Beauty

แนะนำ 10 บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี 2020 ผิวบ่มแดด แทนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ แลดูสุขภาพดี

แนะนำ 10 บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี 2020 ผิวบ่มแดด แทนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ แลดูสุขภาพดี

เมื่อสาว ๆ ต้องการลุคการแต่งหน้าที่เรียกว่า Sunkissed Look ที่ได้งานผิวดูบ่มแดดและมีความฉ่ำโกลว์เบา ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งบิวตี้กูรูและเมคอัพอาร์ติสท์ต่าง ๆ จะแนะนำให้สาว ๆ พุ่งตัวไปหยิบมาใช้เป็นอย่างแรกก็คือ บรอนเซอร์” นั่นเองค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีสีอยู่ในโทนอุ่นเป็นหลัก ซึ่งเป็นโทนสีที่จะช่วยเลียนแบบลักษณะการตกกระทบของแสงตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าที่ เช่น บริเวณหน้าผาก ดั้งจมูก และช่วงโหนกแก้มไปจนถึงบริเวณสันกราม เพื่อช่วยให้ใบหน้าออกมาดูแทนหรืออบอุ่นขึ้น พร้อมกับดูมีออร่าของความฉ่ำโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ เสมือนได้พาผิวไปอาบแดดและได้รับวิตามินดีบริสุทธิ์มาอย่างเต็มที่  

บรอนเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโซนยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยถูกใช้เป็นผู้ช่วยมอบความมีชีวิตชีวา ให้ผิวดูผ่องและมีเฉดสีที่ดูละมุนและมีความสม่ำเสมอ พร้อมช่วยเน้นกรอบโครงของใบหน้าให้ดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะถูกหยิบนำมาใช้ในช่วงฤดูหนาวเป็นหลัก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายไม่สามารถรับแสงแดดได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวดูค่อนข้างซีดเซียว ขาดสีสันและความอบอุ่น บรอนเซอร์จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มและเสริมสร้างให้ผิวดูแฮปปี้ ดูมีสุขภาพดี โดยไม่ต้องเสียเงินนั่งเครื่องบินไปอาบแดดที่ชายหาดเมืองร้อนเลยค่ะ 

แรกเริ่มเดิมที บรอนเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สาวไทยหลายคน ต้องขอเบือนหน้าหนีพร้อมมีความคิดที่ว่า “ฉันจะไม่มีวันเสียทรัพย์ให้แก่เธอหรอก” เพราะอาจจะเคยเห็นตัวอย่างการใช้ที่ผิด ๆ ทำให้ไปจดจำว่าบรอนเซอร์นั้นทำให้ใบหน้าดูส้มหรืออมเทา ดูเป็นคนเศร้าหมองหรือไม่ก็โกรธใครตลอดเวลา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลุคสายฝอก็ได้ถือกำเนิดและค่อย ๆ ขยายความนิยมไปจนทั่วทุกมุมโลก ทั้งในหมู่สาว ๆ ยุโรปและสาวเอเชีย ซึ่งคีย์หลักของลุคนี้คือใบหน้าที่ดูเรียว สีผิวที่ดูแทนและโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ และแน่นอนค่ะว่า หนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยสร้างลุคสายฝอก็คือ บรอนเซอร์นั่นเอง จนตอนนี้กลายมาเป็นว่า บรอนเซอร์คือผลิตภัณฑ์ที่สาวไทยหัวใจสายฝอหลายคนขาดไม่ได้เลยทีเดียว

บรอนเซอร์กับคอนทัวร์แตกต่างกันอย่างไร

บรอนเซอร์กับคอนทัวร์แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักกับการแต่งหน้า อาจจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า ระหว่างบรอนเซอร์และคอนทัวร์มีความแตกต่างกันหรือเปล่า เพราะแค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็แทบจะหาความแตกต่างไม่เจอ แถมเฉดสีของเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ใกล้เคียงกันมาก เลยเกิดความคิดที่ว่าผลิตภัณฑ์สองประเภทนี้คือสิ่งเดียวกัน สามารถสลับใช้และทำหน้าที่ของกันและกันได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ในความเป็นจริง ปัญหาจะเกิดขึ้นแน่ค่ะ ถ้าสาว ๆ ไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้ว คุณ ๆ เค้าต่างถูกสร้างมาเพื่อให้ทำหน้าที่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ 

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีหน้าที่ช่วยเพิ่มความเข้มของสีผิวในบริเวณที่เฉพาะเจาะจงเหมือนกัน แต่คำว่าเงาไม่เท่ากับคำว่าบ่มแดดนะคะสาว ๆ โดยเราจะสร้างเงา เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าดูคมชัดหรือดูเรียวเล็กลง พร้อมเพิ่มมิติให้มากขึ้น ซึ่งจะต้องอาศัยเทคนิคที่เรียกว่าคอนทัวร์ริ่ง บวกกับการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทคอนทัวร์ ที่มีสีน้ำตาลอมเทาและไม่มีประกายชิมเมอร์นั่นเองค่ะ เพื่อเลียนแบบเงาให้เหมือนจริงที่สุด แต่ถ้าหากสาว ๆ ต้องการสร้างลุคผิวบ่มแดด ดูสุขภาพดีมีชีวิตชีวามากขึ้น ราวกับได้แอบหนีไปพักร้อน พร้อมดื่มด่ำกับแสงแดดมาอย่างเต็มที่ สาว ๆ จะต้องใช้เทคนิคการบรอนซ์ซิ่ง ควบคู่ไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทบรอนเซอร์ ที่มีสีน้ำตาลโทนอุ่นเท่านั้นค่ะ 

บรอนเซอร์กับคอนทัวร์ใช้แทนกันได้หรือไม่

บรอนเซอร์กับคอนทัวร์ใช้แทนกันได้หรือไม่

จากคำถามนี้ สามารถตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า ไม่แนะนำค่ะ เพราะหากสาว ๆ นำบรอนเซอร์มาใช้คู่กับเทคนิคการคอนทัวร์ ที่เน้นลงผลิตภัณฑ์ตรงบริเวณใต้จุดแสงตกกระทบแล้ว เงาที่ควรจะเป็นสีน้ำตาลโทนเย็นอมเทา จะกลายเป็นสีน้ำตาลโทนอุ่น ซึ่งจะไปดึงความอบอุ่น และความเหลืองบนใบหน้าให้สูงขึ้นเข้าไปอีก ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าของสาว ๆ จะดูส้มแบบที่คุณสิตางค์จะช่วยหยุดไม่ได้เลยค่ะ และในขณะเดียวกัน การนำคอนทัวร์ไปใช้ในการสร้างผิวบ่มแดด โดยการลงผลิตภัณฑ์แบบฟุ้ง ๆ กระจาย ๆ ตามบริเวณที่แสงแดดมักจะสัมผัสเป็นที่แรก ๆ อย่างบริเวณหน้าผาก ปลายจมูก สันกราม และโหนกแก้ม ตามเทคนิคการบรอนซ์ซิ่งแล้ว สาว ๆ จะได้ใบหน้าที่ดูเศร้า มีความเป็นสีเทาอยู่ทุกองศาแทนค่ะ ดังนั้นเราจึงไม่ควรนำสองตัวนี้มาใช้แทนกัน ขอแนะนำให้สาว ๆ ควรมีบรอนเซอร์และคอนทัวร์อย่างละชิ้น เพื่อใช้งานตามจุดประสงค์ของแต่ละตัวจะดีที่สุดค่ะ

ประเภทของบรอนเซอร์

หลัก ๆ แล้ว เราสามารถแบ่งแยกประเภทของบรอนเซอร์ได้ตามลักษณะเนื้อสัมผัส และตามฟินิชของผลิตภัณฑ์ค่ะ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป และต่างก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่ต่างกัน แต่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มดูกันที่ลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์กันเลยดีกว่าค่ะ

แบ่งตามเนื้อผลิตภัณฑ์

แบ่งตามเนื้อผลิตภัณฑ์

เนื้อผลิตภัณฑ์แบบฝุ่น : บรอนเซอร์ประเภทฝุ่นคงเป็นประเภทที่หลายคนนั้นคุ้นเคยและมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ จึงทำให้เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด เพราะมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้งานที่ง่ายดาย การพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกและสัมผัสของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างเบาบาง ทำให้สามารถเพิ่มเลเยอร์และควบคุมปริมาณความเข้มข้นของสีสันได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแก้ไขไม่ได้หากหนักมือไปบ้างเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรอนเซอร์เนื้อฝุ่นเหมาะกับมือใหม่ที่พึ่งหัดใช้บรอนเซอร์มากที่สุดเลยค่ะ

เนื้อผลิตภัณฑ์แบบครีม : ถ้าต้องการลุคผิวบ่มแดดที่ดูเนียนสวยเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษ งานผิวดูโกลว์แบบโอ้โหคุณทำได้อย่างไร สาว ๆ ห้ามพลาดที่จะหยิบบรอนเซอร์เนื้อครีมมาใช้นะคะ เพราะนี่คือเนื้อบรอนเซอร์ที่เกิดมาเพื่องานผิวโดยเฉพาะ ด้วยลักษณะความเป็นเนื้อครีมเข้มข้น ที่เมื่อได้สัมผัสกับความร้อนของร่างกาย เนื้อผลิตภัณฑ์จะเกิดการละลายตัวทำให้สามารถเกาะอยู่บนผิวได้อย่างมั่นคง สามารถเกลี่ยไปตามพื้นผิวได้อย่างนุ่มลื่นและไร้รอยต่อ พร้อมมอบผลลัพธ์งานบรอนซ์ที่ดูเนียนกริบ เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของผิวหน้าจริง ๆ  

แบ่งตามฟินิช

แบ่งตามฟินิช

บรอนเซอร์เนื้อแมตต์ : ตามอย่างที่ชื่อบอกเลยค่ะ บรอนเซอร์ชนิดนี้จะให้ฟินิชที่ดูด้านและทึบแสง ปราศจากประกายของชิมเมอร์ที่ให้ความฉ่ำโกลว์ผสมอยู่เลย โดยจะช่วยเติมความอบอุ่นให้กับใบหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ดูเนียนสวยและกลืนไปกับผิวมากกว่า แถมยังช่วยเสริมให้โครงหน้าดูชัดเจนขึ้นอีกด้วย โดยสามารถลงเนื้อผลิตภัณฑ์อย่างฟุ้ง ๆ และกว้าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่ห้ามลืมเกลี่ยเด็ดขาดเลยนะคะ และเพื่อให้ได้สีสันที่ดูเรียบเนียนสมจริงมากยิ่งขึ้น แนะนำว่าให้ค่อย ๆ ลงเนื้อผลิตภัณฑ์เพิ่ม ไม่ควร “ฟาด” แบบหนักมือ เพราะอาจจะต้องมาเสียเวลาเกลี่ยสีให้ดูเบาลงอีก ถ้าหากสาว ๆ มีเท็กเจอร์ของผิวที่เห็นได้ชัด อย่างพวกรอยหลุมสิวหรือแผลเป็นต่าง ๆ บรอนเซอร์เนื้อแมตต์คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับสาว ๆ  เพราะความด้านและความทึบแสงจะช่วยอำพรางร่องรอยต่าง ๆ ได้ดีกว่าค่ะ

บรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์ : บรอนเซอร์ประเภทนี้จะมีประกายระยิบระยับ ที่เล่นกับแสงแดดและแสงไฟได้ดีเป็นพิเศษ โดยจะให้ความรู้สึกราวกับเป็นผลิตภัณฑ์ลูกผสมระหว่างบรอนเซอร์และไฮไลต์เตอร์เลยค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยมอบความอบอุ่นแล้ว ยังช่วยเติมความโกลว์ เพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิวของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงทำให้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากได้ทั้งผิวที่ดูอบอุ่นและฉ่ำโกลว์ในเวลาเดียวกัน แนะนำว่าควรใช้น้ำหนักมือที่ค่อนข้างเบา และเลือกลงเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับที่เรามักจะลงไฮไลต์เตอร์ อย่างโหนกแก้มหรือขมับเท่านั้น เพราะถ้าหากลงจนเพลินมือ เกลี่ยบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์จนทั่วใบหน้า สาว ๆ ก็พร้อมลงแข่งกลายเป็นปลาทูแม่กลองได้เลยค่ะ และสำหรับใครที่ใบหน้ามีน้องสิวหรือรอยสงครามต่าง ๆ มาก่อกวนอยู่ แนะนำว่าให้ข้ามบรอนเซอร์ประเภทนี้ เพราะเจ้าประกายชิมเมอร์จะยิ่งไปเน้นร่องรอยต่าง ๆ ให้ดูโดดเด่นเป็นต้องจ้องมองเข้าไปอีก

ตารางสรุปข้อมูลบรอนเซอร์แบบรวบรัด

12345678910
▼▼ บรอนเซอร์ BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer ▲▲▼▼ บรอนเซอร์  BECCA COSMETICS Sunlit Bronzer ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ TOO FACED Chocolate Soleil Matte Bronzer ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ FENTY BEAUTY Cheeks Out Freestyle Cream Bronzer ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ HOURGLASS Ambient Lighting Bronzer ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ The Balm Take Home the Bronze ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ MARC JACOBS BEAUTY O!Mega Bronzer Coconut Perfect Tan ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ NARS Bronzing Powder ▲▲▼▼ บรอนเซอร์ NYX Professional Makeup CALIFORNIA BEAMIN' FACE & BODY BRONZER ▲▲
บรอนเซอร์

BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer

BECCA COSMETICS Sunlit Bronzer

TARTE Amazonian Clay Matte Waterproof Bronzer

TOO FACED Chocolate Soleil Matte Bronzer

FENTY BEAUTY Cheeks Out Freestyle Cream Bronzer

HOURGLASS Ambient Lighting Bronzer

The Balm Take Home The Bronze

MARC JACOBS BEAUTY O!Mega Bronzer Coconut Perfect Tan

NARS Bronzing Powder

NYX Professional Makeup CALIFORNIA BEAMIN' FACE & BODY BRONZER

ราคาโดยประมาณ760 / 1,350 บาท1,650 บาท1,229 บาท875 บาท1,200 บาท2,150 บาท750 บาท1,700 บาท1,485 บาท449 บาท
ขนาด4 g / 8 g7.1 g9.07 g8 g5.23 g11 g7.08 g25 g8 g14 g
ราคาต่อหน่วย190 / 168.75 บาท ต่อ 1 g232.3 บาท ต่อ 1 g135.5 บาท ต่อ 1 g109.3 บาท ต่อ 1 g229.4 บาท ต่อ 1 g195.45 บาท ต่อ 1 g105.9 บาท ต่อ 1 g68 บาท ต่อ 1 g185.6 บาท ต่อ 1 g32 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญTalc, Iron Oxides, Zinc Stearate, Dimethicone, Manganese Violet, Methylparaben, Propylparaben, ButylparabenTalc, Mica, Caprylic/Capric Triglyceride, Petrolatum, Silica, Boron Nitride, Nylon-12, Isostearyl Alcohol, DimethiconeTalc, Mica, Zinc Stearate, Silica, Dimethicone, Phenyl Trimethicone, Nylon-12, Triethoxycaprylylsilane, WaterTalc, Mica, Titanium Dioxide, Octyldodecyl Stearoyl Stearate, Ethylhexyl Palmitate, Boron Nitride, Fragrance/Parfum, Silica, Theobroma Cacao (Cocoa) Fruit PowderIsononyl Isononanoate, Caprylic/Capric Triglyceride, Dicalcium Phosphate, Synthetic Fluorphlogopite, Synthetic WaxMica, Synthetic Fluorphlogopite, Boron Nitride, Octyldodecanol; Benzoic Acid, Diamond Powder, DimethiconeMica, Isoeicosane, Silica, Zinc Stearate, Polyisobutene, Polyethylene, Sodium Dehydroacetate, DimethiconeTalc, Oryza Sativa (Rice) Starch, Dimethicone, Zea Mays (Corn) Starch, Zinc Stearate, Parfum/FragranceTalc, Silica, Ethylhexyl Palmitate, Nylon-12, Zinc Stearate, Dimethicone, Trimethylsiloxysilicate, ChlorphenesinTalc, Synthetic Fluorphlogopite, Dimethicone, Caprylic/Capric Triglyceride, Isostearyl Isostearate, Polybutene
เนื้อผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อครีมเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่นเนื้อฝุ่น
ฟินิชแมตต์ชิมเมอร์แมตต์แมตต์ดิวอี้ชิมเมอร์แมตต์กึ่งแมตต์ชิมเมอร์ชิมเมอร์
สี1523742346
ประเทศผู้ผลิตสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา
ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORAช้อปออนไลน์​ได้ที่​ CENTRALช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

แนะนำ 10 บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี 2020 ผิวบ่มแดด แทนอย่างเป็นธรรมชาติ แลดูสุขภาพดี

ถึงเวลาแล้วค่ะสาว ๆ ที่เราจะมาทำความรู้จักกับ 10 บรอนเซอร์ที่ดีที่สุด ที่ทางเราได้คัดสรรมาให้ จะมีตัวไหนกันบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

▼▼ บรอนเซอร์ BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer ▲▲

…. 

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

….

บรอนเซอร์เนื้อแมตต์ยอดนิยมที่ได้รับรางวัลการันตี พร้อมพ่วงตำแหน่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบรอนเซอร์ที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งใน Sephora จากทั่วทุกมุมโลก อย่าง Hoola Matte Bronzer จาก Benefit Cosmetics แบรนด์เครื่องสำอางเจ้าใหญ่เจ้าดังจากสหรัฐอเมริกา คือที่สุดของที่สุดของบรอนเซอร์แล้วจริง ๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะมีเฉดสีน้ำตาลที่ความเป็น Universal ใช้ได้กับหลากหลายสีผิวแล้ว ยังให้ผลลัพธ์ผิวที่ดูอบอุ่นแบบกำลังพอดี ให้เนื้อสีที่ไม่เข้มและไม่อ่อนจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นบรอนเซอร์ที่ทั้งเมคอัพอาร์ติสท์มือโปรหรือบิวตี้กูรูมือฉมังต่างก็ให้ความไว้วางใจ ในการสร้างลุคผิวสวยบ่มแดดที่เพอร์เฟคทุกองศาเลยค่ะ  

จุดเด่นของเจ้าตัวนี้ ที่ทำให้ติดท็อปและสามารถปิดจ็อบได้ทุกสถานการ์การบรอนซ์ คือเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย เบลนเข้าไปกับผิวได้ดี ทำให้งานผิวที่ได้ไม่ดูเป็นแป้งที่แห้งกรังเกาะติดใบหน้าอยู่อย่างเศร้า ๆ แถมยังต้องให้คะแนนคุณงามความดีเพิ่มไปอีก เพราะเนื้อของเค้ามีความอมเทาเล็กน้อย ทำให้ช่วยเจือจางติ่งของสีส้มหรือสีแดงให้ดู ทำให้สาว ๆ สามารถมั่นใจได้เลยว่า ใบหน้าของสาว ๆ จะไม่ดูเป็นแม่สาวเค้กส้มหน้านิ่มอย่างแน่นอน อีกหนึ่งความพิเศษของเจ้า Hoola คือคุณเค้ามีมาให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด ซึ่งมีมาทั้งในไซซ์มินิกะทัดรัด พกใส่ติดกระเป๋าเครื่องสำอางได้อย่างสบาย และไซซ์มาตรฐานขนาดจัมโบ้ ที่ให้ใช้แบบจุใจกันได้อย่างยาว ๆ แถมยังมีแปรงขนาดพกพา พร้อมกระจกแถมมาให้กับตัวผลิตภัณฑ์อีกด้วย เรียกว่าครบสูตรพร้อมบูสท์งานผิวบ่มแดดได้ทุกเมื่อเลยทีเดียวค่ะ

ราคา 760 / 1,350 บาท
ขนาด 4 g / 8 g
ราคาต่อหน่วย 190 / 168.75 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Iron Oxides, Zinc Stearate, Dimethicone, Manganese Violet, Methylparaben, Propylparaben, Butylparaben
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช แมตต์
สี 1
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์  BECCA COSMETICS Sunlit Bronzer ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์  BECCA COSMETICS Sunlit Bronzer ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

หากใครชอบบรอนเซอร์ที่มีประกายชิมเมอร์สีทองระยิบระยับ เล่นแสงแบบซอฟท์ ๆ พร้อมให้ความฉ่ำโกลว์ที่ดูแพงแบบไม่มีที่มาที่ไป แต่ว่ายังได้เม็ดสีแน่นชัดในทุกอณูความบรอนซ์อยู่ ขอแนะนำให้ไป Sephora แล้วไปลองสวอชเจ้า Sunlit Bronzer จาก Becca Cosmetics รับรองว่าสาว ๆ จะได้พาเค้ากลับบ้านด้วยอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งเจ้าตัวนี้มีความเก๋ตรงที่ว่า เป็นบรอนเซอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงแดดอันอบอุ่นในยามหน้าร้อน ตามสถานที่อาบแดดยอดนิยมจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น บาหลี คาปรี บอนได อีปาเนมา และเมาวี ออกมาเป็น 5 เฉดสีคุณภาพที่ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมเป็นผู้ช่วยมอบผิวแทนฉ่ำแดด ให้กับสาว ๆ ทุกสีผิว ทุกอันเดอร์โทนเลยค่ะ   

ทาง Becca เองก็ขึ้นชื่อเรื่องการทำเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ออกมาละเอียด เนียนนุ่มอ่อนละมุนดุจใยไหม เกลี่ยง่ายไร้รอยต่อ ใช้แล้วผิวไม่ดูหนาเป็นแป้งเค้กอยู่แล้ว ทำให้มั่นใจเลยได้ว่า บรอนเซอร์ตัวนี้จะไม่ทำให้สาว ๆ ผิดหวังในเรื่องของเนื้อสัมผัส และผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้แน่นอนค่ะ อีกความดีงามของเจ้าตัวนี้ ที่ต้องขอกล่าวถึงอีกสักเล็กน้อยคือ เป็นบรอนเซอร์ที่มีระดับความติดทนที่สูงเป็นอันดับต้นจากกลุ่ม High-end เลยค่ะ เพราะไม่ว่าฝนจะตกหรือเหงื่อจะออกไป ก็ยังอยู่คงอย่างทรงพลังยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง และที่สำคัญถึงแม้จะเป็นเนื้อฝุ่นที่เนียนละเอียดขั้นสุด บวกกับประกายชิมเมอร์ขนาดจิ๋ว แต่เนื้อผลิตภัณฑ์ก็ไม่ไปเน้นริ้วรอยหรือร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้าให้ชัดขึ้นเลยค่ะ

ราคา 1,650 บาท
ขนาด 7.1 g
ราคาต่อหน่วย 232.3 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Mica, Caprylic/Capric Triglyceride, Petrolatum, Silica, Boron Nitride, Nylon-12, Isostearyl Alcohol, Dimethicone
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช ชิมเมอร์
สี 5
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์  TARTE Amazonian Clay Matte Waterproof Bronzer ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

บรอนเซอร์เนื้อแมตต์จาก TARTE ที่มาในสูตรสะเทินน้ำสะเทินบก แถมยกระดับความบรอนซ์ให้ดูเป็นงานผิวระดับ High-end ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่เป็น Signature ของแบรนด์อย่าง Amazonian Clay หรือโคลนจากลุ่มน้ำอเมซอน ที่มาพร้อมคุณสมบัติช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีสัมผัสนุ่มลื่นและเกลี่ยง่าย แต่ยังคงให้ความรู้สึกบางเบา แถมยังเกาะแนบสนิทชิดผิวยาวนานตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ พร้อมให้การบำรุงและปลอบประโลมผิวจากมลภาวะได้เป็นอย่างดี    

เพราะด้วยความที่มาในไซซ์ขนาดใหญ่ถึง 9 กรัม และยังอัดแน่นไปด้วยเม็ดสีชนิดที่แค่สะกิดเบา ๆ ก็สามารถเกลี่ยได้ทั่วใบหน้า ทำให้ใช้ได้นานมาก ๆ อยู่กับเราไปอย่างยาว ๆ อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยเบลอรูขุมขนและร่องรอยต่าง ๆ ให้เนียนสวยแบบอยู่หมัด เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาน่าลงทุนสุด ๆ เลยค่ะ และจากการศึกษารีวิวเพิ่มเติมก็พบว่า สาวผิวมันและผิวผสมจะรู้สึกแฮปปี้กับเจ้าตัวนี้เป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะให้ผิวที่มีความแทนแบบเฮลตี้แล้ว ยังติดแน่นอยู่คู่กับใบหน้าได้นานมากที่สุดเท่าที่เคยใช้มาอีกด้วย แทบไม่มีการเคลื่อนตัวหรือการไหลเป็นคราบ จนต้องยกให้เป็นสุดยอดบรอนเซอร์กันน้ำตัวจริงเลยค่ะ

ราคา 1,229 บาท
ขนาด 9.07 g
ราคาต่อหน่วย 135.5 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Mica, Zinc Stearate, Silica, Dimethicone, Phenyl Trimethicone, Nylon-12, Triethoxycaprylylsilane, Water
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช แมตต์
สี 2
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ TOO FACED Chocolate Soleil Matte Bronzer ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ TOO FACED Chocolate Soleil Matte Bronzer ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

มาถึงอีกหนึ่งบรอนเซอร์จากฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับรางวัลและการบอกต่ออย่างนับครั้งไม่ถ้วน นี่เลยค่ะ Chocolate Soleil Matte Bronzer จาก Too Faced นั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นบรอนเซอร์เนื้อแมตต์ ที่มาพร้อมกับสมญานามที่ว่า “แค่เปิดตลับก็ประทับใจแล้ว” โดยที่เจ้าตัวมีจุดเด่นอยู่ที่กลิ่นช็อคโกแลตแบบอ่อน ๆ ที่หอมหวนเชิญชวนให้อยากเป็นเจ้าของมาก เพราะเค้ามีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติเป็นผงโกโก้แท้ 100% และนอกจากจะช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังช่วยเพิ่มความนวลฟุ้งและความเกลี่ยง่าย บวกกับการให้ผลลัพธ์งานบรอนซ์ที่เนียนสวยและเบลนเข้ากับสีผิวอย่างลงตัว 

ทาง Sephora ไทยเองก็ได้นำเข้ามาทั้งหมด 3 เฉดสีเลยค่ะ ซึ่งจะไล่ตั้งแต่สำหรับผิวสว่าง ผิวปานกลาง ไปจนถึงผิวเข้ม ซึ่งแต่ละเฉดสีก็ล้วนแต่มีความเป็น Universal มาก ๆ แถมไม่ดูส้มหรือเทาจนเกินงามด้วย ทำให้มั่นใจได้เลยว่าครอบคลุมทุกเฉดสีผิวของสาวไทยทุกคนอย่างแน่นอน และสำหรับเรื่องของระดับความติดทน ก็ผ่านผู้ใช้จริงหลายคนจากหลายประเทศพิสูจน์มาแล้วว่า เค้าอยู่ทนทานยาวนานถึง 7-8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำให้สาว ๆ ที่มีผิวค่อนข้างมัน สามารถวางใจพร้อมมอบหน้าที่งานบรอนซ์ ให้เจ้าตัวนี้ช่วยดูแลได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

ราคา 875 บาท
ขนาด 8 g
ราคาต่อหน่วย 109.3 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Mica, Titanium Dioxide, Octyldodecyl Stearoyl Stearate, Ethylhexyl Palmitate, Boron Nitride, Fragrance/Parfum, Silica, Theobroma Cacao (Cocoa) Fruit Powder
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช แมตต์
สี 3
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ FENTY BEAUTY Cheeks Out Freestyle Cream Bronzer ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ FENTY BEAUTY Cheeks Out Freestyle Cream Bronzer ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

นาทีนี้คงไม่มีแบรนด์ไหนที่ฮิตติดตลาด กวาดคะแนนเรียบไปมากกว่า Fenty Beauty ของแม่ค้าเสียงดีอย่างคุณริฮานน่าแล้วหล่ะค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำงานสีสันออกมาได้อย่างประทับใจแล้ว งานผิวและงานเพิ่มมิติให้กับใบหน้าของทางแบรนด์เองก็เป็นที่ยอมรับ และถูกพูดถึงจากบิ้วตี้กูรูอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย และคุณ Cheeks Out Freestyle Cream Bronzer ที่เป็นบรอนเซอร์เนื้อแมตต์ที่มาในรูปแบบครีมตัวนี้ ก็เป็นน้องใหม่ในตระกูลงานผิวของแบรนด์ ที่พึ่งถูกเปิดตัวได้ไม่นานนี้เองค่ะ แต่ก็สามารถทะยานขึ้นไปติดอันดับหนึ่งในครีมบรอนเซอร์ที่ดีที่สุดตลอดการไปเป็นที่เรียบแล้ว เพราะครบเครื่องทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่เรื่องแพ็คเกจ เฉดสี การทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้

ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมจะไม่ค่อยเวิร์คกับสาวผิวมันนัก แต่คงต้องขอยกเว้นเจ้าตัวนี้ไว้สักตัว เพราะสาว ๆ ผู้ใช้จริงที่มีผิวมัน หรือมีปัญหาเหงื่อออกง่ายหลายคน ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะว่า “รอด ปลอดภัย หายห่วง” และไม่ว่าสาว ๆ จะมีผิวที่สว่างหรือเข้มขนาดไหนก็ตาม หรือเคยผิดหวังในการตามหาสีบรอนเซอร์ที่ใช่มากนักต่อนัก ถ้าได้เจ้าตัวนี้มาครอบครองแล้วหล่ะก็ พื้นที่ในใจของสาว ๆ จะไม่เหลือที่ว่างให้กับบรอนเซอร์เนื้อครีมตัวไหนอีกแล้วค่ะ และที่สำคัญสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้อย่าง Freestyle สมชื่อ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะดูเยอะจนเกินไป ไม่ว่าใครได้ใช้ก็จะได้ฟินิชลุคที่ดูได้วิตามินครบ ผิวดูเปล่งปลังอย่างทรงพลังแบบคุณแม่ริริเลยค่ะ

ราคา 1,200 บาท
ขนาด 5.23 g
ราคาต่อหน่วย 229.4 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Isononyl Isononanoate, Caprylic/Capric Triglyceride, Dicalcium Phosphate, Synthetic Fluorphlogopite, Synthetic Wax
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อครีม
ฟินิช ดิวอี้
สี 7
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ HOURGLASS Ambient Lighting Bronzer ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ HOURGLASS Ambient Lighting Bronzer ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

งานบรอนซ์แบบสวยหรูดูมีระดับ ต้องยกให้เจ้า Ambient Lighting Bronzer จาก Hourglass เลยค่ะ โดยเจ้าตัวนี้เป็นบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์ ที่ทางแบรนด์ยังคงใช้ฟอร์มูล่าเดียวกับเจ้าตัว Ambient Lighting Powder ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของ Hourglass ในการผลิต ทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ยังคงบางเบาและอ่อนนุ่ม และผลลัพธ์จากการใช้ที่ยังคงดูนุ่มนวลและหรูหราได้ความฉ่ำโกลว์ ผิวดูสุขภาพดีจากข้างในเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือให้ผิวที่ดูแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมความเปล่งปลั่งระดับ High-end ใช้แล้วสามารถช่วยยกระดับความงามอย่างเป็นธรรมชาติของสาว ๆ ให้โดดเด่นและดึงดูดสายตามากขึ้น 

อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้เจ้าตัวนี้แตกต่างจากบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์ตัวอื่น ๆ คือ เนื้อแป้งของแต่ละตลับล้วนแต่เป็นงาน Handmade ทั้งหมด ทำให้แต่ละตลับก็มีลวดลายหินอ่อนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำกับตลับอื่น จนเรียกได้ว่าเป็นงานศิลป์ในรูปแบบเครื่องสำอางที่มีชิ้นเดียวในโลกเลยค่ะ นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี Photoluminescent เข้ามาช่วยในการทำหน้าที่ของผลิตภัณฑ์ โดยจะช่วยเสริมการเบลนให้ออกมาดูเรียบเนียนนุ่มนวลและไร้รอยต่อ ให้งานบรอนซ์ที่ได้ดูมีมิติมากขึ้น พร้อมมอบผลลัพธ์แบบซอฟท์โฟกัส ที่จะช่วยเบลอรูขุมขนหรือจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้าให้ดูจางลงอีกด้วย ถ้าหากสาว ๆ งบถึงและชอบงานบรอนซ์แบบฉ่ำกำลังพอดี เจ้าตัวนี้คือตัวที่ตอบโจทย์ที่สุดแล้วค่ะ

ราคา 2,150 บาท
ขนาด 11 g
ราคาต่อหน่วย 195.45 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Mica, Synthetic Fluorphlogopite, Boron Nitride, Octyldodecanol; Benzoic Acid, Diamond Powder, Dimethicone
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช ชิมเมอร์
สี 4
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ The Balm Take Home The Bronze ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ The Balm Take Home the Bronze ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่วอแวมากเท่ากับเพื่อน ๆ ตัวอื่นจากระดับเดียวกันมากนัก แต่ต้องขอบอกกับสาว ๆ ไว้ก่อนเลยค่ะว่า เจ้า Take Home the Bronze จาก The Balm คือบรอนเซอร์ราคากลาง ๆ ที่ควรค่าแก่การครอบครองมากที่สุดอีกตัวหนึ่งเลยค่ะ โดยคุณเค้าเป็นบรอนเซอร์เนื้อฝุ่นที่มอบฟินิชแบบแมตต์ ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นที่นุ่มละมุน ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ และไม่ว่าจะปัดอย่างไร ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ลุคงานบรอนซ์ที่ดูหนักมือจนเกินไป หรือดูเป็นมือใหม่หัดบรอนซ์ที่ทำพลาด เพราะเนื้อของเค้าค่อนข้างเบาบาง และให้เม็ดสีที่กำลังพอดี แบบคิดมาแล้วว่านี่แหล่ะคือความเข้มข้นของสีที่ลงตัวที่สุด แต่ก็ยังสามารถเพิ่มความแน่นได้ตามต้องการอีกด้วย    

ในเรื่องของเฉดสีที่ถูกนำเข้ามามีทั้งหมด 2 เฉดสีด้วยกัน แต่เฉดสีที่เรียกได้ว่าเป็นตัวสร้างชื่อให้กับเจ้าบรอนเซอร์ตัวนี้เป็นอย่างมาก คือเจ้าสี Oliver นั่นเองค่ะ ซึ่งเค้ามาในโทนสีน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง และมีติ่งของสีเทาปนอยู่เล็กน้อย โดยที่คุณเค้าได้รับการโหวตจากสาวผู้ใช้จริงหลายคนมานักต่อนักแล้วว่า นี่คือสีบรอนเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับผิวสว่างเลยค่ะ เพราะเมื่อปัดแล้ว สีบรอนซ์ที่ได้ไม่ดูโดดจนเหมือนเป็นคราบบนผิว แถมยังไม่ทำให้ใบหน้าดูส้ม หรือดูอมเทาจนได้งานสร้างเงามาแทน เรียกได้ว่าเป็นสีบรอนซ์ที่ไม่ว่าสาว ๆ จะผิวขาวขนาดไหน และมีอันเดอร์โทนแบบใด ใช้แล้วก็ “รอด” ทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ

ราคา 750 บาท
ขนาด 7.08 g
ราคาต่อหน่วย 105.9 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Mica, Isoeicosane, Silica, Zinc Stearate, Polyisobutene, Polyethylene, Sodium Dehydroacetate, Dimethicone
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช แมตต์
สี 2
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ MARC JACOBS BEAUTY O!Mega Bronzer Coconut Perfect Tan ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ MARC JACOBS BEAUTY O!Mega Bronzer Coconut Perfect Tan ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ SEPHORA

สำหรับเจ้า O!Mega Bronzer Coconut Perfect Tan ก็คงเป็นบรอนเซอร์อีกหนึ่งตัวที่น่าจะถูกใจสาว ๆ ที่ชอบงานบรอนซ์ที่ให้ฟินิชแบบกึ่งแมตต์ ที่ไม่มีประกายชิมเมอร์อย่างชัดเจน แต่ผิวยังดูมีความฉ่ำอยู่เล็กน้อย โดยแรกเริ่มเดิมที เจ้าตัวนี้ถูกเปิดตัวมาพร้อมกับคอลเลคชั่น Coconut ในปี 2017 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ และก็ได้ยึดครองตำแหน่ง Favorite ในใจสาว ๆ และบิวตี้กูรูหลายคนมาจนถึงปัจจุบัน จนถึงขั้นไม่ยอมเปลี่ยนใจไปใช้บรอนเซอร์ตัวอื่นเลยทีเดียว เพราะรู้สึกติดใจทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ และกลิ่นหอมมะพร้าวแบบอ่อน ๆ ที่ทำให้นึกถึงภาพชายหาดหน้าร้อน ที่มีลมโชยเบา ๆ บวกกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่องผ่านใบมะพร้าวลงมากระทบกับผิว   

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวนี้ครองพื้นที่ในใจของใครหลายคน คือความคุ้มค่านั่นเองค่ะ เพราะถึงแม้จะต้องจ่ายเป็นหลักพัน แต่เมื่อเทียบกับปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เค้าให้มาแล้ว บอกได้เลยค่ะว่า สาว ๆ คงหาความคุ้มค่าจากการลงทุนผลิตภัณฑ์ระดับ High-end แบบนี้จากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้เรื่องของเฉดสีเองก็เรียกได้ทำว่าออกมาได้สวยพอดีกับสีผิวสาวเอเชียมาก ๆ ซึ่งสีที่แนะนำว่าต้องไป “ตำ” คือสี Tan-Tastic! นั่นเองค่ะ โดยเค้าจะเป็นบรอนเซอร์สีน้ำตาลกลาง ๆ ที่มีติ่งของสีเทาและสีแดงปนอยู่เล็กน้อย ทำให้เมื่อปัดออกมาแล้ว จะได้สีบรอนซ์ที่ให้ความอบอุ่น ผิวดูบ่มแดดแบบกำลังพอดี พร้อมช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูมีกรอบโครงที่ชัดขึ้นเล็กน้อยอีกด้วยค่ะ

ราคา 1,700 บาท
ขนาด 25 g
ราคาต่อหน่วย 68 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Oryza Sativa (Rice) Starch, Dimethicone, Zea Mays (Corn) Starch, Zinc Stearate, Parfum/Fragrance
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช กึ่งแมตต์
สี 3
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ NARS Bronzing Powder ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ NARS Bronzing Powder ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ CENTRAL

สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์ แล้วรู้สึกว่ายังไม่จุใจ อยากจะรู้ว่ามีตัวไหนที่น่าลงทุนอีก นี่เลยค่ะ เราขอแนะนำบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์คุณภาพดีอีกตัวจาก NARS ซึ่งก็คือเจ้า Bronzing Powder อันโด่งดังนั่นเองค่ะ โดยเจ้าตัวนี้เป็นบรอนเซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของเนื้อสัมผัสที่เนียนและละเอียดราวกับงาน airbrush ทั้งยังให้ความรู้สึกนุ่มนวลและบางเบาดุจผ้ากำมะหยี่ชั้นดี แต่ว่าก็สามารถเพิ่มเลเยอร์ เติมความคมเข้มได้อยู่เรื่อย ๆ พร้อมมอบฟินิชงานบรอนซ์ บวกกับความฉ่ำโกลว์จากเจ้าชิมเมอร์ประกายสีทอง ให้ผลลัพธ์เป็นงานผิวที่ดูอบอุ่นและสุขภาพดี มีความเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ อย่างพอดิบพอดี

จุดเด่นของเจ้าตัวนี้ที่ทาง NARS ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ คือเรื่องของส่วนผสมของเจ้าตัวนี้นั่นเอง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารประกอบที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอย่าง Mineral Oil, Parabens, Sulfates, SLS / SLES และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้มั่นใจได้ว่าโอกาสที่ผิวของสาว ๆ จะรู้สึกแพ้หรือเกิดอาการระคายเคืองนั้นเป็นศูนย์อย่างแน่นอนค่ะ ในส่วนของเฉดสี ก็มีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสีค่ะ แต่เฉดสีที่ทางเรายกให้เป็นนัมเบอร์วัน และคิดว่าเข้ากับสาวไทยมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นสี Laguna ค่ะ เพราะได้รับการโหวตจากทั้งผู้ใช้จริงและบิวตี้กูรูจากทั่วทุกมุมโลกแล้วว่า เป็นหนึ่งในสีบรอนเซอร์ที่สวยและดีที่สุดจากกลุ่ม High-end แถมยังมีความเป็น Universal สูงมาก ๆ ทำให้ไม่ว่าจะมีสีผิวแบบไหน อันเดอร์โทนจะเป็นอย่างไร ใช้แล้วก็สวยหมดทุกคนเลยค่ะ

ราคา 1,485 บาท
ขนาด 8 g
ราคาต่อหน่วย 185.6 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Silica, Ethylhexyl Palmitate, Nylon-12, Zinc Stearate, Dimethicone, Trimethylsiloxysilicate, Chlorphenesin
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช ชิมเมอร์
สี 4
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

▼▼ บรอนเซอร์ NYX Professional Makeup CALIFORNIA BEAMIN’ FACE & BODY BRONZER ▲▲

▼▼ บรอนเซอร์ NYX Professional Makeup CALIFORNIA BEAMIN' FACE & BODY BRONZER ▲▲

ช้อปออนไลน์​ได้ที่​ LAZADA​

หลังจากดื่มด่ำไปกับกองทัพบรอนเซอร์ตัวท็อปจากแบรนด์ระดับ High-end กันไปแล้ว เรามาปิดท้ายพร้อมกับเอาใจสาวกเครื่องสำอาง Drugstore ด้วยบรอนเซอร์ราคาดีคุณภาพเยี่ยมจาก NYX กันดีกว่าค่ะ เมื่อพูดถึงงานผิวจากกลุ่มแบรนด์ Drugstore แล้ว ผลิตภัณฑ์ของ NYX ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ทั้งเมคอัพอาร์ติสท์และบิวตี้กูรูมักจะเลือกใช้และพูดถึงอยู่บ่อย ๆ และเจ้า California Beamin’ Face & Body Bronzer นี้ก็เป็นม้ามืดของแบรนด์ที่สาว ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด โดยคุณเค้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงแดดจากชายหาดของรัฐ California ที่เจิดจ้า สดใสและให้ความอบอุ่นตลอดปี และทางแบรนด์ได้แอบเคลมว่า ใช้แล้วจะสร้างสามารถลุคผิวบ่มแดด ดูแทนอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนพึ่งกลับมาจากการพักร้อนที่ California เลยล่ะค่ะ   

ฟินิชของเจ้าตัวนี้จะมีความเป็นซาติน โดยมีประกายชิมเมอร์สีมุกขนาดไมโครที่ช่วยมอบความโกลว์ ความฉ่ำแดดแบบซอฟท์ ๆ ที่ไม่ทำให้หน้าดูมันวาวหรือเล่นแสงสู้ไฟมากเกิน พร้อมให้ผลลัพธ์งานบรอนซ์แบบ Second-skin ที่ดูบางเบาและยังเป็นผิวจริงอยู่ ด้วยความที่มาในไซซ์ขนาดจุใจ ใหญ่สุดอลัง ทำให้นอกจากจะสามารถใช้กับผิวหน้าได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้ปัดตามลำตัว เพื่อสร้างลุคผิวฉ่ำแดด ให้สาว ๆ ได้เผยผิวกายที่ดูมีสุขภาพดีได้อย่างเต็มที่ เสียงรีวิวจากต่างประเทศเขาแอบกระซิบบอกมาว่า ถึงแม้จะไม่ได้ให้ฟินิชที่เหมือนกันเลยซะทีเดียว แต่เจ้าตัวนี้ใช้ดีพอ ๆ กับเจ้า Hoola ทีเดียวเชียว ไม่ลองคงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ สาว ๆ

ราคา 449 บาท
ขนาด 14 g
ราคาต่อหน่วย 32 บาท ต่อ 1 g
ส่วนประกอบที่สำคัญ Talc, Synthetic Fluorphlogopite, Dimethicone, Caprylic/Capric Triglyceride, Isostearyl Isostearate, Polybutene
เนื้อผลิตภัณฑ์ เนื้อฝุ่น
ฟินิช ชิมเมอร์
สี 6
ประเทศที่ผลิต สหรัฐอเมริกา

วิธีการเลือกบรอนเซอร์

ก่อนที่จะช้อปบรอนเซอร์ดี ๆ มาใช้สักอัน เราต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านการเงิน บวกกับการทำการบ้านเกี่ยวกับตัวเองสักเล็กน้อย เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว ๆ สามารถเลือกบรอนเซอร์ที่ทั้งใช่และเข้ากับตัวเองมากที่สุดได้อย่างไม่ต้องเสียทรัพย์และเสียเวลาอย่างไม่รู้จบเลยค่ะ โดยสาว ๆ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญอยู่ 2 อย่างด้วยกันในทุกครั้งที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งได้แก่สีผิวและสภาพผิวของเรานั่นเองค่ะ เพราะสองสิ่งนี้เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล ที่จะคอยเป็นตัวกำหนดว่าผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกซื้อมานั้น จะสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนผิวของเราหรือเปล่า

การเลือกบรอนเซอร์ตามสีผิว

การเลือกบรอนเซอร์ตามสีผิว

เราจะเห็นได้ว่า ในท้องตลาดนั้นมีบรอนเซอร์ให้เลือกอยู่มากมายหลายเฉดสี ทำให้นักช้อปมือทองอย่างเราเลือกอย่างไม่ถูกกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าควรจะลงเอยกับสีไหนดี ไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพราะเราก็ได้รวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ในการจับคู่สีผิวกับสีผลิตภัณฑ์มาแบ่งปันให้กับสาว ๆ ทุกคนเลยค่ะ โดยเราจะอาศัยกฏเหล็กหนึ่งข้อมีความเป็นสากล สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว ซึ่งก็คือให้เลือกสีผลิตภัณฑ์ที่เข้มกว่าสีผิวจริงของเราหนึ่งหรือสองเฉดค่ะ เพื่อจะช่วยให้เราได้บรอนเซอร์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และเข้ากับสีผิวของเรามากที่สุดนั่นเอง มาค่ะสาว ๆ เราลองมาดูกันดีกว่าว่า สีผิวแบบไหนจะต้องใช้บรอนเซอร์สีอะไรกันบ้าง

  • ผิวสว่าง

สาว ๆ ที่มีผิวโทนนี้มักจะประสบปัญหาในการเลือกบรอนเซอร์เป็นอย่างมาก เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัว บวกกับการได้เห็นตัวอย่างในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในแบบผิด ๆ ทำให้สาว ๆ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดมาเพื่อตัวเรา เพราะไม่ว่าจะปัดอย่างไร สิ่งที่ได้คือความส้มแบบ 360 องศาทั่วใบหน้าแทนความบรอนซ์ บ่มแดดแบบเจโล แต่อันที่จริงแล้ว สำหรับสาวผิวสว่าง บรอนเซอร์นั้นถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผิวได้ดีพอ ๆ กับบลัชเลยนะคะ โดยเมคอัพอาร์ติสท์เค้าแนะนำมาว่า ให้สาว ๆ มองหาเฉดสีน้ำตาลที่อมพีชหรืออมชมพูเล็กน้อย เพราะจะไม่ดูโดดจากความสว่างของใบหน้าไปมากนัก แถมยังไม่ทำให้ใบหน้าดูส้มอีกด้วยค่ะ

  • ผิวกลาง

สำหรับสาวผิวสีกลาง ๆ แล้ว การตามสีบรอนเซอร์ที่ใช่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลยค่ะ เพราะตัวเลือกส่วนใหญ่ในท้องตลาดนั้น ถูกทำออกมาให้อยู่ในโทนสีที่ไม่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป ให้ความบรอนซ์ที่พอดีกับสาวผิวกลาง ๆ แทบจะทุกตัวเลย แต่เพื่อความชัวร์แบบ 200 เปอร์เซ็นต์ เราขอแนะนำให้สาว ๆ เลือกสีบรอนเซอร์ให้อยู่ในอยู่ช่วงสีเอิร์ธโทนหรือสีคอปเปอร์ ที่ไม่ดูอุ่นหรือเย็นจนเกินไป เพราะเวลาที่ผิวของสาว ๆ บ่มแดดอย่างเต็มที่ ความแทนที่ได้ตามธรรมชาติจะอยู่ในช่วงของสองสีนี้นั่นเองค่ะ

  • ผิวเข้ม

สาว ๆ คนไหนที่มีพื้นฐานเป็นคนสีผิวเข้ม อาจจะต้องทำใจสักเล็กน้อย เพราะเมื่อเทียบกับสาว ๆ สีผิวอื่นแล้ว เฉดสีของบรอนเซอร์สำหรับสาว ๆ นั้นมีให้เลือกน้อยมาก ๆ แต่ใช่ว่าจะหาไม่ได้เลยซะทีเดียวนะคะ เพราะในกลุ่ม High-end ก็มีตัวเลือกให้กับสาว ๆ อยู่ประมาณหนึ่ง และหลังจากที่สาว ๆ เลือกแบรนด์หรือฟอร์มูล่าที่ถูกใจได้แล้ว ให้ใช้สมาธิและกวาดสายตาหาเฉดสีที่อยู่ในโทนสีเข้ม อย่าง สีน้ำตาลช็อคโกแลต หรือสี  Terracotta ที่เข้ม ๆ เพราะนั่นคือเฉดสีที่ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับสีผิวของสาว ๆ ได้ดีที่สุดเลยค่ะ นอกจากนี้บรอนเซอร์สีเข้มที่มีประกายชิมเมอร์สีทอง ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวผิวเข้ม เพราะความฉ่ำโกลว์จากชิมเมอร์ จะช่วยเพิ่มออร่าให้กับผิวของสาว ๆ ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

การเลือกบรอนเซอร์ตามสภาพผิว

การเลือกบรอนเซอร์ตามสภาพผิว

การเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของสาว ๆ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมอบผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่กวนใจตามมาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความติดทน การตกร่อง หรือการจับตัวเป็นก้อนนั่นเองค่ะ

  • สภาพผิวแห้ง

สำหรับสาว ๆ ที่มีสภาพผิวหน้าที่แห้งและขาดน้ำ บรอนเซอร์เนื้อครีมคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของสาว ๆ ค่ะ เพราะเนื้อครีมจะมีส่วนประกอบที่คอยเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง แว็กซ์และน้ำมันเป็นหลัก และเมื่อความชุ่มชื้นของผลิตภัณฑ์มาเจอกับความขาดน้ำของผิว จะทำให้เกิดการถ่ายโอนความชุ่มชื้นจากเนื้อผลิตภัณฑ์ไปสู่ผิว ส่งผลให้เนื้อผลิตภัณฑ์ถูกล็อคให้อยู่กับที่ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลุดหรือจางหายไประหว่างวันเลยค่ะ นอกจากนี้ความชุ่มชื้นของเนื้อผลิตภัณฑ์จะช่วยเข้าไปเติมร่องรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ให้ดูตื้นหรือเต็มมากขึ้นเล็กน้อย หมดกังวลเรื่องปัญหาการตกร่องของผลิตภัณฑ์ในช่วงระหว่างวันไปได้เลยค่ะ

  • สภาพผิวมัน

โดยทั่วไปแล้วในระหว่างวัน น้ำมันในผิวหนังของสาว ๆ  มักจะพยายามแทรกตัวออกมาสู่ผิวชั้นนอกตามรูขุมขนในที่ต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการความมันส่วนเกินบนใบหน้า และการเคลื่อนตัวของผลิตภัณฑ์ที่เราทาลงไปอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผิวของเราเลยค่ะ แต่เมื่อสิ่งที่สาว ๆ ต้องการ คือความอยู่ยงคงกระพันของผลิตภัณฑ์งานผิว ทางเราขอแนะนำให้ สาว ๆ เดินหนีจากบรอนเซอร์เนื้อครีม แล้วไปจีบบรอนเซอร์เนื้อฝุ่นเอามาครอบครองดีที่สุดค่ะ เพราะนี่คือผู้พิทักษ์งานบรอนซ์ตัวจริงเสียงจริงที่สามารถต่อกรกับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ ซึ่งเค้าจะมีรูปแบบการทำงานคล้าย ๆ กับฟองน้ำเลย โดยจะคอยดูดซับความมันส่วนเกินแล้วกักเก็บไว้ในตัว พร้อมรอการปลดปล่อยในขั้นตอนความสะอาดนั่นเองค่ะ

  • สภาพผิวผสม

ถ้าหากจะต้องให้เลือกจริง ๆ บรอนเซอร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมคือบรอนเซอร์เนื้อฝุ่นค่ะ เพราะด้วยลักษณะสภาพผิวที่ไม่ได้แห้งแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้โอกาสที่จะมีความมันส่วนเกินบนใบหน้าแทรกซึมออกมาได้แบบสาว ๆ ผิวมันนั้นยังมีอยู่ ฉะนั้นเราควรใช้ประโยชน์จากความเป็นเนื้อฝุ่น ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมัน เอามายับยั้งและป้องกัน ไม่ให้เนื้อผลิตภัณฑ์เกิดการเคลื่อนตัวอย่างไร้จุดหมาย จนหลุดหรือจางหายระหว่างวันนะคะ

วิธีลงบรอนเซอร์ตามรูปหน้า

วิธีลงบรอนเซอร์ตามรูปหน้า

หลังจากที่เสร็จสิ้นภาระกิจการตามหาบรอนเซอร์ที่ใช่ ที่เข้าสีผิวและสภาพผิวของตัวเองได้แล้ว เราก็มาเรียนรู้วิธีการลงบรอนเซอร์ที่ถูกต้องกันต่อดีกว่าค่ะ ด้วยความที่แต่ละรูปหน้าก็มีเค้าโครงที่แตกต่างกัน ทำให้ลักษณะของการตกกระทบของแสงตามธรรมชาติก็ย่อมไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน ฉะนั้นการลงบรอนเซอร์ให้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ เนียนสวยรับกับใบหน้าของแต่ละคน สาว ๆ จะต้องใช้วิธีการลงตามรูปหน้าของเราเองค่ะ 

  • รูปหน้าทรงหัวใจ

สาว ๆ ที่มีใบหน้ารูปทรงหัวใจจะมีหน้าผากเป็นส่วนที่กว้างที่สุดและคางเป็นส่วนที่แคบที่สุด และการลงบรอนเซอร์ให้เข้ากับรูปหน้าของสาว ๆ จะต้องเน้นตรงช่วงบริเวณขมับและช่วงใต้โหนกแก้มเป็นหลัก โดยเริ่มลงผลิตภัณฑ์ที่ช่วงขมับ แล้วค่อย ๆ เกลี่ยลากยาวมาตามแนวไรผมไปจนถึงใต้โหนกแก้ม หลังจากนั้นให้เก็บรายละเอียดตรงบริเวณปลายคาง ด้วยการใช้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหลือบนแปรงปัดเพิ่มลงไปสักเล็กน้อย เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

  • รูปหน้าทรงกลม

สาว ๆ ที่มีรูปหน้าทรงกลม จะมีส่วนโหนกแก้มบนใบหน้าที่เป็นส่วนที่กว้างที่สุด ในขณะที่บริเวณหน้าผากและช่วงคางจะดูแคบกว่า โดยแนะนำว่าให้เริ่มปัดตรงบริเวณพวงแก้มก่อนเป็นที่แรก หลังจากนั้นให้ปัดไล่ขึ้นไปยังบริเวณขมับ ให้ชิดกับแนวผมให้มากที่สุด แล้วไล่เกลี่ยเก็บรายละเอียดเพื่อความเป็นธรรมชาติอีกครั้งค่ะ

  • รูปหน้าทรงวงรี

สาว ๆ ที่มีใบหน้าเป็นรูปทรงวงรี จะมีช่วงของใบหน้าที่ดูยาว บวกกับช่วงสันกรามที่ดูกลม ไม่ค่อยคมมากนัก จึงทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวเป็นพิเศษ การลงบรอนเซอร์ที่เหมาะกับใบหน้าของสาว ๆ นั้นจะไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับสาว ๆ ที่มีใบหน้ารูปอื่นเลยค่ะ โดยปัดเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนพวงแก้มอย่างเบา ๆ และเกลี่ยไปตามแนวไรผม เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

  • รูปหน้าทรงสี่เหลี่ยม

สาว ๆ ที่มีใบหน้าทรงสี่เหลี่ยม จะมีด้านยาวและด้านกว้างของใบหน้าที่ค่อนข้างเท่า ๆ กัน และจะมีช่วงสันกรามที่คมเป็นพิเศษ เพื่อให้งานบรอนซ์ที่ได้ดูรับกับใบหน้า ให้สาว ๆ ใช้วิธีการปัดให้เป็นรูป W นั่นเองค่ะ โดยให้เริ่มจากด้านข้างของพวงแก้ม แล้วปัดข้ามมาจนถึงสันจมูก ไล่ไปจนถึงด้านข้างของพวงแก้มอีกข้าง แล้วเกลี่ยให้เนื้อสีดูเนียนฟุ้งและกลืนไปกับผิวให้ได้มากที่สุดค่ะ

ทิปส์การใช้บรอนเซอร์สำหรับมือใหม่

ทิปส์การใช้บรอนเซอร์สำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่หัดบรอนซ์หลายคนในที่นี้ อาจจะเกิดความรู้สึกกังวลว่า “ฉันจะรอดไหม” เพราะยังรู้สึกว่าไม่ค่อยชินมือกับการลงบรอนเซอร์สักเท่าไหร่ แถมยังรู้สึกว่าการจะลงบรอนเซอร์ให้ออกมาดูดี มีความเป็นโปรเฟสชั่นแนลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ต้องห่วงค่ะสาว ๆ เพราะในวันนี้เราได้รวบรวมทิปส์ดี ๆ ที่ใช้ได้จริงจากเหล่ากูรู มาฝากทั้งหมด 4 ทิปส์ด้วยกัน เพื่อให้สาว ๆ ได้ทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ควบคู่กับการฝึกฝนด้วยตัวเอง ขอรับประกันเลยค่ะว่าทิปส์เหล่านี้จะช่วยทำให้สาว ๆ สามารถลงบรอนเซอร์ออกมาได้สวยขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

1. ควรเริ่มอย่างเบามือ

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร การเริ่มต้นอย่างเบามือคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะจะช่วยลดโอกาสในการทำพลาดลงไปได้เยอะมาก ถ้าหากสาว ๆ ลงสีอ่อนเกินไป ก็สามารถเพิ่มความเข้มได้เรื่อย ๆ แต่ถ้าหากสาว ๆ ลงอย่างหนักมือ อาจจะได้งานบรอนซ์ที่ดูเข้มกว่าสีผิวจริงไปมาก ทำให้ต้องเสียเวลาไปเกลี่ยให้ดูเบาบางอีกครั้งหนึ่ง แล้วถ้าหากเลือกใช้เป็นเนื้อครีมแล้วหล่ะก็ เรียกได้ว่างานงอกแบบช่วยไม่ได้เลยค่ะ อาจถึงขั้นที่ต้องลบทั้งหน้า แล้วต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนการลงรองพื้นเลยค่ะ

2. ไม่ควรลงทั้งใบหน้า

เนื่องจากบรอนเซอร์นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เพิ่มสีสันในบริเวณที่เฉพาะเจาะจง ฉะนั้นการลงผลิตภัณฑ์ทั่วทั้งใบหน้าแบบไร้จุดหมายและขอบเขต จะทำให้สาว ๆ ได้ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความเนียนสวย ดูเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอนค่ะ และวิธีการที่ถูกต้องที่เหล่าเมคอัพอาร์ติสท์ละกูรูทั้งหลายต่างแนะนำคือ เราควรเน้นลงบรอนเซอร์ตรงบริเวณที่แสงแดดมักจะตกกระทบกับใบหน้าของเราเป็นที่แรก ซึ่งจะอยู่ในช่วงบริเวณหน้าผาก ดั้งจมูก โหนกแก้ม และบริเวณสันกรามของเราเป็นหลักนั่นเองค่ะ

3. ให้ความสำคัญกับการเกลี่ย

ถึงแม้ว่าสาว ๆ จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของบรอนเซอร์แล้ว แต่ถ้าหากสาว ๆ ไม่ให้ความสำคัญกับการเกลี่ยเนื้อผลิตภัณฑ์ให้เนียนสวยไปกับผิวจริงให้มากที่สุด งานบรอนซ์ของสาว ๆ ก็คงจะไม่มีบทบาทอะไรในลุคแต่งหน้านั้น ๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะจะดูเหมือนเป็นแค่สีน้ำตาลอุ่น ๆ ที่ถูกป้ายอยู่บนใบหน้าเท่านั้น พร้อมทำให้ใบหน้าแลดูไม่สะอาดและเกลี้ยงเกลาอีกด้วย แต่ถ้าสาว ๆ ให้เวลากับการเกลี่ยเพิ่มขึ้น งานบรอนซ์ที่ได้จะออกมาดูเนียนสวย เบาบาง ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทำให้ลุคแต่งหน้าโดยรวมออกมาดูละมุน และดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

4. อย่าลืมลงผลิตภัณฑ์บริเวณคอ

หลังจากลงผลิตภัณฑ์ที่ใบหน้าเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมปัดเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมตรงบริเวณลำคอด้วยนะคะ เพราะงานบรอนซ์ที่ดูนวลเนียน มีความเป็นธรรมชาติ ทั้งสีของใบหน้าและลำคอจะต้องตรงกันค่ะ และการที่สามารถเห็นความแตกต่างระหว่างสีใบหน้าและสีลำคอได้อย่างชัดเจนนั้น เป็นสัญญาณของความโป๊ะแบบที่อภัยให้ไม่ได้ ที่สาว ๆ คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน และยิ่งถ้าสาว ๆ ต้องเปิดไหล่ เผยผิวสวยใสสักเล็กน้อย ก็ควรปัดบรอนเซอร์ตรงบริเวณดังกล่าวด้วยนะคะ เพื่อให้สีสันของใบหน้าและลำตัวดูสม่ำเสมอ เนียนสวยไปด้วยกัน

ส่งท้ายกันด้วย

ก็จบเป็นไปที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับการแนะนำผลิตภัณฑ์บรอนเซอร์ 10 ตัวจาก 10 แบรนด์ดังด้วยกัน ซึ่งแต่ละตัวทางเราก็ตั้งใจคัดสรรมาให้อย่างเต็มที่ หวังว่าจะมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นที่ถูกจิตประทับใจสาว ๆ นะคะ นอกจากนี้อย่าลืมนำวิธีการและทิปส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การเลือกผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ ไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองด้วยนะคะ รับรองได้เลยว่าสาว ๆ จะสามารถตามหาบรอนเซอร์ที่ใช่ และลงผลิตภัณฑ์ออกมาได้เนียนสวยแบบระดับมือโปรอย่างแน่นอน

แต่ว่าก็อย่าลืมที่จะฝึกฝนควบคู่กันไปด้วยนะคะ และอีกเรื่องที่สำคัญที่เราอยากจะเน้นย้ำอีกสักครั้ง คือความแตกต่างระหว่างบรอนเซอร์และคอนทัวร์นั่นเอง เพราะถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงราวกับฝาแฝด แต่หน้าที่การทำงานในสนามจริงนั้น ไม่สามารถทำหน้าที่แทนกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉะนั้นสาว ๆ ควรมีบรอนเซอร์และคอนทัวร์อย่างละชิ้น เพื่อใช้ตามหน้าที่และจุดประสงค์ที่ถูกสร้างมาจะดีที่สุดค่ะ