Beauty

แนะนำ 10 ไฮยาลูรอน ยี่ห้อไหนดี 2020 เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำตลอดวัน

 

ถ้าพูดถึงเทรนด์การแต่งหน้าที่กำลังเป็นที่นิยมในพ.ศ.นี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก การแต่งหน้าแบบผิวกระจก หรือ Glass Skin เป็นการแต่งหน้าแบบเผยผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ จนเงาวับเหมือนกระจก แต่การที่จะแต่งหน้าลุคนี้ได้การบำรุงผิวจะต้องจัดเต็มมากจริง ๆ ค่ะ ไม่อย่างนั้นแต่งอย่างไรก็ไม่ Glassy ดั่งใจหวังสักที แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้เรามาแนะนำตัวช่วยดี ๆ ที่จะมาช่วยให้ผิวของเราเผยความฉ่ำวาวดั่งกระจก แถมยังช่วยให้ผิวหน้าดูเต่งตึง เนียนใส จนดูอ่อนเยาว์ลงได้อีกด้วย นั่นก็คือ “ไฮยาลูรอน”

ต้องยกให้เป็นสกินแคร์ที่กำลังมาแรงมากถึงมากที่สุด  เพราะมีหลายแบรนด์ที่ออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไฮยาลูรอนมาให้เราได้เลือกสรรกันเยอะแยะมากมาย มีทั้งในราคาที่น่ารักจับต้องได้ หรือจะเป็นราคาสูงจนต้องขยี้ตาดูอีกทีว่า นี่ฉันตาฝาดไปรึเปล่านะ แต่รับรองคุณภาพได้ว่าดี เพราะเราคัดสรรผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนมาแบบเน้น ๆ ทั้งตัวที่เป็น Pure Hyaluronic Acid ที่ใช้ผสมสกินแคร์ตัวอื่น ๆ ได้ และเซรั่มไฮยาลูรอนที่มีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติม ไปดูกันเลยค่ะ 

ไฮยาลูรอน คืออะไร ?

เพื่อน ๆ รู้รึเปล่าว่า ที่จริงแล้วเจ้าไฮยาลูรอนเป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางมานานแล้วค่ะ เพียงแต่จะมาในอีกชื่อที่ถ้าบอกไปแล้วทุกคนจะต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียว ไม่รอช้าแล้วค่ะ เรามาทำความรู้จักไฮยาลูรอนกันดีกว่า

….

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)

หรือที่เรามักจะเห็นปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ว่า HA ซึ่งเจ้าสารตัวนี้เป็นสารตามธรรมชาติที่เรามีอยู่ในร่างกายค่ะ เป็นโมเลกุลของน้ำตาลและมีความสำคัญต่อเซลล์ในร่างกายเราค่ะ ในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ก็จะมีไฮยาลูรอนิค แอซิดอยู่ประมาณ 15 กรัม โดยส่วนหนึ่งจะอยู่ในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบริเวณข้อต่อ ช่วยลดแรงกระแทก แรงเสียดทาน

และอีกส่วนหนึ่งก็จะไปอยู่ที่ผิวหนังของเราค่ะ มีหน้าที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดี เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำ หากเพื่อน ๆ นึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงฟองน้ำได้เลยค่ะ และที่สำคัญ HA เพียง 1 กรัม สามารถอุ้มน้ำได้มากถึง 6 ลิตร หากนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงตอนที่เรานำฟองน้ำไปจุ่มในชามที่มีน้ำอยู่ แล้วน้ำทั้งหมดก็ถูกดูดไปอยู่ในฟองน้ำจนเกลี้ยงชาม นั่นคือสิ่งที่ไฮยาลูรอนทำอยู่ภายใต้ชั้นผิวของเราค่ะ มีคนเปรียบว่า Hyaluronic Acid เป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำให้กับผิวหนังเลยล่ะค่ะ

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ HA เป็นสารบำรุงที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่ได้รับความนิยมในการนำมาเป็นส่วนผสมในสกินแคร์เป็นอย่างมากนั่นเองค่ะ และเจ้าไฮยาลูรอนก็ยังสามารถแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ได้อีกถึง 3 ประเภทเลย โดยแต่ละประเภทก็จะมีความสามารถในการซึมซาบสู่ชั้นผิวที่แตกต่าง แต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

High – Molecular – Weight – HA : ตัวแรกจะเป็น HA ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่สุด มีความสามารถในการเป็นเกราะป้องกันผิวจากการสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้น และยังเป็นตัวกลางที่จะช่วยนำ Active Ingredients ที่สามารถละลายน้ำได้จากสกินแคร์ เช่น วิตามินต่าง ๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

Low – Molecular – Weight – HA : ตัวนี้มีขนาดโมเลกุลที่เล็กลงมา แต่ก็ถือว่ายังมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ ทำให้สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้มากกว่า HMW – HA เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณชั้นผิวหนังกำพร้า

Ultra – Low – Molecular – Weight – HA : เป็น HA ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุดค่ะ  และแน่นอนว่าตัวนี้จะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่า HMW -HA แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ออกมายืนยันว่าสามารถซึมลงไปได้ลึกขนาดไหนค่ะ และ HA ตัวนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้านอาการอักเสบของผิวได้ด้วยค่ะ

และยังสามารถแบ่งตามการใช้งานได้อีก 2 ประเภท ดังนี้ค่ะ

Cross – linked HA : Hya Filler เป็น HA ที่ทำหน้าที่เป็นสารเติมเต็ม สามารถคงตัวอยู่ใต้ผิวหนังได้นาน นิยมใช้ในการเติมเต็มริ้วรอย และปรับรูปหน้า หรือที่เพื่อน ๆ รู้จักในนาน ฟิลเลอร์ นั่นเองค่ะ

Non Cross – linked HA เป็น HA ในประเภท Humectants ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น พร้อมกับเติมน้ำให้ผิว แต่จะสลายตัวได้เร็วกว่า Cross – linked HA เยอะเลยค่ะ ตัวนี้จะเป็นจำพวกสารบำรุงสำหรับทาผิว

แต่เมื่อร่างกายของเรามีอายุที่มากขึ้นและบวกกับปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ทำให้ร่างกายผลิตไฮยาลูรอนิค แอซิด ได้น้อยลง ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ผิวเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น นั่นก็เป็นเพราะว่าผิวของเราขาดความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นไปแล้วค่ะ ทำให้ผิวดูไม่เต่งตึงเหมือนตอนที่ยังอายุ 15  หรือใครที่ยังอายุไม่เยอะ แต่ไม่ค่อยได้ดูแลผิวก็จะทำให้ผิวดูแก่กว่าวัยได้เลยล่ะค่ะ 

….

โซเดียม ไฮยาลูโรเนต (Sodium Hyaluronate)

หลาย ๆ คนจะต้องกำลังสงสัยอยู่แน่ ๆ เลยใช่มั้ยคะ ว่า Hyaluronic Acid กับ Sodium Hyaloronate ทั้งสองตัวนี้เป็นตัวเดียวกันหรือไม่ ? แล้วแตกต่างกันยังไง ? สารสองตัวนี้สามารถเรียกได้ว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกันได้เลยค่ะ เพราะ HA ถึงแม้ว่าร่างกายเราสามารถผลิตเองได้ แต่ความสามารถในการผลิตก็ลดลงสวนทางกับอายุของเราที่เพิ่มขึ้น จึงมีการวิจัยและพัฒนาสารที่สามารถทดแทน HA ได้ และนั่นก็คือ แท่น แทน แท๊น Sodium Hyaluronate ตัวนี้นี่เองค่ะ สารตัวนี้ให้ผลลัพธ์ได้เหมือน Hyaluronic Acid เลยค่ะ แถมยังมีขนาดโมเลกุลที่เล็กกว่ามาก ทำให้สามารถซึมลงลงสู่ชั้นผิวของเราได้อย่างล้ำลึกเลยทีเดียว และปลอดภัยต่อร่างกายเราอย่างแน่นอนค่ะ

…..

ไฮยาลูรอนมีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร ?

ไฮยาลูรอน มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร ?

ไฮยาลูรอนเป็นสารบำรุงที่จัดอยู่ในหมวดของ สารให้ความชุ่มชื้น (Moisturizers) โดยทั่วไปสารให้ความชุ่มชื้นก็จะแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ได้อีก  และแต่ละประเภทก็จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป ก่อนที่เราจะไปดูกันว่าไฮยาลูรอนมีประโยชน์ต่อผิวของเราอย่างไรบ้าง อยากให้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จักกับกลุ่มสารให้ชุ่มชื้นก่อนว่ามีอะไรบ้าง แล้วเจ้าไฮยาลูรอนของเราจะอยู่ในกลุ่มไหนกันนะ มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ 

Occlusives : สารปิดกั้นไม่ให้น้ำซึมผ่าน 

Humectants : สารที่ช่วยดูดซับ 

Emollients : สารเคลือบผิวชั้นนอก 

Miscellaneous : สารเติมเติม 

Hyaluronic Acid ที่อยู่ในผิว จะอยู่ในรูปของ Moisturizers ประเภท Humectants ที่ทำหน้าที่ดูดซับน้ำเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู นุ่มนิ่ม และ Emollients ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้สูญเสียน้ำออกไปจากผิวนั่นเองค่ะ ไฮยาลูรอน ถือว่าเป็นว่ากุญแจสำคัญสำหรับการที่จะมีผิวที่สุขภาพดีเลยค่ะ นอกจากความสามารถในการเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นหลักแล้ว HA ยังสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวของเรานุ่มเด้งเหมือนแก้มเด็กเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาผิวที่เกิดจากการอับเสบ และยังช่วยกระตุ้นให้ผิวที่ถูกทำลายจากปัจจัยต่าง ๆ ให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ  และสุดท้ายช่วยเติมเต็มร่องของริ้วรอยบนผิวหน้าให้ตื้นขึ้น นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลาย ๆ คนจะต้องตกหลุมรักไฮยาลูรอน จนต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งอย่างขาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ

….

ตารางสรุปข้อมูลไฮยาลูรอนแบบรวบรัด

12345678910
▼▼ ไฮยาลูรอน  Mermaid Skin™ Hyaluronic H2O Serum▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน The Sun Society Hyaluronic Acid  ▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน This Works Morning Expert Hyaluronic Serum ▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน Cerave Hydrating Hyaluronic Acid Serum▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน Graymelin Hyaluronic Serum▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน  The Ordinary Hyaluronic Acid 2% + B5 ▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน Some By Mi H7 Hydro Max Cream (Hyaluronic Acid Hepta System)▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน La Roche Posay Hyalu B5 Serum ▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน Novexpert Booster Serum With Hyaluronic Acid ▲▲▼▼ ไฮยาลูรอน AMPLE:N Serum Hyaluron Shot Ampoule ▲▲
ไฮยาลูรอน

TARTE Mermaid Skin™ Hyaluronic H2O Serum

The Sun Society Hyaluronic Acid

This Works Morning Expert Hyaluronic Serum

Cerave Hydrating Hyaluronic Acid Serum

Graymelin Hyaluronic Serum

The Ordinary Hyaluronic Acid 2% + B5

Some By Mi H7 Hydro Max Cream

La Roche Posay Hyalu B5 Serum

Novexpert Booster Serum With Hyaluronic Acid

AMPLE:N Serum Hyaluron Shot Ampoule

ราคาโดยประมาณ1,500 บาท260 บาท1,621 บาท585 บาท490 บาท299 บาท450 บาท1,425 บาท1,790 บาท790 บาท
ขนาด50 กรัม10 กรัม30 กรัม30 กรัม50 กรัม30 กรัม50 กรัม30 กรัม30 กรัม100 กรัม
ราคาต่อหน่วย30 บาทต่อกรัม26 บาทต่อกรัม54.03 บาทต่อกรัม19.5 บาทต่อกรัม9.8 บาทต่อกรัม9.9 บาทต่อกรัม9 บาทต่อกรัม47.5 บาทต่อกรัม60 บาทต่อกรัม7.9 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่นCalcium Pantothenate, Algae and Marine ExtractAscorbyl Glucoside,  Albizia Julibrissin Bark Extract, Marrubium Vulgare Extract, Phytic AcidCeramide-3, Panthenol, PhytosphingosinePanthenol, Ahnfeltia Concinna ExtractSea Water, Niacinamide, Persea Gratissima (Avocado) OilMadecassoside, Tocopherol, PanthenolPhytic Acid, Lactobacillus Ferment, Aloe Barbadensis Leaf JuiceCeramide-3, Aquaphyline, Adenosine
แอลกอฮอล์------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
น้ำหอม
พาราเบน------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สารกันเสียPhenoxyethanolPhenoxyethanolPhenoxyethanolPhenoxyethanol, Ethylhexylglycerin1,2-HexanediolPhenoxyethanolEthylhexylglycerinPhenoxyethanolPhenoxyethanol
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEEช้อปออนไลน์​ได้ที่​ CENTRAL

…..

แนะนำ 10 ไฮยาลูรอน ยี่ห้อไหนดี 2020 เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำตลอดวัน 

หลังจากได้รู้จักที่มาที่ไปของไฮยาลูรอนเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาชมสิ่งที่น่าสนใจกันแล้วล่ะค่ะ มาดูกันว่าไฮยาลูรอน 10 ตัวที่เราคัดมา จะมีตัวไหนควรค่าแก่การละลายเงินในกระเป๋าบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

 

▼▼ ไฮยาลูรอน TARTE Mermaid Skin™ Hyaluronic H2O Serum▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน TARTE Mermaid Skin™ Hyaluronic H2O Serum▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

…..

เพื่อน ๆ รู้มั้ยคะว่า Tarte ไม่ได้มีแค่เครื่องสำอางเท่านั้น แต่ยังมีสกินแคร์ด้วยเช่นกันค่ะ หลายคนมักจะคิดว่าสกินแคร์ที่ไม่ได้มาจากแบรนด์ที่ทำสกินแคร์โดยเฉพาะ จะต้องไม่ดีแน่ ๆ แต่ Hyaluronic H2O Serum ตัวนี้จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยค่ะเพราะรับประกันได้ด้วยยอดรีวิวจากผู้ใช้จริงที่บอกว่า ดีเยี่ยม ! ใช้แล้วผิวชุ่มฉ่ำ แถมยังรู้สึกสดชื่น และกลายเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ตัวโปรดของสาว ๆ หลายคน ที่สำคัญเป็นเนื้อเจล ทาง่าย สบายผิว สาวผิวมันเลิฟแน่นอนค่ะ 

นอกจาก HA ที่เป็นนางเอกของเซรั่มขวดนี้ ทางแบรนด์ก็ยังใส่สารบำรุงตัวอื่นเพิ่มเข้ามาให้ด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Calcium Pantothenate หรือกรดวิตามินบี 5 ที่มาช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของเราอีกแรง และยังมี Algae and Marine Extract สารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่นอกจากจะสามารถช่วยเติมน้ำให้ผิวแล้ว ยังเป็นสารให้ความชุ่มชื้นในกลุ่ม Emollients ที่สามารถเคลือบผิวของเราไม่ให้สูญเสียน้ำได้อีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว และช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยให้ผิวดูอ่อนเยาว์เหมือนนางเงือกสาวแสนสวยเลยล่ะค่ะ

ราคา 1,500 บาท
ขนาด 50 กรัม
ราคาต่อหน่วย 30 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Calcium Pantothenate, Algae and Marine Extract 
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Phenoxyethanol

 

▼▼ ไฮยาลูรอน The Sun Society Hyaluronic Acid  ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน The Sun Society Hyaluronic Acid  ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

….

ถ้าพูดถึงไฮยาลูรอน เราจะไม่พูดถึงเจ้าขวดจิ๋วสีม่วงตัวนี้ไม่ได้เลยค่ะ เพราะเรียกได้ว่าเป็นผู้ปลุกกระแสการใช้ Hyaluronic Acid แบบเพียว ๆ ในการบำรุงผิวเลย น้องคนนี้ฮอตฮิตเป็นอย่างมากจนแทบจะกลายเป็นของฝากจากญี่ปุ่น ที่ต้องฝากเพื่อนหิ้วกันรัว ๆ และตอนนี้สามารถหาซื้อในประเทศไทยได้แล้วค่ะ ใครที่กำลังมองหาไฮยาลูรอนที่ราคาไม่แรง ทางเราขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ และขอแอบกระซิบว่า ตัวนี้เป็นไฮยาลูรอนสารพัดประโยชน์ บำรุงได้ทั้งตัว จะไม่ลองสักขวดไม่ได้แล้วนะคะ

เห็นขวดเล็กแบบนี้ขอบอกเลยค่ะว่า ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะมี HA สูงถึง 95%  ซึ่งตัวนี้ทางแบรนด์ทำออกมาเพื่อให้สามารถนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม และหากรองพื้นหรือลิปจิ้มจุ่มที่มีเนื้อแห้งมากเกินไป เราสามารถเอาน้องคนนี้ไปผสมได้เลย รองพื้นก็จะมีความฉ่ำวาวมากขึ้นและลิปก็จะไม่แห้งจนตกร่องนั่นเอง หรือจะใช้แทนลิปบำรุงปากก็ได้อีกเช่นกันค่ะ 

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังลังเลว่าจะซื้อไฮยาลูรอนตัวนี้ดีหรือไม่ เพราะเห็นขนาดนั้นแล้วก็เกิดอาการเสียดายเงินกับขนาดที่ใหญ่กว่านิ้วก้อยของเรานิดเดียว จะใช้ได้สักกี่วันกันเชียว ขอบอกเลยว่า ใช้ได้นานแน่นอนค่ะ เพราะเราจะใช้แค่ครั้งละ 1 หยดเท่านั้น และตัวนี้สามารถใช้รวมกับสกินแคร์ตัวอื่น ๆ เพื่อความปังได้เลยนะคะ   

ราคา 260 บาท
ขนาด 10 กรัม
ราคาต่อหน่วย 26 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน ✓ 
สารกันเสีย Phenoxyethanol

 

▼▼ ไฮยาลูรอน This Works Morning Expert Hyaluronic Serum ▲▲

 

….▼▼ ไฮยาลูรอน This Works Morning Expert Hyaluronic Serum ▲▲
…..

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

…..

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาเซรั่มสำหรับทาตอนเช้า เราของฝากน้องคนนี้ไว้ในพิจารณาสักหนึ่งตัวนะคะ เพราะตัวนี้เป็นเซรั่ม Hyaloronic Acid 2% ที่สำคัญยังมี Ascorbyl Glucoside หรือวิตามินซีมาช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวของเราอีกด้วย ทาหลังล้างหน้าในตอนเช้า รับรองว่าจะได้สัมผัสกับความสดชื่นจากกลิ่นส้มอ่อน ๆ ปลุกผิวให้เฟรชพร้อมสำหรับการออกไปเฉิดฉายที่ทำงานเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้ยังมี Marrubium Vulgare Extract สารสกัดจากพืชตระกูลมิ้นท์ ที่จะช่วยลดอาการอักเสบหรือระคายเคืองของผิวให้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวที่ไหม้จากการโดนแดดได้อีกด้วยค่ะ และยังมี Albizia Julibrissin Bark Extract สารสกัดจากสมุนไพรจีน ตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยชะลอความชราให้ผิวเราอีกแรงนั่นเองค่ะ สาว ๆ หลายที่ได้ลองใช้เซรั่มตัวนี้ ซื้อซ้ำหลอดที่ 2 3 4 กันหมดเลยค่ะ เพราะประทับใจในความหน้านุ่ม หน้าเด้ง และผิวกระจ่างใส เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องรอยฝ้าก็ดูจางลงด้วย ผิวเด็กอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมจริง ๆ ค่ะ

ราคา 1,621 บาท
ขนาด 30 กรัม
ราคาต่อหน่วย 54.03 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Ascorbyl Glucoside,  Albizia Julibrissin Bark Extract, Marrubium Vulgare Extract, Phytic Acid
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Phenoxyethanol

……

▼▼ ไฮยาลูรอน Cerave Hydrating Hyaluronic Acid Serum▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน Cerave Hydrating Hyaluronic Acid Serum▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​….

มาต่อกันที่ Cerave เป็นแบรนด์ที่ค้นโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเลยค่ะ และเป็นแบรนด์ที่ทำสกินแคร์สำหรับเติมความชุ่มชื้นแก่ผิวโดยเฉพาะ ดังนั้นแบรนด์นี้จะเหมาะกับคนที่ผิวแห้งเป็นพิเศษ แต่สภาพผิวอื่น ๆ ก็สามารถใช้ได้เช่น ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า Cerave Hydrating ตัวนี้ดีอย่างไรบ้าง

นอกจาก HA ที่มาเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทางแบรนด์ก็ได้วิจัยมาเป็นอย่างดีว่าจะขาดสิ่งสำคัญที่จำเป็นต่อผิวอย่าง Ceramides ไปไม่ได้ จึงจัดมาให้แบบเน้น ๆ ถึง 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่ เซราไมด์ 1, 3, และ 6-II ทั้งหมดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า หากผิวของเราขาด 3 ตัวนี้ไปจะทำให้ผิวแห้ง แดง และรู้สึกไม่สบายผิวนั่นเอง มาพร้อมกับ Panthenol หรือวิตามินบี 5 ที่มาช่วยปลอบประโลมผิวและลดอาการระคายเคือง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ ยังมี Phytosphingosine สารสกัดจากยีสต์เจ้าตัวนี้จะลดความมันและช่วยยับยั้งการเกิดสิวได้ด้วยค่ะ

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ เพราะ Cerave เขามีเทคโนโลยีสุดพิเศษ นั่นก็คือ Multi-Vesicular Emulsion (MVE) ลิขสิทธิ์เฉพาะของทางแบรนด์ที่จะช่วยให้สารบำรุงที่เราทา ซึมเข้าสู่ผิวหนังแต่ละชั้นได้อย่างล้ำลึกและยาวนานตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ ทั้งช่วยเติมและช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิว 2in1 แบบนี้ต้องจัดสักขวดแล้วค่ะ

ราคา 585 บาท
ขนาด 30 กรัม
ราคาต่อหน่วย 19.5 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Ceramide-3, Panthenol, Phytosphingosine
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย
Phenoxyethanol, Ethylhexylglycerin

 

▼▼ ไฮยาลูรอน Graymelin Hyaluronic Serum▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน Graymelin Hyaluronic Serum▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​…..

มาดูไฮยาลูรอนฝั่งเกาหลีกันบ้างค่ะ ตัวนี้โด่งดังมากในทวิตเตอร์จนต้องพรีออเดอร์กันรัว ๆ เลยทีเดียวค่ะ ตัวนี้เป็น Pure Hyaluronic Acid เลยนะคะ ไม่มีสารอื่นเจือปน มาในขวดที่เรียบ ๆ สบายตา วางบนโต๊ะเครื่องแป้งก็สวยเก๋ไม่เบาเลยล่ะค่ะ และถ้าใครชอบอะไรที่มีความบางเบา ทาง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ จะต้องรักตัวนี้แน่อน เพราะเนื้อบางเบามากจริง ๆ ทาแล้วซึมลงไปผิวไปเลยค่ะ

 แน่นอนว่าตัวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าของเราอย่างเต็มเปี่ยม เพราะมี HA มาเต็มขวด หลายคนที่ลองใช้บอกเป็นเสียงเดียวกัยเลยค่ะว่า “ใช้แล้วชอบมาก ผิวชุ่มชื้นและกระชับขึ้น รูขุมขนก็ดูเล็กลง” ผิวหน้าที่เคยแห้งกร้านจนรองพื้นไม่เกาะหน้า กลับมานุ่มชุ่มชื้น ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แม้ว่าจะเป็นคนผิวแพ้ง่าย หากเป็นคนผิวแห้งทางเราขอแนะนำว่า ให้ใช้ควบคู่ไปกับสกินแคร์ตัวอื่นด้วยนะคะ ให้เลือกตัวที่สามารถเคลือบผิว เพราะจะช่วยเก็บกักน้ำให้อยู่บนได้มากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ และด้วยความที่เป็น Pure Hyaluronic Acid เพื่อน ๆ สามารถนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้เลยนะคะ

ราคา 490 บาท
ขนาด 50 กรัม
ราคาต่อหน่วย 9.8 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย 1,2-Hexanediol

…..

▼▼ ไฮยาลูรอน  The Ordinary Hyaluronic Acid 2% + B5 ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน  The Ordinary Hyaluronic Acid 2% + B5 ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​…..

ขยับมาที่ไฮยาลูรอนสัญชาติแคนาดาอย่าง The Ordinary กันค่ะ ตัวนี้ก็โด่งดังมาจากทวิตเตอร์เช่นกัน ด้วยความที่เป็นสกินแคร์ที่มีสารบำรุงเข้มข้น อีกทั้งราคาก็ไม่แพงก็เลยซื้อใจสาวไทยไปได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว แต่ว่าไม่ได้นะคะ ถึงแม้ว่าจะไม่แพง แค่คุณภาพก็ไม่ธรรมดาที่สำคัญเราสามารถเลือกได้เลยค่ะว่า เราต้องการบำรุงด้านไหนเป็นพิเศษ เพราะสกินแคร์แบรนด์นี้เขามีหลายสูตรมาก ๆ เลย ส่วน The Ordinary Hyaluronic Acid ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่หลายคนใช้แล้วต้องบอกต่อ เพราะผิวชุ่มชื้น ดูฉ่ำน้ำอย่างเห็นได้ชัด ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ 

ทางแบรนด์ให้ HA มา 2% เพื่อน ๆ อย่าพึ่งคิดว่าน้อยไปรึเปล่า ในความเป็นจริงแล้วแค่ 2% ก็นับว่าเพียงพอต่อผิวของแล้วล่ะค่ะ นอกจากช่วยเติมความชุ่มชื้น ก็ยังมี Panthenol หรือวิตามินบี 5 ที่จะมาเป็นเกราะป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น และยังช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการอักเสบได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมี Ahnfeltia Concinna Extract หรือสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ตัวนี้จะช่วยเสริมให้ HA ซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

ราคา 299 บาท
ขนาด 30 กรัม
ราคาต่อหน่วย 9.9 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Panthenol, Ahnfeltia Concinna Extract
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Phenoxyethanol

…..

▼▼ ไฮยาลูรอน Some By Mi H7 Hydro Max Cream (Hyaluronic Acid Hepta System) ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน Some By Mi H7 Hydro Max Cream (Hyaluronic Acid Hepta System)▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​….

กลับมาที่แดนโสมกันอีกสักตัวกับเจ้า Some By Mi H7 Hydro Max Cream ตัวนี้จะเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่างเต็ม Max ! กันเลยทีเดียวค่ะ เพราะตัวนี้อัดแน่นไปด้วย Hyaluonic Acid มากถึง 7 โมเลกุล (H7) และยังมีสารสกัดจากพืชอีกถึง 21 ชนิด และตัวนี้พิเศษกว่าเพื่อนตรงที่มีส่วนผสมจากน้ำทะเลลึก จากแหล่งที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และมีคุณภาพระดับโลกด้วยล่ะค่ะ โอ้โห ใส่มาเยอะขนาดนี้ ราคาจะขนาดไหนกันนะ ร้องโอ้โหอีกทีได้เลยค่ะ เพราะราคาดีมาก จ่ายแบงค์พันมีทอน เอาไปชอปอย่างอื่นได้รัว ๆ ค่ะ 

เรามาดูความพิเศษของ H7 กันค่ะ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า HA มีหลายโมเลกุล และแบรนด์นี้ก็ได้รวบรวมทุกโมเลกุลมาให้เราแล้ว ดังนั้นตัวนี้เราจะได้ทั้งการบำรุงจากภายใน และการปกป้องผิวที่ภายนอก ไม่ต้องกังวลว่าครีมที่ทาลงไปจะเคลือบอยู่แค่บนผิว เพราะ HA แต่ละโมเลกุลที่เราทาลงไปจะสามารถซึบเข้าสู่แต่ละชั้นได้อย่างล้ำลึก รับรองว่าผิวของเราจะได้รับการเติมเต็มจนเอิ่บอิ่ม และกระชับขึ้นอย่างแน่นอน อีกหนึ่งส่วนประกอบที่เป็นจุดขายก็คือ น้ำทะเลลึกอุลลึงโด ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประสิทธิภาพในการรักษาผิวที่มีอาการแพ้ และยังมีแร่ธาตุอีกมากมายที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วยนะคะ

ตัวนี้วัยรุ่นใช้ได้วัยผู้ใหญ่ใช้ดีจริง ๆ ค่ะ เพราะมี Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ที่มีสรรพคุณมากมาย ทั้งลดเลือนริ้วรอยและยับยั้งการเกิดสิว และ Persea Gratissima (Avocado) Oil สารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นบนผิวได้ด้วยค่ะ หากสาวคนไหนมีปัญหาเรื่องการแต่งหน้าไม่ติด แต่งแล้วเป็นคราบ ขอแนะนำให้ลองตัวนี้เลยค่ะ เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นมห้แก่ผิวได้มากถึง 66% และมีอัตราการสูญเสียความชุ่มชื้นระหว่างแต่งหน้าน้อยมาก ที่สำคัญตัวนี้ซึมเร็วมาก ไม่ต้องห่วงว่าจะทิ้งความมัน หรือเหนอะหนะผิวเลยค่ะ

ราคา 450 บาท
ขนาด 50 กรัม
ราคาต่อหน่วย 9 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Sea Water, Niacinamide, Persea Gratissima (Avocado) Oil
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Ethylhexylglycerin

……

▼▼ ไฮยาลูรอน La Roche Posay Hyalu B5 Serum ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน La Roche Posay Hyalu B5 Serum ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

…..

มาดูแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มองไปทางไหนก็เจออย่าง La Roche Posay กับเจ้า Hyalu B5 ตัวนี้เป็น Hyaluronic Acid ที่มาพร้อมกับวิตามินบี 5 และส่วนประกอบสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาในฝรั่งเศส ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อผิว ที่ว่ากันว่าสามารถรักษาโรคทางผิวหนังได้ด้วยค่ะ แต่เราไม่ต้องบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อหาน้ำแร่มาบำรุงผิว เพราะ La Roche Posay จัดมาให้แล้ว เราแค่เปิดขวด ทาลงใบหน้า ก็สามารถผิวดีได้โดยไม่ต้องบินไปไหนไกลเลยค่ะ

Hyalu B5 ตัวนี้ใส่ HA มาให้ทั้งโมเลกุลเล็ก (Hyaluron Low Molecular Weight)ที่จะซึบลึกลงสู่ชั้นผิว เพื่อเติมเต็มให้ผิวกระชับ และโมเลกุลใหญ่ (Hyaluron High Molecular Weight)ที่จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเปล่งปลั่ง อิ่มน้ำ และยังมีวิตามินบี 5 ที่ช่วยปราการปกป้องผิว รวมไปถึง Tocopherol หรือวิตามินอี ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และป้องกันผิวไม่ให้ถูกรังสี UV ทำร้าย ปิดท้ายด้วย Madecassoside สารสกัดจากใบบัวบก ที่ไม่ได้มาช่วยแก้ช้ำอกช้ำใจ แต่มาช่วยลดการอักเสบของผิว และช่วยลดการเกิดสิวนั่นเองค่ะ

ราคา 1,425 บาท
ขนาด 30 กรัม
ราคาต่อหน่วย 47.5 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Madecassoside, Tocopherol, Panthenol
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Phenoxyethanol

……

▼▼ ไฮยาลูรอน Novexpert Booster Serum With Hyaluronic Acid ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน Novexpert Booster Serum With Hyaluronic Acid ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

…..

ยังคงวนเวียนที่แบรนด์ฝรั่งเศสกันนะคะ มาดูเวชสำอางของดีจากแดนน้ำหอมอีกสักตัว แบรนด์นี้หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่นัก แต่เขาแอบขายดีนะจ๊ะ แบรนด์คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร นักเคมี และแพทย์ผิวหนัง นับว่าเป็นแบรนด์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งแบรนด์เลยล่ะค่ะ เพราะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และไม่มีการทดลองกับสัตว์ด้วย ที่สำคัญไม่มีสารกันเสีย แต่แอบมีน้ำหอมมานิด ๆ สงสัยจะกลัวเสียงชื่อเมืองน้ำหอมแน่เลยค่ะ คนผิวแพ้น้ำหอมอาจจะต้องระวังตรงนี้นิดนึงนะคะ อย่างไรก็ตาม หากเป็นคนชอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตัวนี้ตอบโจทย์เลยค่ะ

มาดูที่ส่วนผสมกันบ้าง ตัวนี้มี HA เข้มข้น 1.6% ทั้งหมด 4 โมเลกุลค่ะ สามารถเข้าไปเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแต่ละชั้นได้อย่างล้ำลึกแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ยังมี Phytic Acid กรดไฟติกที่พบได้ในพืชตระกูลถั่ว ตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมาก ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวไม่ให้ดูแก่กว่าวัย และยังสามารถช่วยควบคุมการเกิดเม็ดสี ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างขึ้น ที่สำคัญ ยังมี Polysaccharide Complex เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้าง Hyaluronic Acid อีกด้วย 

และยังมี Lactobacillus Ferment เอ…ชื่อคุ้นหูกันมั้ยคะ เหมือนว่าเคยได้ยินจากที่ไหน คล้าย ๆ ว่าจะเป็นในนมเปรี้ยว ถูกต้องค่ะ ตัวเดียวกันเลย ตัวนี้เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถเข้าไปฟื้นฟูผิวของเราได้ถึงระดับ DNA และยังช่วยยับยั้งการเกิดแบคทีเรียที่ไม่จำเป็นได้ด้วยนะคะ และสุดท้ายมั่นใจว่าเราจะต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ Aloe Barbadensis Leaf Juice หรือสารสกัดจากว่านหางจระเข้นั่นเอง ตัวนี้แน่นอนว่าช่วยปลอมประโลมผิวจากการอักเสบ และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของเราค่ะ

ราคา 1,790 บาท
ขนาด 30 กรัม
ราคาต่อหน่วย 60 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Phytic Acid, Lactobacillus Ferment, Aloe Barbadensis Leaf Juice
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย

……

▼▼ ไฮยาลูรอน AMPLE:N Serum Hyaluron Shot Ampoule ▲▲

▼▼ ไฮยาลูรอน AMPLE:N Serum Hyaluron Shot Ampoule ▲▲

….

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SHOPEE

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ CENTRAL

…..

ปิดท้ายกันด้วย Hyaluron Shot Ampoule ของ AMPLE:N ใครอยากมีผิวหน้าที่เด้งดึ๋ง ชุ่มฉ่ำแบบสาวเกาหลี ห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะขวดนี้มี Hyaluronic Acid มากถึง 7 ชนิด และด้วยความที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้สามารถซึมซาบสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยปรับสมดุลน้ำในชั้นผิว ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะถ้าใช้ตัวนี้แล้วจะรู้สึกว่า ผิวเปล่งปลั่ง ฉ่ำน้ำ และยังมี Ceramide-3 มาเป็นเกราะป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายโดยปัจจัยภายนอก ช่วยเพิ่มความสามารถในการเก็บกักน้ำของผิว ในขณะเดียวก็สามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวได้อีกด้วย และช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับเต่งตึงขึ้นค่ะ 

นอกจากนี้ยังมี Adenosine มีประสิทธิภาพในการลดเลือดริ้วรอย สมานแผล ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และ Aquaphyline สารสกัดจากดอกไม้ป่า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมและเก็บกักน้ำของ HA ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยสารบำรุงเหล่านี้จะถูกผลักเข้าสู่ผิวด้วยเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง Micro Derma – Shot คือการทำให้ส่วนผสมมีขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดนั่นเองค่ะ

ราคา 790 บาท
ขนาด 100 กรัม
ราคาต่อหน่วย 7.9 บาทต่อกรัม
สารบำรุงอื่น Ceramide-3, Aquaphyline, Adenosine
แอลกอฮอล์
น้ำหอม
พาราเบน
สารกันเสีย Phenoxyethanol

…..

เคล็ด(ไม่)ลับในการใช้ไฮยาลูรอนให้ได้ผลลัพธ์สุดปัง

เคล็ด(ไม่)ลับในการใช้ไฮยาลูรอนให้ได้ผลลัพธ์สุดปัง

การใช้ไฮยาลูรอนให้ได้ผลก็ง่ายแสนง่ายเลยค่ะ แค่เพียงเพื่อนทาลงไปบนผิวเหมือนการทาครีมบำรุงทั่วไปได้เลย หรือจะนำไปผสมกับสกินแคร์ตัวอื่นก็ได้เช่นกันค่ะ จากนั้นก็นอนหลับพักผ่อน ตื่นเช้ามาก็จะได้สัมผัสกับผิวหน้าที่นุ่มขึ้น จนลืมไปว่า คนที่มีผิวหน้าแห้ง ๆ เมื่อคืนนี้เป็นใครกันนะ เห็นมั้ยคะว่า ใช้ง่ายมากจริง ๆ และอย่างที่บอกไปนะคะว่า ไฮยาลูรอนเป็นสารให้ความชุ่มชื้นในกลุ่ม Humectants (สารที่ช่วยดูดซับ) ที่ลำพังไม่มีความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นได้มากนักค่ะ ดังนั้นแนะนำว่าหลังทาไฮยาลูรอน ให้เพื่อน ๆ ทาสกินแคร์เนื้อครีมซ้ำอีกครั้ง เพื่อล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวของเราให้นานยิ่งขึ้น และไฮยาลูรอนไม่สามารถสะสมได้เหมือนการสะสมแต้มนะคะ ไฮยาลูรอนจะอยู่บนผิวของเราเป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็นะเริ่มสลายไป ดังนั้นไฮยาลูรอนจำเป็นต้องทาทุกวันค่ะ 

ในการนำไฮยาลูรอนไปผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แนะนำว่าให้เป็น Pure Ayaluronic Acid จะดีที่สุดเลยค่ะ เพราะจะมีความเข้มข้น เมื่อนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น ความเข้มข้นของไฮยาลูรอนก็จะไม่เจือจางมากไปนั่นเองค่ะ  ขอยกตำแหน่ง “น้ำยาสารพัดประโยชน์” ให้แก่คุณน้องเขาไปครอบครอง แล้วเรามาดูกันว่าเจ้าไฮยาลูรอน สามารถนำไปผสมกับอะไรได้บ้าง แล้วจะมีผลลัพธ์อย่างไร

ผสมในเครื่องสำอาง : หากเพื่อน ๆ เป็นคนที่กำลังประสบปัญหาแต่งหน้าไม่ติด เพราะหน้าแห้งนักมาก นอกจากจะทาลงบนผิวแล้ว เราแนะนำผสมไฮยาลูรอนลงไปในรองพื้นตัวโปรดสัก 1 หยด เพื่อทำให้เนื้อรองพื้นมีความบางเบา เกลี่ยง่าย และติดผิวมากขึ้นแน่นอนค่ะ และการผสมไฮยาลูรอนลงไปในรองพื้นก็จะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้การแต่งหน้าแบบผิวฉ่ำวาว ดูผิวสวยตั้งแต่เกิดเลยล่ะค่ะ

ผสมในครีมบำรุงผิว : สาวออฟฟิศหลาย ๆ คนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ห้องแอร์ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทาครีมบำรุงทุกครึ่งชั่วโมงก็ยังรู้สึกว่าผิวแห้งอยู่ดี ลองผสมไฮยาลูรอนลงไปในครีมที่กดออกมาสัก 2 หยดสิค่ะ นอกจากจะเพิ่มความชุ่มชื้นได้แล้ว ยังช่วยให้ครีมซึมลงผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : เคยรู้สึกมั้ยคะว่าหลังจากอาบน้ำ หรือล้างหน้า ผิวของเราจะแห้งตึงมากเป็นพิเศษ และการล้างหน้าจนได้ยินเสียงเอี๊ยด ! ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยค่ะ เพราะเป็นสัญญาณว่าผิวของเรากำลังสูญเสียความชุ่มชื้นไปแล้ว ดังนั้นให้เพื่อน ๆ ผสมไฮยาลูรอนไปกับครีมอาบน้ำ หรือโฟมล้างหน้าได้เลยค่ะ

ผสมในแชมพูและครีมนวดผม : เคยเป็นมั้ยคะ ที่เส้นผมมักจะแห้งกระด้างหลังจากสระผม จะหวีก็ไม่ได้ แถมพอผมแห้งแล้วก็ฟูฟ่อง ไม่พริ้วสลวยอย่างที่คิด เพื่อน ๆ สามารถผสมไฮยาลูรอนลงไปในแชมพูได้เลยค่ะ นอกจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ยังช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมได้ด้วยค่ะ

…..

ข้อควรระวังการใช้ไฮยาลูรอน

ข้อควรระวังการใช้ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน นับว่าเป็นสารบำรุงที่มีความปลอดภัยมากถึงที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นไฮยาลูรอนที่สังเคราะห์มา แต่ก็เป็นสกัดมาจากธรรมชาติ ดังนั้นโอกาสที่จะแพ้มีน้อยมาก ๆ เลยค่ะ และ Pure Ayaluronic Acid ไม่ควรใช้ตัวเดียว ควรจะใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นด้วย ไม่อย่างนั้นไฮยาลูรอนที่เราทาลงก็จะอยู่ได้ไม่นาน และก็สลายจนหมดไปอย่างรวดเร็ดนั่นเองค่ะ

ที่สำคัญสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฮยาลูรอนทั้งแบบทา และแบบฉีดเลยนะคะ ถึงแม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่บอกว่าจะส่งผลอันตราย แต่ก็ไม่มีงานวิจัยที่รับรองได้ว่า การใช้ไฮยาลูรอนในสตรีมีครรภ์ปลอดภัยนั่นเองค่ะ

….

สารกันเสียในไฮยาลูรอนเป็นอันตรายต่อผิวหรือไม่?

สารกันเสียในไฮยาลูรอนเป็นอันตรายต่อผิวหรือไม่?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่อ่านมาถึงตรงนี้จะต้องกำลังรู้สึกกังวลต่อการใช้ไฮยาลูรอนกันอย่างแน่นอน เพราะถ้าเพื่อน ๆ ได้อ่านดูอย่างละเอียดก็จะพบว่า ไฮยาลูรอนแต่ละแบรนด์จะมีสารกันเสียผสมอยู่ด้วย และในบางแบรนด์นอกจากจะมีสารกันเสียก็ยังมีพาราเบน ทำให้กังวลหนักขึ้นไปอีก อย่างเจ้า The Sun Society Hyaluronic Acid ตัวนี้ ที่เป็นเพียงตัวเดียวที่มีพาราเบนอยู่ด้วย อยากให้ทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ไฮยาลูรอน เป็นสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก ทำให้โอกาสที่จะเกิดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราจะมีมากกว่าสกินแคร์ชนิดอื่น ๆ ดังนั้นไฮยาลูรอนจำเป็นต้องใช้สารกันเสียค่ะ แต่สารกันเสียเหล่านี้ได้รับการรับรองแล้วว่า ใช้ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และต้องอยู่ในปริมาณที่กฏหมายควบคุมค่ะ

Phenoxyethanol : เป็นสารกันเสียที่มีความปลอดภัยสูงมาก มีความสามารถในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อรา ทำให้ต้องใช้สารอื่นควบคู่กัน

Ethylhexylglycerin : สารกันเสียที่มีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองและไม่เป็นอันตรายต่อผิว  และยังมีทำหน้าที่เป็น humectant ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว

1,2-Hexanediol : ตัวนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสารกันเสียโดยตรง แต่มีความสามารในการยับยั้งและต่อต้านเชื้อโรคได้เลยข้อยกมาไว้ตรงนี้ด้วย หลาย ๆ แบรนด์ที่ต้องการเลี่ยงการใช้สารกันเสียมักจะเลือกใช้สารตัวนี้แทน เพราะนอกจากจะช่วยต่อต้านเชื้อโรคแล้ว ยังสามารถช่วยเก็บกักน้ำให้ผิวได้อีกด้วย

Paraben : พาราเบน คือสารกันเสียชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราค่ะ ตามกฏหมายพาราเบนยังสามารถใช้ได้ และส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ  และหลายแบรนด์ก็เลี่ยงหารใช้พาราเบนเป็นสารกันเสีย แต่ยังคงพบได้บ้างในเครื่องสำอางหรือสกินแคร์จากญี่ปุ่น เพราะยังไม่มีการแบนพาราเบนนั่นเอง

…..

สุดท้ายแล้วส่งท้ายกันด้วย

จุใจกันไปแล้วกับไฮยาลูรอนทั้ง 10 ตัวที่เรานำมาเสนอให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญเลยนะคะว่า เราคัดมาแต่ตัวที่จัดว่าดี จัดว่าเด็ด แถมมียอดรีวิวถล่มถลายไม่แพ้ยอดขายกันเลยทีเดียว รับประกันเลยว่าไฮยาลูรอนจะช่วยเปลี่ยนผิวแห้งกร้าน ให้กลายเป็นผิวนุ่ม ชุ่มฉ่ำ เหมือนมีกระจบมาเคลือบผิว และเมื่อใช้เป็นประจำก็จะรู้สึกว่าผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วยค่ะ

หากเพื่อน ๆ กำลังลังเลว่าทั้งหมด 10 ตัวนี้จะเลือกตัวไหนดี เราขอแนะนำให้เลือกจากการใช้งานค่ะ หากต้องการความคุ้มค่า ให้เลือกตัวที่เป็น Pure Hyaluronic Acid อย่างเช่น The Sun Society หรือ Graymelin ค่ะ เพราะราคาไม่สูงมากนัก และสามารถนำไปผสมใช้ในผลิตภัฑ์อื่นได้หลายโอกาสเลยค่ะ แต่ถ้าชอบความสะดวก เน้นใช้ง่าย ก็เลือกตัวที่มีสารบำรุงตัวอื่นผสมอยู่ด้วยได้เลยนะคะ สุดท้ายฝากเรื่องการระมัดระวังในเรื่องของสารกันเสียที่คนผิวบอบบางแพ้ง่ายควรเลี่ยงค่ะ เราได้ตรวจสอบมาให้แล้วว่าตัวไหนมีสารกันเสีย และเป็นสารกันเสียตัวไหนบ้าง หวังว่าจะสามารถช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ