมงเท่านั้นเอง ตัวพัดลมดูดอากาศด้านในสามารถปรับได้ 3 ระดับ ได้แก่ เบา สูง และเทอร์โบ โดยในสองระดับแรกจะมีเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยินเลย คือประมาณ 19-23 dB เท่านั้น ส่วนในระดับเทอร์โบจะมีเสียงรบกวนอยู่ที่ 36 dB หากลองฟังดี ๆ จึงจะได้ยินเสียงเครื่องฟอกอากาศทำงาน แต่ถ้าเปิดแอร์หรือเปิดเพลงฟังในขณะขับรถ ประกอบกับเสียงเครื่องยนต์ด้วย ก็จะกลบเสียงเครื่องฟอกอากาศได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงอาจพูดได้เลยว่าแม้จะปรับพัดลมดูดอากาศไปที่ระดับใด ก็ไม่มีเสียงดังกวนใจจนน่ารำคาญแน่นอนค่ะ

ด้านวัสดุภายนอกก็มันวาวสวยงาม ลักษณะเป็นทรงแก้วใบเล็ก สามารถวางไว้ที่ช่องใส่แก้วได้เลย ทำให้ดูกลมกลืนเสมือนเป็นของประดับชิ้นหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับรถยนต์ได้โดยไม่ขัดสายตา การติดตั้งก็ง่ายมาก เพียงแค่วางลงบนช่องใส่แก้ว จากนั้นเสียบสาย USB ที่ช่องกำเนิดไฟ แค่นั้นเองค่ะ แต่หากรถยนต์ของใครไม่มีช่องเสียบ USB ก็สามารถใช้ตัวแปลง (Adapter) เสียบที่ช่องจุดบุหรี่ก่อน จากนั้นเสียบต่อด้วยสาย USB ได้เลย

เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ด้านบนตัวเครื่องจะมีปุ่มสำหรับกดสั่งการเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นปุ่มทำงานแบบวนใช้งานง่าย เริ่มจากการกดปุ่ม 1 ครั้งเพื่อเปิดใช้งาน กดครั้งถัดไปเพื่อปรับระดับการทำงานของพัดลมดูดอากาศ และกดปุ่มครั้งสุดท้ายเพื่อปิดใช้งาน หากใครกลัวจะลืมปิดเครื่องก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นปิดเครื่องให้อัตโนมัติหลังใช้งานติดต่อกัน 8 ชั่วโมงด้วย ให้เราได้ใช้งานกันอย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องเปลืองแบตเตอรี่รถยนต์เลย ผู้ใช้งานจริงหลายท่านต่างก็ชื่นชอบเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ เพราะมีน้ำหนักเบา กำจัดกลิ่นได้ดีมาก เสียงเงียบ สายแบบ USB ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ โดยรวมแล้วประทับใจและอยากแนะนำเพื่อนให้ใช้กันค่ะ

ราคา 3,090 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 7.4 x 16.2 x 6.5 ซม.
น้ำหนัก 0.26 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 3.6 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 1.9 W
ระดับเสียงรบกวน < 36 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ Plasmacluster (ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ + และ -)
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ PHILIPS รุ่น GoPure 5211 ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ PHILIPS รุ่น GoPure 5211 ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

ใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ ต้องถูกใจ PHILIPS รุ่น GoPure 5211 อย่างแน่นอน เพราะสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้รวดเร็วโดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น! และยังมีเทคโนโลยีการกรองเฉพาะตัวของฟิลิปส์เอง เรียกว่า “Philips Select Filter Plus” ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์กรวิจัยด้านการแพทย์ Airmid Health Group ว่าสามารถขจัดละอองเกสรและสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 90%

ตัวเครื่องทำงานโดยใช้วิธีการกรองอากาศด้วยแผ่นกรองที่สามารถกรองอนุภาคฝุ่นละอองขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ทั้งหมด ช่วยดูดซับก๊าซพิษอันตรายและไอควันจากรถยนต์ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังใส่เซ็นเซอร์ AQI ตรวจเช็คคุณภาพอากาศภายในรถยนต์มาให้ด้วย โดยจะแสดงผลเป็นแถบสี 3 ระดับแบบเรียลไทม์ ได้แก่ สีแดง หมายถึงคุณภาพอากาศแย่ สีเหลือง หมายถึงคุณภาพปานกลาง และสีน้ำเงิน หมายถึงคุณภาพอากาศดี ช่วยให้เรารู้สภาพอากาศภายในรถยนต์ได้อย่างทันใจค่ะ

อีกทั้ง ยังมีมีระบบเปิดปิดการทำงานเองได้โดยอัตโนมัติ และมีไฟสัญญาณคอยแจ้งเตือนให้เปลี่ยนแผ่นกรอง ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องถอดแผ่นกรองออกมาเช็คดูเองอยู่ตลอดเวลา ช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก และมีลักษณะด้านนอกเป็นกล่องขนาดเล็กสีดำ ไม่เกะกะ สายไฟยาวกว่า 2 เมตร ช่วยให้สามารถเลือกวางเครื่องฟอกอากาศได้หลายตำแหน่งภายในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นใต้เบาะนั่ง พนักพิงศีรษะ พนักวางแขน ด้านหน้าหรือด้านหลังรถ และเมื่อลองสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง พบว่าหลายท่านรู้สึกประทับใจ เครื่องฟอกอากาศใช้งานได้ดีจริง และสามารถประกอบอุปกรณ์ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเลยด้วย

ราคา 4,299 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 18 x 18 x 68 ซม.
น้ำหนัก 0.26 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม N/A
กำลังไฟฟ้า 3 W
ระดับเสียงรบกวน < 55 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ Philips Select Filter Plus (ใช้แผ่นกรองอากาศ)
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส ✘ (แต่สามารถกรองเชื้อไวรัสได้ 70%)

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ 3M PN38816 Smart Vehicle Air Purification Plus ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ 3M PN38816 Smart Vehicle Air Purification Plus ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

มาดูเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์จาก 3M กันบ้าง ขอแนะนำเป็นรุ่น PN38816 Smart Vehicle Air Purification plus รุ่นนี้ใช้วิธีการสร้างอนุภาคประจุไฟฟ้าลบออกมาก่อน โดยประจุเหล่านี้จะถูกกระจายออกในลักษณะเป็นวงกลมจากตัวเครื่องไปยังบริเวณต่าง ๆ ของรถยนต์อย่างทั่วถึง เพื่อดักจับฝุ่นละอองให้ได้มากที่สุด จากนั้นนำไปผ่านเทคโนโลยีการกรองอากาศ 4 ชั้น ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ 3M เองตามลำดับดังนี้

  • ชั้นที่ 1 ใช้เทคโนโลยี 3M Electrostatic Electret Technology กรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่หรือขนสัตว์ก่อน
  • ขั้นที่ 2 ใช้เทคโนโลยี 3M Nonweven Technology กรองฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า PM 2.5 และกำจัดกลิ่นควันบุหรี่
  • ชั้นที่ 3 ใช้เทคโนโลยี Catalytic Activated Carbon กำจัดกลิ่นอับของเสื้อผ้า กลิ่นอาหาร รวมถึงกลิ่นของมลพิษจากการเผาพลาญเชื้อเพลิงในรถยนต์
  • ชั้นที่ 4 กรองกลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์ และสารพิษก่อมะเร็งอื่น ๆ

กรองอากาศกันถึง 4 ชั้นแบบนี้ รับรองว่า อากาศภายในรถยนต์สะอาดหายใจได้เต็มปอดแน่นอน นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับคุณภาพอากาศภายในรถยนต์ ซึ่งจะแสดงผลคุณภาพอากาศเป็น 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีเขียว หมายถึงคุณภาพอากาศดี สีเหลือง หมายถึงปานกลาง และสีแดง หมายถึงคุณภาพแย่ เมื่อระบบตรวจเช็กคุณภาพอากาศเรียบร้อยแล้ว จะมีการปรับระดับพัดลมดูดอากาศให้เหมาะสมกับคุณภาพอากาศ ณ ขณะนั้นเองโดยอัตโนมัติ เพียงแค่เปิดเครื่อง ทุกอย่างก็ทำงานให้เสร็จสรรพค่ะ ง่ายดายจริง ๆ ผู้ใช้งานจริงให้ความเห็นว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้ติดตั้งและใช้งานง่าย อากาศในรถสะอาดขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องใช้แผ่นกรองซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของ 3M เอง จึงทำให้หาเปลี่ยนยากไปสักหน่อย

ราคา 4,498 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 20.6 x 17.6 x 7.3 ซม.
น้ำหนัก 0.5 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 6.8 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 3.7 W
ระดับเสียงรบกวน < 55 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ – และแผ่นกรองอากาศ 3M
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ AutoBot ABF001 ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ AutoBot ABF001 ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ AutoBot รุ่น ABF001 ถูกออกแบบมาเป็นทรงกระบอกสีขาว คล้ายกระติกน้ำร้อนขนาดพกพา พร้อมหูจับสีน้ำตาลเล็กน่ารัก ที่บริเวณช่องดูดอากาศเล็ก ๆ ด้านล่าง จะทำการดูดอากาศเข้ามาภายในตัวเครื่อง จากนั้นอากาศจะผ่านไส้กรอง HEPA ซึ่งได้มีการผสมคาร์บอนเข้าไปด้วย ทำให้กรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นเดิมมากถึง 10 เท่า โดยสามารถกรองได้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า PM 2.5 เชื้อแบคทีเรีย

สารฟอร์มาลดีไฮด์ และช่วยลดกลิ่นอับชื้น รวมถึงกลิ่นควันบุหรี่ภายในรถยนต์ได้เป็นอย่างดี หลังจากที่กรองอากาศเรียบร้อยแล้ว ตัวเครื่องจะปล่อยอากาศดีออกมาบริเวณด้านบน โดยจะมีไฟ LED แจ้งระดับคุณภาพอากาศ ณ ขณะนั้นไว้ด้วย นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ AutoBot ABF001 ยังสามารถใช้กรองอากาศในบริเวณที่มีพื้นที่สูงสุดถึง 8 ตร.ม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่โดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถฟอกอากาศในพื้นที่ได้ไม่เกิน 6 ตร.ม. บางรุ่นทำได้เพียง 4 ตร.ม. เท่านั้นเอง

ดังนั้น หนุ่มสาวออฟฟิศน่าจะถูกใจเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้กันเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะช่วยให้อากาศบนรถยนต์บริสุทธิ์ปลอดภัยแล้ว หลังจากขับรถมาถึงที่ทำงาน ก็สามารถหยิบเครื่องนี้ขึ้นไปใช้ที่ออฟฟิศ ช่วยให้บรรยากาศโต๊ะทำงานดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ผู้ที่ได้ลองใช้สินค้าจริงให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า รู้สึกชอบที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา สวยงาม หยิบใส่ในที่วางแก้วบนรถยนต์ได้พอดี บางท่านได้ลองเอาเครื่องวัด PM 2.5 มาทดสอบ และพบว่าช่วยลดระดับฝุ่นละอองได้จริง

ราคา 1,408 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 20 x 13 x 8 ซม.
น้ำหนัก 0.3 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 8 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 6 W
ระดับเสียงรบกวน < 35 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ – และแผ่นกรองอากาศ HEPA
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ MITSUTA รุ่น MCA150s ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ MITSUTA รุ่น MCA150s ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ MITSUTA รุ่น MCA150s มีความพิเศษแตกต่างจากแบรนด์อื่นตรงที่สามารถกรองอากาศได้ละเอียดมาก ใช้การกรองอากาศถึง 5 ชั้น ตอนแรกว่า 4 ชั้นนั้นเยอะแล้ว เจอ 5 ชั้นเข้าไป อากาศเลวร้ายยังไง ก็เอาอยู่ค่ะ! โดยกระบวนการทำงานของเครื่องฟอกอากาศจะเริ่มจากดูดอากาศเข้ามาที่ตัวเครื่องก่อน จากนั้นจึงนำอากาศไปผ่านชั้นกรองต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้

  • ชั้นที่ 1 กรองอากาศด้วยแผ่นกรอง HEPA ซึ่งจะทำการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ไว้ก่อน
  • ชั้นที่ 2 ชั้นกรองคาร์บอน อากาศจะไหลผ่านมาที่ชั้นกรองนี้ เพื่อกำจัดกลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นสาบของสัตว์เลี้ยง และกลิ่นอาหาร
  • ชั้นที่ 3 ชั้น Photocatalyse Filter ทำหน้าที่ดูดซับสารพิษอันตราย และสารก่อภูมิแพ้
  • ชั้นที่ 4 กรองอากาศด้วยแสง UV เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียในอากาศ
  • ชั้นที่ 5 เครื่องฟอกอากาศจะปล่อยอนุภาคไฟฟ้าลบออกมา เพื่อกำจัดเชื้อโรคและฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมาก จนสามารถผ่านแผ่นกรองทั้ง 4 ชั้นก่อนหน้านี้ได้

จากการกรองที่ละเอียดทั้งหมดนี้เอง อากาศที่ถูกปล่อยออกมาสู่รถยนต์อีกครั้งจึงมีความสะอาดสูงมาก ทำให้ผู้ใช้งานสูดหายใจเต็มปอดได้อย่างมั่นใจจริง ๆ การดีไซน์ก็ถือว่าทำได้ดี ลักษณะเป็นกล่องขนาดเล็ก กระทัดรัด สีดำเรียบด้าน วางได้หลายตำแหน่งไม่ทำให้รู้สึกขัดตา ไม่ว่าจะเป็นด้านหลังเบาะ ที่วางแขน หรือคอนเซลหน้ารถ และจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงพบว่า สินค้าใช้งานได้ดี เป็นที่พอใจ ราคาไม่แพงอีกด้วย

ราคา 1,990 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 14.8 x 14.8 x 8 ซม.
น้ำหนัก 1 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 6.8 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 6 W
ระดับเสียงรบกวน < 35 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 2 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ – และแผ่นกรองอากาศ
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์  CONOCO S1 ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์  CONOCO S1 ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ CONOCO S1 มีจุดเด่นตรงที่ ผู้ผลิตเลือกใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับมลพิษนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ตรวจจับมลพิษได้อย่างแม่นยำและสามารถตรวจจับมลพิษได้หลายชนิด ได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์  PM 2.5  TVOC และโทลูอีน ในขณะที่เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์โดยทั่ว ๆ ไป จะตรวจจับมลพิษได้แค่ฝุ่น PM 2.5 และควันบุหรี่เท่านั้น หลังจากที่เซ็นเซอร์ตรวจจับมลพิษเรียบร้อยแล้ว จะแสดงผลคุณภาพอากาศด้วยแสง LED สีแตกต่างกันออกไป โดยสีฟ้าหมายถึงอากาศดี สีม่วงหมายถึงคุณภาพอากาศปานกลาง และสีแดงคืออากาศแย่

นอกจากนี้ผู้ผลิตยังเลือกใช้ไส้กรอง HEPA ที่พัฒนาโดยบริษัท 3M เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแผ่นกรองให้กับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย โดยใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA ทั้งหมด 3 ชั้น แทรกด้วยแผ่นคาร์บอนตรงกึ่งกลาง เพื่อให้สามารถกำจัดกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถปรับพัดลมดูดอากาศได้ 3 ระดับให้เหมาะสมกับการใช้งาน และจากข้อคิดเห็นของผู้ใช้งานจริง มีหลายท่านเห็นว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม สบายตา ใช้งานง่าย กลิ่นอาหารหายไปไวมากทำให้รู้สึกว่าอากาศในรถยนต์สดชื่นอยู่ตลอดเวลา

ราคา 2,990 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 22.5 x 15 x 58 ซม.
น้ำหนัก 0.6 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 6.9 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า N/A
ระดับเสียงรบกวน < 50 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้ไส้กรองอากาศ HEPA
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Figo4 ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Figo4 ▲▲

….

                          คลิกซื้อเลย                            

….

สำหรับใครที่อยากได้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ทรงแก้วน้ำ และใช้วิธีการกรองอากาศแบบสร้างประจุไฟฟ้าเหมือนเครื่อง SHARP รุ่น IG-GC2B แต่สู้ราคาไม่ไหวหรือมีงบประมาณจำกัดแล้วล่ะก็ ขอแนะนำเป็นเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Figo4 ตัวนี้เลยค่ะ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยงาม เรียบหรู คล้ายคลึงกัน และสามารถวางใส่ในช่องแก้วน้ำได้พอดี ๆ เหมือนกันแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่แพ้กันเลย

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้จะสร้างประจุไอออนลบออกมาประมาณ 8 ล้านประจุเพื่อดักจับฝุ่นละออง ในขณะที่ SHARP รุ่น IG-GC2B จะสร้างอนุภาคไฟฟ้าออกมาทั้งประจุไฟฟ้าบวกและลบ ทำให้มีความเข้มข้นของอนุภาคมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การที่มีประจุไฟฟ้าน้อยกว่าก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการจับฝุ่นละออง PM 2.5 กำจัดกลิ่นอับ และกลิ่นควันบุหรี่ในอากาศลดลงไปเลย เพียงแต่อาจจะใช้เวลาในการกำจัดกลิ่นมากกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

รูปแบบการทำงานและลักษณะการกระจายของประจุไฟฟ้ายังคงมีความคล้ายคลึงกัน คือจะกระจายตัวในทิศทางขึ้นลง หรือที่เรียกว่า “Anion Vertical Air Duct” โดยตัวเครื่องจะพ่นประจุไฟฟ้าออกมาจากฝาด้านบนของเครื่องฟอกอากาศ จากนั้นประจุไฟฟ้าจะไปจับกับอนุภาคของละอองมลพิษภายในรถยนต์ ทำให้อนุภาคของมลพิษต่าง ๆ เคลื่อนตัวช้าและต่ำลง ไม่ฟุ้งกระจาย จนตกลงบนพื้นในที่สุด การกระจายตัวของประจุในรูปแบบนี้ยังช่วยให้กำจัดฝุ่นละอองได้อย่างทั่วถึงครบทุกจุดแม้อยู่ในมุมอับได้ดีอีกด้วย โดยเราสามารถปรับระดับการสร้างประจุไอออนลบได้ 2 ระดับ ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศภายในรถยนต์ ณ ขณะนั้น

สิ่งน่าจะถูกใจทุกคนที่สุดคงจะเป็นเรื่องราคาที่จัดจำหน่ายเพียง 999 บาทเท่านั้น! และผู้ใช้งานจริงเองก็รู้สึกประทับใจในคุณภาพของรุ่นนี้ ชอบที่มีเสียงรบกวนเบามาก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ อาจจะใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่ารุ่นอื่น ๆ มากไปสักนิด แต่โดยรวมแล้วนับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่คุ้มค่ามาก ๆ และอยากแนะนำให้ลองซื้อมาใช้กันค่ะ

ราคา 999 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 15 x 6.5 ซม.
น้ำหนัก 0.65 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 6.8 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 12 W
ระดับเสียงรบกวน < 27 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ –
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Xiaomi Smartmi Car Air Purifier ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Xiaomi Smartmi Car Air Purifier ▲▲

                          คลิกซื้อเลย                            

….

มาถึงเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์จากค่ายที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าครอบจักรวาลอย่าง Xiaomi กันบ้าง Xiaomi Smartmi Car Air Purifier ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยาเหมือนเคย พร้อมคุณสมบัติการกรองอากาศที่ทำได้ดีไม่แพ้ใคร ลักษณะภายนอกถูกออกแบบเป็นทรงกระบอกสีขาว พร้อมช่องดูดอากาศเสียโดยรอบซ้ายขวา สามารถกรองอากาศเข้าภายในตัวเครื่องได้ 3 ทิศทาง โดยใช้มอเตอร์ DC Brushless ทำให้สามารถกรองฝุ่นละอองและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เข้าตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ระบบการกรองภายในของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้ใช้ไส้กรองอากาศแทนการสร้างประจุไฟฟ้า สามารถกรองละอองฝุ่น PM 2.5  กำจัดกลิ่นอับเสื้อผ้า และกลิ่นควันบุหรี่ได้ดี

วิธีการติดตั้งทำได้ง่ายและสะดวก มีสายไฟยาวถึง 4.5 เมตร ทำให้ย้ายเปลี่ยนตำแหน่งเครื่องฟอกอากาศได้ตามต้องการ อยากวางมุมไหนของรถยนต์ก็สามารถทำได้ตามใจ โดยผู้ใช้งานจริงหลายท่านนิยมใช้ใช้สายรัดติดเครื่องฟอกอากาศไว้ที่ด้านหลังของพนักพิงศีรษะ และรู้สึกประทับใจที่เครื่องฟอกอากาศไม่ส่งเสียงรบกวนดังในขณะทำงาน ข้อเสียที่พบคือ ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนว่าควรเปลี่ยนไส้กรองตอนไหน ทำให้ผู้ใช้งานแอบหงุดหงิดเล็กน้อยที่ต้องคอยสังเกตและเปลี่ยนไส้กรองด้วยตนเอง

ราคา 1,790 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 11 x 11 x 40 ซม.
น้ำหนัก 1 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 7.2 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 7 W
ระดับเสียงรบกวน < 55 dB
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 1 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้ไส้กรองอากาศ
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) N/A
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย N/A
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ LIFANGCAI LFC-AIRO1 ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ LIFANGCAI LFC-AIRO1 ▲▲

                          คลิกซื้อเลย                            

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ LIFANGCAI LFC-AIRO1 มีจุดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนใครตรงที่ใช้โซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงาน จึงไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟเชื่อมต่อกับช่องจุดบุหรี่ในขณะใช้งาน รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ถูกออกแบบโดยสถาบันการออกแบบชื่อดังจากประเทศไต้หวัน IDG Taiwan Design ซึ่งผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ต ทำให้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้มีรูปทรงเฉพาะตัว สวย หรู และทันสมัย ระบบถูกควบคุมการทำงานด้วยชิปนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดความสั่นสะเทือนจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้สามารถเปิดทำงานเองได้โดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่าเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทขึ้น หรือมีการเปิดประตูรถยนต์

การกรองอากาศของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้ จะใช้วิธีการสร้างประจุไฟฟ้าไออนลบออกมาดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถกำจัดฝุ่น PM 2.5 ได้ ฝาปิดด้านในมีการเคลือบสารฆ่าเชื้อโรคประสิทธิภาพสูง ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ได้ดี นอกจากนี้ยังมีไส้กรองคาร์บอนช่วยลดปัญหากลิ่นอับและควันบุหรี่ ทั้งยังเพิ่มช่องใส่แผ่นน้ำหอมด้านบนตัวเครื่องมาให้ด้วย เรียกได้ว่า นอกจากจะกำจัดกลิ่นภายในรถยนต์ได้แล้ว ยังสามารถเติมความหอมให้รถยนต์สดชื่นน่าใช้อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

จากที่ได้ลองสำรวจความเห็นของผู้ใช้งานจริง หลายท่านรู้สึกชอบเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนี้มาก ใช้งานง่าย มีแผ่นยางกันลื่นทำให้วางบนรถยนต์ได้เลยไม่ต้องใช้ตัวยึด จึงไม่จำเป็นต้องมีการติดตั้งให้ยุ่งยาก แต่มีข้อเสียคือ เนื่องจากใช้โซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงาน แม้จะไม่จำเป็นต้องพ่วงสายไฟเพื่อให้เครื่องสามารถทำงานได้ในช่วงเวลากลางวัน แต่หากต้องการใช้งานช่วงเวลากลางคืนก็ยังคงต้องเสียบสายไฟเข้ากับเครื่องจุดบุหรี่เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ อยู่เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ข้อเสียดังกล่าวเป็นเพียงจุดด้อยเล็กน้อยที่สามารถมองข้ามได้ เมื่อเทียบคุณภาพกับราคาที่ขายเพียง 650 บาทเท่านั้น! ผู้ใช้งานจริงหลายท่านจึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ซื้อมาใช้กันค่ะ

ราคา 650 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ N/A
น้ำหนัก N/A
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 6 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 2 W
ระดับเสียงรบกวน N/A
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้อนุภาคไฟฟ้าประจุ –
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SOKE HEPA & Active charcoal ▲▲

▼▼ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SOKE HEPA & Active charcoal ▲▲

                          คลิกซื้อเลย                            

….

มาถึงเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ตัวสุดท้ายที่อยากแนะนำกันคือ SOKE HEPA & Active Charcoal ลักษณะเป็นทรงกลมแบนกระทัดรัด เครื่องจะเริ่มการทำงานได้เองโดยอัตโนมัติทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ ด้านนอกตัวเครื่องมีช่องดูดอากาศเสียเข้าโดยรอบ 360 องศา พร้อมระบบ Touch Control System ใช้ปรับความเร็วของแรงดูดอากาศได้ 2 ระดับ มีแสงไฟแสดงสถานะแรงลม ณ ขณะนั้น โดยสีฟ้าหมายถึงแรงดูดอากาศอย่างรวดเร็ว และไฟสีเขียว หมายถึงแรงดูดอากาศต่ำ พร้อมด้วยระบบการกรองอากาศผ่านแผ่นกรองอากาศ HEPA 3 ชั้น ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้อย่างสบาย ๆ หลังจากนั้นอากาศจะไหลผ่านเข้าสู่แผ่นกรอง Active Charcoal ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับ กลิ่นควันบุหรี่ หรือกลิ่นเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีช่องให้หยดกลิ่นน้ำหอม หรือน้ำมันหอมระเหยได้ ช่วยเพิ่มความสดชื่นของอากาศภายในรถยนต์ให้เป็นไปตามแบบฉบับของคุณเอง ตัวเครื่องด้านหนึ่งจะมีช่องเสียบเพื่อต่อสายไฟเข้ากับที่จุดบุหรี่ และอีกด้านหนึ่งจะมีช่อง USB สามารถนำอุปกรณ์อื่น ๆ มาชาร์จไฟต่อจากเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ได้ด้วย  ผู้ใช้งานจริงให้ความเห็นว่ารู้สึกใช้งานง่ายมาก คุ้มค่า และขนาดเครื่องเล็กกำลังพอดี ไม่ใหญ่เทอะทะรำคาญตา หรือทำให้หาที่วางยากเลย

ราคา 615 บาท
ขนาดผลิตภัณฑ์ 15.5 x 4.2 ซม.
น้ำหนัก 0.4 กก.
ขนาดพื้นที่กรองอากาศที่เหมาะสม < 3 ตร.ม.
กำลังไฟฟ้า 2 W
ระดับเสียงรบกวน N/A
ระดับการกรองอากาศที่สามารถปรับได้ 2 ระดับ
เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ใช้ไส้กรองอากาศ HEPA
กำจัดฝุ่นละออง PM 2.5
กำจัดกลิ่นบุหรี่
กำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย N/A
ฆ่าเชื้อไวรัส

.

เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์อย่างไร

การที่จะหาเครื่องฟอกอากาศสักตัวมาวางไว้ให้อุ่นใจในรถยนต์ของเรา ควรจะทราบรายละเอียดเบื้องต้น และฟังก์ชั่นการใช้งานหลัก ๆ ที่ควรพิจารณา เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ดังต่อไปนี้

…..

วิธีการฟอกอากาศของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์หลัก ๆ จะมีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้ประจุไฟฟ้าในการกรองอากาศ และเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้แผ่นกรองหรือไส้กรองอากาศ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศที่แตกต่างกันออกไป ไปดูรายละเอียดกันค่ะ

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้แผ่นกรองอากาศ

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้แผ่นกรองอากาศ

บางรุ่นมีการผลิตแผ่นกรองลิขสิทธิ์ของตัวเอง แต่บางรุ่นก็ใช้แผ่นกรองทั่วไปไม่มียี่ห้อหรือมีสถาบันที่น่าเชื่อถือมารับรองการันตีคุณภาพแผ่นกรอง ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่ระบุว่าใช้แผ่นกรองชนิด HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air Filter เนื่องจากแผ่นกรองอากาศชนิดนี้มีคุณภาพสูง สามารถกรองอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้สูงถึง 99.9% นั่นหมายความว่า หากเครื่องฟอกอากาศรถยนต์รุ่นใดระบุว่าใช้แผ่นกรองอากาศชนิดนี้ เท่ากับว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนั้นสามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้นั่นเอง

นอกจากนี้ก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดใช้แผ่นกรอง อย่าลืมเช็คด้วยนะคะว่า แผ่นกรองหรือไส้กรองที่ต้องใช้ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศรุ่นที่เราต้องการนั้น หาซื้อได้ง่ายหรือไม่ เพราะเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ จะต้องมีการเปลี่ยนไส้กรองอากาศ แต่ถ้าไม่สามารถหาซื้อมาเปลี่ยนได้ จะทำให้เราเสียโอกาสได้ใช้งานเครื่องฟอกอากาศเจ๋ง ๆ เครื่องหนึ่งไปเลย แถมยังต้องทนสูดหายใจอยู่กับสภาพอากาศที่ไม่ดีด้วยค่ะ

….

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้ประจุไฟฟ้า

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้ประจุไฟฟ้า

เครื่องแบบนี้ จะทำงานได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของประจุไฟฟ้าที่ปล่อยออกมา เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่จะปล่อยประจุไฟฟ้าลบเพื่อดักจับกับอนุภาคของฝุ่นละอองและมลพิษภายในรถยนต์ แต่ก็มีบางรุ่นที่ใช้ทั้งประจุไฟฟ้าบวกและลบทำงานร่วมกันอย่างเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ของ SHARP รุ่น IG-GC2B ซึ่งก็จะช่วยให้การกรองอากาศมีประสิทธิภาพดีขึ้นไปอีก แต่ก็จะมีราคาก็จะสูงตามประสิทธิภาพการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

กรณีที่เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ปล่อยประจุไอออนเพียงอย่างเดียว ควรมีความเข้มข้นสูงกว่า 600 ล้านประจุ จึงจะสามารถกรองอากาศได้ดีและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์หลายรุ่นได้ใช้วิธีการกรองอากาศโดยการสร้างประจุไอออนลบออกมาทำงานร่วมกับแผ่นกรองอากาศ HEPA ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ความเข้มข้นของประจุไฟฟ้าอย่างน้อย 8 ล้านประจุก็เพียงพอแล้ว

อีกหนึ่งข้อแตกต่างสำคัญที่เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้ประจุไฟฟ้าในการกรองอากาศทำได้ดี คือ สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้แผ่นกรองเพียงอย่างเดียว ดังนั้น หากต้องการกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ด้วย แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างแผ่นกรองอากาศและการสร้างประจุไฟฟ้าร่วมด้วยจะดีที่สุดค่ะ

.

ดูที่ตำแหน่งการวางและการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่เหมาะสม

ดูที่ตำแหน่งการวางและการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่เหมาะสม

ลักษณะภายนอกและการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน โดยปกติแล้วเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์จะต้องใช้สายไฟเชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดพลังงานที่ที่จุดบุหรี่ ดังนั้นก่อนจะซื้อควรเช็คขนาดของเครื่องฟอกอากาศให้ดีว่าเมื่อนำไปใช้จริง จะสามารถวางในตำแหน่งไหนของรถยนต์ได้บ้าง และตำแหน่งที่ต้องการจะวางนั้น อยู่ห่างจากที่จุดบุหรี่หรือไม่ หากอยู่ห่างจากที่จุดบุหรี่มาก ควรพิจารณาความยาวของสายไฟร่วมด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยความยาวที่เหมาะสมของสายไฟที่แนะนำนั้นควรมีความยาวอย่างน้อย 2 เมตรขึ้นไป

เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก สามารถวางตั้งตรงได้เอง หรือวางบนช่องใส่แก้วได้เลยก็จะยิ่งสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในรถยนต์ และผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเอง ในขณะที่บางรุ่นอาจจะต้องติดตั้งในบริเวณอื่นของรถยนต์ เช่น ด้านหลังรถยนต์ ที่รองแขน หรือด้านหลังพนักพิงศีรษะ ซึ่งในกรณีนี้ จำเป็นต้องใช้สายรัดเพื่อยึดให้เครื่องฟอกอากาศตรึงแน่นอยู่ในตำแหน่งนั้น ทำให้เสียเวลาในการติดตั้งเล็กน้อย ก่อนซื้อจึงควรพิจารณาถึงข้อนี้ด้วย

.

ตรวจสอบฟังก์ชันกำจัดฝุ่นละออง มลพิษ หรือไวรัส

ตรวจสอบฟังก์ชันกำจัดฝุ่นละออง มลพิษ หรือไวรัส 

นอกจากจะพิจารณาประเภทการกรองอากาศของเครื่องฟอกอากาศรถยนต์แล้ว ควรดูให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นนั้น ๆ สามารถกำจัดกลิ่นและละอองมลพิษใดได้บ้าง โดยละอองมลพิษที่สำคัญและควรพิจารณามีดังต่อไปนี้

1. PM 2.5 ละอองฝุ่นขนาดเล็กขนาด 2.5 ไมครอนที่สามารถผ่านหน้ากากอนามัยแบบปกติเข้ามาได้ และทำลายปอด

2. กลิ่นควันบุหรี่ สารพิษอันตรายและสารก่อมะเร็งในควันบุหรี่มีมากถึง 70 ชนิด นอกจากนี้ยังสามารถตกค้างอยู่ในเบาะรถยนต์ได้อย่างน้อย 6 เดือน ดังนั้นหากท่านใดใช้รถยนต์ร่วมกับเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ต้องให้ความสำคัญและเลือกเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกำจัดควันบุหรี่ได้ด้วย

3. สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) มักจะรู้จักในนาม “กลิ่นของใหม่” เรามักจะได้กลิ่นนี้เสมอเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ รถยนต์คันใหม่ เพราะฟอร์มาลดีไฮต์เป็นสารพิษที่ถูกใช้งานเคลือบสีเบาะ เคลือบสีไม้ และยังถูกใช้เพื่อป้องกันเนื้อไม้จากปลวกด้วย แม้จะมีประโยชน์ในการรักษาสิ่งของ แต่หากสูดเข้าไป ก็เป็นอันตรายและทำให้เกิดโรคมะเร็งโพรงจมูกและหลอดอาหารได้

4. กลิ่น VOC (Volatile Organic Compounds) หรือ ประกอบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งเป็นกลิ่นของน้ำมัน ที่เรามักจะได้กลิ่นอยู่เสมอเมื่อไปที่ปั๊มน้ำมัน หรือเป็นกลิ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงภายในเครื่องยนต์เอง กลิ่น VOC นี้เป็นอันตราย ทำให้หายใจติดขัดและทำลายระบบประสาท

5. เชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นภายในรถยนต์ โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคระบาดเช่นนี้ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ จึงนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก

.

ระดับเสียงรบกวนของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

ระดับเสียงรบกวนของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

เสียงรบกวนเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ใช้รถยนต์ร่วมกับลูกน้อย หากใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น แต่กลับส่งเสียงดังรบกวนน่ารำคาญใจคงไม่ส่งผลดีต่อคนที่เรารักสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์อย่าลืมเช็คระดับเสียงรบกวนด้วยนะคะ

โดยระดับเดซิเบลที่แนะนำคือไม่ควรเกิน 55 dB แต่หากเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นไหนที่สามารถทำให้เสียงรบกวนน้อยกว่า 35 dB ถือว่าดีมาก ๆ เลย เพราะเมื่อเปิดใช้งานเครื่องฟอกอากาศแล้วจะแทบไม่ได้ยินเสียงค่ะ ข้อควรระวังคือ ในกรณีที่เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์สามารถปรับระดับแรงดูดอากาศได้หลายระดับ ควรเช็คระดับเดซิเบลให้ครบทุกระดับนะคะ เพราะแรงดูดอากาศต่างกันจะมีระดับเสียงรบกวนที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ แนะนำให้เช็คค่าเดซิเบลที่ระดับแรงดูดอากาศสูงสุดมาใช้เปรียบเทียบเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ จะดีที่สุดค่ะ

.

การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

กรณีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้ประจุไฟฟ้าในการดักจับฝุ่นละออง การดูแลรักษานั้นง่ายมาก เพียงถอดฝาตัวกรองออก และเคาะฝุ่นด้านในทิ้ง เท่านี้ก็สามารถนำตัวกรองกลับไปใช้ได้เลย ในขณะที่เครื่องอากาศในรถยนต์ชนิดที่ใช้แผ่นกรอง ผู้ใช้งานจะต้องคอยสังเกตสีของแผ่นกรอง หากมีสีดำขึ้น นั่นหมายความว่าควรจะต้องเปลี่ยนแผ่นกรองได้แล้ว ระยะเวลาการใช้งานที่แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ บริเวณนั้น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์บางรุ่น เช่น PHILIPS GoPure 5211 มีการเพิ่มฟังก์ชั่นสัญญาณไฟแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และทำให้การดูแลทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ จึงควรพิจารณาฟังก์ชั่นนี้ประกอบด้วยค่ะ

.

บทส่งท้าย

สำหรับมือใหม่ที่อยากซื้อเครื่องฟอกอากาศดี ๆ มาติดรถยนต์สักเครื่องหนึ่ง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี ต้องดูฟังก์ชั่นอะไรบ้าง ต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์แบบไหน หวังว่าหลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้วจะทำให้ให้รู้จักแบรนด์ต่าง ๆ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ มากขึ้น รวมถึงทราบวิธีเลือกใช้ วิธีพิจารณาเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองมากขึ้นด้วยนะคะ

สิ่งสำคัญที่สุดเลยคืออย่าลืมเช็คด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่กำลังจะซื้อนั้น สามารถกำจัดมลพิษที่เราไม่ต้องการได้หรือไม่ เช่น ถ้าอยากกำจัดฝุ่นละออง PM 2.5 ก็ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีไส้กรองแบบ HEPA เท่านั้น หรือถ้าอยากกำจัดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ก็ควรเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์รุ่นที่สร้างประจุไฟฟ้าแทน เป็นต้น

สุดท้ายเลยคือ อย่าลืมผู้ร่วมทางคนสำคัญด้วยนะคะ ถ้าเป็นเด็ก ๆ หรือผู้สูงอายุ นอกจากเรื่องเชื้อโรคและควันพิษต่าง ๆ ที่ควรคำนึงถึงแล้ว เสียงรบกวนน่ารำคาญก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อยากให้ทุกคนเช็คฟังก์ชั่นและคุณสมบัติเครื่องฟอกอากาศอย่างรอบคอบ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ภายในรถยนต์ได้เต็มปอดกันอย่างมั่นใจที่สุดค่ะ